รีวิวหนัง Materialists

Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา

รีวิวหนัง Materialists

 รักแบบไหนที่ใจตามหา 

รีวิวหนัง Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา คอนเทนท์ที่กอบกู้สถานการณ์หนังโรแมนซ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศในยุคนี้ได้อีกครั้ง กับเนื้อหาและสตอรี่รักในเมืองใหญ่ที่ถ่ายทอดออกมาได้ละมุนละไม สมราคาคุยกับเป็นตัวแม่หนังรักสายต๊าชใจแห่งยุคเรื่องราวของ ลูซี่ หญิงสาวที่ไม่เวิร์กกับการเป็นนักแสดง เธอจึงได้ผันตัวไปเป็นแม่สื่อให้กับเอเยนซีหาคู่ชื่อดังในมหานครนิวยอร์ก พร้อมกับกลายเป็นดาวเด่นในอาชีพนี้ ด้วยความสำเร็จที่สามารถแมตซ์ลูกค้าคู่รักที่นำไปสู่วันวิวาห์ได้ถึง 9 ครั้ง นับว่าเป็นการปลดล็อกหนึ่งในความสำเร็จแห่งชีวิตของเธอ แต่กลับสวนทางกับชีวิตส่วนตัว ที่ยังครองโสดและทุ่มเทให้กับอาชีพที่ถนัด จนกระทั่งมีสองชายหนุ่มได้โคจรเข้ามาพัวพันกับหัวใจเธอ คนหนึ่งก็คือชายหนุ่มผู้เพรียบพร้อมไปทุก ๆ อย่าง สมบูรณ์แบบดั่งตำแหน่งยูนิคอร์นของหนุ่มโสดในเมืองใหญ่ กับอีกคนก็คืออดีตคนรักที่เลิกรากันไปเพราะความไม่สมบูรณ์แบบ แต่ยังเป็นความคิดถึงที่ยังไม่ลืมเลือน แล้วใครที่เป็นคนที่เธอกำลังตามหาให้หัวใจอยู่ เซลีน ซง รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทหนังของเธอเองอีกเช่นเคย และก็ยังอำนวยการสร้างหนังอีกตำแหน่ง โดยผลงานหนังเรื่องนี้น่าจะเป็นชิ้นงานที่เฉียดใกล้ความเป็นทุนนิยมมากขึ้นมานิด เพราะเป็นการที่อยู่ภายใต้การบริหารของสตูดิโอหนังอินดี้ชื่อดัง แต่อย่างน้อย ๆ ก็ยังคงเปิดทางอิสระให้เธอได้พรั่งพรูความคิดสร้างสรรค์และละเลงไอเดียพรรณนาหนังรักออกมาได้อย่างกลมกล่อมอีกครั้ง

เอาจริง ๆ จะว่าไปในส่วนของพล็อตและบทหนังก็อาจจะไม่ได้แปลกใหม่ ตามประสาพล็อต หนังรักโรแมนติก ที่ก็มีลูกเล่นไม่กี่อย่าง หนังอาจจะชูโรงว่าเป็นหนังรักสามเส้า สไตล์อยากเก็บเอาไว้ทั้งสองคน แต่เมื่อมาอยู่ในมือของนักสร้างที่ชื่อว่า เซลีน ซง เธอคนนี้สร้างรับมือกับคอนเทนท์หนังรักชวนเลี่ยน ปรุงแต่งออกมาให้เห็นเลิฟสตอรี่ที่รสชาติละมุนลิ้นได้อย่างบรรเจิด กล้าพูดได้เลยว่านี่คือหนังรักที่เนื้อหาเกือบ 2 ชั่วโมง แต่ไม่มีจุดไหนที่น่าเบื่อเลยสักฉากเดียว หลาย ๆ ประโยคอาจจะฟังดูเลี่ยน ดูจั๊กกะจี้หู แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุก ๆ คำเป็นการกลั่นกรองออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติของพฤติกรรมการจีบกันของมนุษย์โดยแท้ Materialists จึงน่าจะกลายเป็นหนึ่งในหนังรักยุคใหม่ ที่ทำการผลิตวลีเด็ดและแคปชันคำคมเกี่ยวกับความรักยุคสมัยใหม่ ที่อาจจะกระแทกใจผู้ชมได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มากก็น้อย ขณะที่องค์ประกอบรังสรรค์ชิ้นงานนี้ก็เต็มไปด้วยความกลมกล่อม เพราะยังคงได้ “ชาเบียร์ คริชเนอร์” กลับมาดูแลงานถ่ายแบบที่เต็มไปด้วยเทคนิคงาม ๆ ในเมืองใหญ่ให้อีกครั้ง ร่วมด้วย “คีธ ฟราซ” มือตัดต่อคู่บุญ ที่พวกเขาทั้งคู่เคยทำงานกับเซลีนมาแล้วใน Past Live นั่นเอง งานดีไซน์ออกแบบโปรดักชันและฉากต่าง ๆ ในหนังเรื่องนี้ มาในโทนสีและบรรยากาศที่ดีมีสไตล์เป็นอย่างดี ผนวกเข้ากับทีมเสื้อผ้าที่ดีจัด ๆ โดย “แคทินา ดานาบาสซิส” คนดีคนเดิมที่เคยร่วมงานกันในหนังเรื่องก่อน และงานซาวน์ดเพลงประกอบจากฝีมือการประพันธ์ของ “ดาเนียล เพมเบอร์ตัน” ก็กลมกล่อมเข้ากับโทนของหนังดีมาก ๆ

