รีวิวเกม Redfall

Redfal

รีวิวเกม Redfall

รีวิวเกม Redfall เป็นเกมแนวยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) ผสมผสานโลกเปิดและองค์ประกอบการเล่นแบบร่วมมือ (co-op) ซึ่งพัฒนาโดย Arkane Austin ทีมพัฒนาเบื้องหลังเกมดังอย่าง Dishonored และ Prey เกมถูกวางคอนเซ็ปต์ไว้ให้มีความแตกต่างและน่าสนใจ ด้วยการนำผู้เล่นเข้าสู่เมืองชายฝั่งเล็ก ๆ ชื่อว่า Redfall ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่ถูกปกคลุมด้วยเงาแห่งความมืดและการรุกรานของแวมไพร์ หลังจากเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เมืองทั้งเมืองจึงถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ท้องฟ้าถูกบดบังด้วยสุริยุปราคาอย่างถาวร ทำให้แวมไพร์สามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งกลางวันและกลางคืน และมนุษย์ที่เหลืออยู่ก็ต้องเอาตัวรอดในโลกที่ถูกทำลายจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ผู้เล่นสามารถเลือกควบคุมหนึ่งในสี่ตัวละครหลัก ซึ่งแต่ละคนมีความสามารถพิเศษเฉพาะตัว เช่น พลังจิต การล่องหน การเรียกหุ่นยนต์ช่วยต่อสู้ หรือการวางกับดัก ตัวละครทุกตัวมีภูมิหลังและเรื่องราวเฉพาะ ซึ่งดูมีศักยภาพในการสร้างความผูกพันระหว่างผู้เล่นกับเกม อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจในการเล่าเรื่องนั้นกลับถูกลดทอนด้วยการนำเสนอที่ไม่สมบูรณ์แบบ แทนที่จะใช้ฉากคัทซีนที่มีการแสดงอารมณ์หรือการเคลื่อนไหว เกมกลับใช้ภาพนิ่งแบบสไลด์โชว์ พร้อมเสียงบรรยาย ทำให้การเล่าเรื่องขาดพลัง และไม่สามารถดึงดูดอารมณ์ของผู้เล่นได้อย่างที่ควรจะเป็น แม้จะเป็นเกมโลกเปิด แต่เมือง Redfall กลับรู้สึกว่างเปล่าและขาดชีวิตชีวา NPC ในเกมแทบไม่มีบทสนทนาหรือพฤติกรรมที่ชัดเจน หลายจุดในแผนที่ไม่มีอะไรให้ค้นหา นอกจากของสะสมหรือภารกิจรองที่ซ้ำ ๆ กัน ทำให้โลกที่น่าจะเต็มไปด้วยความลึกลับและอันตราย กลับกลายเป็นพื้นที่กว้างโล่งที่ขาดความหมาย บรรยากาศโดยรวมของเกมแม้จะสื่อถึงความอึมครึมและความสยองได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถรักษาความรู้สึกนั้นไว้ได้ตลอดการเล่น เพราะขาดความต่อเนื่องและการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ ส่งผลให้ผู้เล่นหลายคนรู้สึกว่าเกมนี้มีแนวคิดที่ดี แต่ขาดการขัดเกลาและลงลึกอย่างที่ควรจะเป็น

