มนุษย์ลุกขึ้นสู้ “Battlefield Earth” ภารกิจทวงคืนโลกจากเผ่าพันธุ์ต่างดาว หนังเรื่อง Battlefield Earth ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ไซไฟที่สร้างขึ้นจากนวนิยายชื่อดังของ แอล. รอน ฮับบาร์ด ผู้ก่อตั้งลัทธิไซแอนโทโลจี และถูกนำมาฉายทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักตั้งแต่เข้าฉายในปี 2000 แต่ด้วยพล็อตเรื่องที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยฉากแอ็กชัน ทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงกว้างจนถึงทุกวันนี้
พล็อตเรื่องที่เข้มข้น เล่าเรื่องราวในปี 3000 โลกถูกยึดครองโดยมนุษย์ต่างดาวเผ่าพันธุ์ “ไซคลอ” มาเป็นเวลากว่าพันปี มนุษย์ที่เหลือรอดต้องหลบซ่อนตัวตามป่าและภูเขา โดยถูกจับไปเป็นแรงงานทาสเพื่อขุดแร่ในเหมือง ตัวเอกของเรื่องคือ จอนนี่ กู๊ดบอย ไทเลอร์ (แบร์รี่ เปปเปอร์) ชายหนุ่มที่เติบโตมาในโลกที่ถูกปกครองโดยไซคลอ เขาถูกจับไปเป็นทาสขุดแร่และได้พบกับ เทอรัล (จอห์น ทราโวลต้า) หัวหน้าเผ่าพันธุ์ไซคลอที่ชั่วร้ายและโหดเหี้ยม

เรื่องราวเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อ จอนนี่ ตัดสินใจลุกขึ้นสู้ เขาได้ค้นพบความลับบางอย่างที่ทำให้เขามีความได้เปรียบเหนือเผ่าพันธุ์ไซคลอ จากนั้นจึงได้รวมตัวกับกลุ่มมนุษย์ที่เหลือรอดเพื่อก่อตั้งกองกำลังกอบกู้โลก การต่อสู้ของมนุษย์ที่ด้อยกว่าทั้งด้านเทคโนโลยีและกำลังคน ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม ทำให้ผู้ชมได้ลุ้นและเอาใจช่วยไปกับภารกิจสุดอันตรายนี้
ความโดดเด่นของนักแสดง จอห์น ทราโวลต้า ในบทบาทของ เทอรัล ถือเป็นตัวละครที่น่าจดจำ เขาถ่ายทอดความเจ้าเล่ห์และความชั่วร้ายได้อย่างน่าขนลุก ทำให้ผู้ชมรู้สึกเกลียดชังและหวาดกลัวตัวละครนี้ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ทราโวลต้ายังรับบทเป็นผู้อำนวยการสร้างของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย ในขณะที่ แบร์รี่ เปปเปอร์ แสดงบทบาทของ จอนี่ ได้อย่างน่าประทับใจ เขาสามารถถ่ายทอดความมุ่งมั่นและความกล้าหาญของมนุษย์ที่ต้องการอิสรภาพได้เป็นอย่างดี
แม้ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีจุดอ่อนในเรื่องของการกำกับและบทภาพยนตร์ที่ค่อนข้างขาดความสมเหตุสมผลในบางส่วน แต่การแสดงของนักแสดงนำทั้งสองคนก็สามารถดึงความสนใจของผู้ชมไว้ได้ตลอดเรื่อง ทำให้ภาพยนตร์ยังคงมีเสน่ห์และน่าติดตามอยู่ไม่น้อย
จุดอ่อนและจุดแข็งมีจุดแข็งที่น่าสนใจหลายอย่าง ได้แก่ พล็อตเรื่อง ที่มีความเข้มข้นและน่าติดตาม การแสดง ของนักแสดงนำที่โดดเด่น และ งานสร้าง ที่ลงทุนมหาศาล ทำให้ภาพยนตร์มีฉากแอ็กชันที่ยิ่งใหญ่และสมจริง นอกจากนี้ ภาพยนตร์ยังให้แง่คิดเรื่องการต่อสู้เพื่ออิสรภาพและความหวังของมนุษย์ที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา
อย่างไรก็ตาม สงครามผลาญพันธุ์มนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็มีจุดอ่อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเช่นกัน ทั้งในเรื่องของการดำเนินเรื่องที่ดูแปลกๆ และจังหวะที่ขาดความไหลลื่น รวมถึงความไม่สมเหตุสมผลในบางฉาก ทำให้ภาพยนตร์ขาดความน่าเชื่อถือไปบ้าง แต่ถ้ามองข้ามจุดอ่อนเหล่านี้ไป Battlefield Earth ก็ยังคงเป็นภาพยนตร์ไซไฟที่ให้ความบันเทิงได้อย่างเต็มที่
โดยสรุปแล้วภารกิจทวงคืนโลกจากเผ่าพันธุ์ต่างดาว เป็นภาพยนตร์ไซไฟที่ควรค่าแก่การรับชม แม้จะได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบมามากมาย แต่ถ้าคุณเป็นแฟนหนังแนวไซไฟที่มีเรื่องราวการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ ภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้คุณลุ้นระทึกและเพลิดเพลินไปกับทุกนาทีอย่างแน่นอน