เมื่อมาถึงพาร์ทการแสดงที่จัดได้ว่าเป็นหนังที่ใช้แคสติ้งน้อย แต่มอบผลลัพธ์อย่างหนักแน่นจริง ๆ เพราะเพียงแค่ “ดาโกตา จอห์นสัน” คนเดียว ลำพังเสน่ห์ของเธอก็เปล่งประกายไปทั้งเรื่องแล้ว แม้ว่าหนังรักจะค่อนข้างเหมาะเจาะกับเธอโดยเสมอมา แต่ทว่าการมาอยู่ในหนังรักเรื่องนี้กลับไม่ทับรอยคาแรกเตอร์เดิม ๆ ที่เคยเล่นไว้ ทุกย่างก้าว ทุกน้ำเสียง และสไตล์ที่เธอตีความถ่ายทอดออกมานั้น เป็นจังหวะที่ไม่ต่างกับเกิดมาเพื่อเธอโดยแท้ ยิ่งมาผนึกกำลังเข้ากับ 2 หนุ่ม “คริส อีแวนส์” กับ “เปโดร ปาสคาล” กลายเป็นว่าหนังเรื่องนี่ได้เพิ่มพลังเสน่ห์ความเจิดจรัสแบบคูณสามเลยทีเดียว เพราะได้นักแสดงมืออาชีพที่มาช่วยกันขับเคลื่อนเสน่ห์ในพาร์ทการแสดงได้ทรงประสิทธิภาพมาก ๆ ทำให้ทุกวีลและไดอะล็อกที่สื่อสารออกมาจากปากพวกเขานั้น กลายเป็นความคล่องแคล่วและน่าเชื่อถือจากอินเนอร์โดยแท้ แบบที่ระดับมืออาชีพเข้าทำให้ดู นับว่าเป็นกำไรของคนดูโดยแท้ ดังนั้นคงจะบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่า Materialists รักแบบไหนที่ใจตามหา เรื่องนี้ คือหนังรักแห่งปี 2025 แบบไร้ข้อกังขาใด ๆ ทุกประการ เพราะไม่ว่าจะมีกี่ช้อยส์ให้เลือกตรวจสอบ ก็พบว่าหนังเรื่องนี้ทำคะแนนได้ทั่วถึงในทุก ๆ หัวข้อ สามารถละเลงบทหนังรักธรรมดาให้กลายออกมาเป็นเสน่ห์ที่ลึกซึ้่งกินใจด้วยพลังแห่งความรักได้ดี ซ้ำยังเปรียบเปรยความรักในหลาย ๆ แง่มุมที่คนดูน่าจะประทับใจและเก็บไปเป็นคติยึดเหนี่ยวหัวใจได้หลาย ๆ ประโยคด้วย นี่แหละ..หนังรักที่มาช่วยกอบกู้สถานการณ์ความ โรแมนติก บนจอซินีมาได้อย่างเปี่ยมล้น

Scroll to Top