ระบบการเล่นของ Redfall ในเบื้องต้นดูเหมือนจะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการเล่นที่หลากหลาย ผู้เล่นสามารถเลือกใช้ตัวละครที่มีสกิลแตกต่างกัน ซึ่งช่วยเพิ่มทางเลือกในวิธีการเล่น ทั้งการลอบเร้น การโจมตีระยะไกล หรือการสนับสนุนเพื่อนร่วมทีม จุดเด่นอีกอย่างของเกมคือการเล่นแบบ co-op ที่รองรับสูงสุดถึง 4 คนในทีมเดียวกัน ฟังดูเหมือนเป็นแนวทางที่ดีในการสร้างประสบการณ์การเล่นแบบกลุ่มที่เข้มข้นและสนุก อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ ระบบ co-op กลับมีข้อจำกัดที่น่าผิดหวังมาก ผู้เล่นที่ไม่ใช่โฮสต์ของเกมจะไม่สามารถเก็บความคืบหน้าในเนื้อเรื่องได้ หากต้องการเล่นต่อในโหมดเดี่ยวก็ต้องเริ่มภารกิจเดิมซ้ำอีกครั้ง ซึ่งทำให้การเล่นร่วมกันกลายเป็นเรื่องที่เสียเวลา และลดทอนความรู้สึกของการผจญภัยร่วมกัน ระบบต่อสู้ของเกมนั้นมีการตอบสนองที่พอใช้ได้ อาวุธมีหลายประเภทและสามารถอัปเกรดได้ แต่ก็ไม่มีความรู้สึกของแรงกระแทกหรือน้ำหนักของอาวุธที่ดีพอ ทำให้การยิงดูขาดความรู้สึก “มันมือ” ในแบบที่เกมยิงคุณภาพควรมี พลังพิเศษของตัวละครแม้จะมีจุดขายในตอนแรก แต่เมื่อเล่นไปนาน ๆ ก็พบว่ามีรูปแบบการใช้ซ้ำ ๆ ไม่ได้ส่งผลมากนักต่อการวางกลยุทธ์หรือวิธีการเล่น ศัตรูในเกมก็มี AI ที่ค่อนข้างจำกัด แวมไพร์ บางตัวเคลื่อนไหวแบบเดิม ๆ ขาดความฉลาดในการต่อสู้ ทำให้การเผชิญหน้าไม่ตื่นเต้นและไม่มีความท้าทายที่แท้จริง ภารกิจในเกมมีความซ้ำซาก เช่น การเข้าไปยังสถานที่หนึ่ง เก็บของ เปิดประตู หรือกำจัดศัตรูทั้งหมด แล้วจบด้วยการเดินกลับ จุดหมายปลายทางต่าง ๆ ไม่มีความหลากหลายในการออกแบบ ทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนกำลังทำภารกิจเดิมซ้ำไปซ้ำมาในแผนที่ที่กว้างแต่ไม่มีอะไรใหม่ นอกจากนี้ ปัญหาทางเทคนิคยังเป็นเรื่องใหญ่ของ Redfall ทั้งบั๊กที่ทำให้ศัตรูติดฉาก ฉากโหลดไม่ทัน วัตถุโผล่ขึ้นมากะทันหัน หรือแม้กระทั่งเกมแครชระหว่างเล่น ระบบเฟรมเรตบนคอนโซลก็ถูกล็อกที่ 30 FPS ในช่วงแรก ทำให้ประสบการณ์การเล่นไม่ลื่นไหลอย่างที่คาดหวัง ปัญหาเหล่านี้ร่วมกันทำให้เกมเพลย์ที่ควรจะเป็นหัวใจหลักของเกม กลับกลายเป็นข้อบกพร่องที่ทำลายความสนุกของผู้เล่นอย่างชัดเจน

หลังจากเกมเปิดตัวพร้อมกับเสียงวิจารณ์จำนวนมาก ทีมพัฒนาก็ได้พยายามปรับปรุงและปล่อยอัปเดตหลายครั้งเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ โดยเฉพาะ Game Update ครั้งใหญ่ในปีถัดมา ที่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่อย่างโหมดออฟไลน์, การหยุดเกมในโหมดเล่นคนเดียว และการปรับปรุงระบบแผนที่และภารกิจให้มีความลื่นไหลมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ประสบการณ์ของผู้เล่นดีขึ้นในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มเล่นหลังอัปเดตใหญ่จะรู้สึกว่าเกมมีเสถียรภาพและระบบหลายอย่างถูกแก้ไขไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงเหล่านี้กลับมาช้าเกินไปสำหรับหลายคน และไม่สามารถกู้ภาพลักษณ์ของเกมกลับมาได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศปิดสตูดิโอ Arkane Austin หลังจากปล่อยอัปเดตสุดท้าย ซึ่งเป็นการบอกชัดว่าเกมจะไม่ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมอีกต่อไป มุมมองของผู้เล่นต่อ Redfall แตกออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งคือกลุ่มที่เริ่มเล่นช่วงหลังการอัปเดต ซึ่งบางคนให้ความเห็นว่าเกม “ดีขึ้นอย่างมาก” และ “สนุกกว่าที่คิดไว้มาก” ในขณะที่อีกฝั่งหนึ่ง โดยเฉพาะผู้เล่นยุคเปิดตัว กลับมองว่าเกมยังคงเป็นหนึ่งในเกม AAA ที่ล้มเหลวที่สุดเกมหนึ่งในยุคหลัง การขาด polish หรือความเงางามในการออกแบบ ประกอบกับความรู้สึกว่าเกมเปิดตัวโดยยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ทำให้ผู้เล่นหลายคนหมดศรัทธา แม้ตัวเกมจะถูกแก้ไขในภายหลัง แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงได้เกิดขึ้นไปแล้ว สรุปแล้ว Redfall เป็น เกมแนวFPS  มีสไตล์การออกแบบที่โดดเด่น และมีศักยภาพในการเป็นเกม co-op ที่สนุกและแตกต่าง แต่ด้วยปัญหาทางเทคนิค การออกแบบภารกิจที่น่าเบื่อ และการนำเสนอเนื้อเรื่องที่ไม่ดึงดูด มันจึงกลายเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของเกมที่ “มีของแต่ใช้ไม่เป็น” แม้จะได้รับการแก้ไขภายหลัง แต่ก็สายเกินไปที่จะกู้คืนศรัทธาของผู้เล่นอย่างสมบูรณ์ 

Scroll to Top