รีวิวเกม Valis The Fantasm Soldier Collection II – การกลับมาของนักรบสาวในตำนาน
หลังจากที่ค่ายเกมได้ประสบความสำเร็จพอสมควรกับ Valis The Fantasm Soldier Collection ภาคแรกบน Nintendo Switch ซึ่งเป็นการนำเกมแอ็กชัน 2 มิติระดับตำนานจากยุค 80s-90s กลับมาขายใหม่ในรูปแบบรวมฮิต ถึงแม้ว่าตัวเกมแทบไม่ได้ปรับปรุงกราฟิกหรือระบบอะไรมากนัก แต่เพราะชื่อเสียง ความคลาสสิก และความผูกพันของแฟน ๆ ที่รอคอยกันมาหลายสิบปี ก็ทำให้ยังสามารถขายได้และมีกระแสตอบรับดีพอที่จะสานต่อมาถึงในครั้งนี้
การกลับมาครั้งที่สองนี้ ยังคงเป็น เกมเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับ Nintendo Switch โดยมีให้เลือกทั้งแบบดาวน์โหลดดิจิทัล และแบบตลับเกมที่มาพร้อมกล่องสะสมสุดพิเศษ (แต่ราคาค่อนข้างสูงตามสไตล์ของสะสมสายเรโทร) โดย Valis The Fantasm Soldier Collection II จะมาพร้อมเกมจำนวน 4 ภาค ได้แก่
- Valis IV (PC Engine)
- Syd of Valis หรือ Valis SD (Mega Drive)
- Valis: The Fantasm Soldier (Mega Drive)
- Valis: The Fantasm Soldier (MSX)
ถือว่ามีจำนวนเกมมากกว่าภาคแรกขึ้นมา 1 เกม และครอบคลุมตั้งแต่ยุค 8-Bit ไปจนถึง 16-Bit

กราฟิก: ของเก่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์
ด้วยความที่เป็น “การขุดกรุ” ของแท้ กราฟิกแทบไม่ได้รับการปรับแต่งใด ๆ นอกจากมีโหมดให้เลือกอัตราส่วนหน้าจอ ทั้ง 4:3 แบบ CRT เดิม ๆ ที่เหมาะสมที่สุด, 16:9 ที่ยืดภาพจนสัดส่วนเพี้ยน และแบบเต็มหน้าจอที่หลายคนอาจไม่ชอบ เพราะมันทำลายความเป็นต้นฉบับไปพอสมควร กราฟิกโดยรวมยังคงเป็น Pixel Art แบบ 16-Bit ที่ถือว่า “เก่าแต่ยังดูได้” เพราะทุกวันนี้เกมอินดี้ก็ยังใช้สไตล์นี้ แต่หากเป็นภาคบน MSX (8-Bit) ต้องยอมรับว่าดูล้าสมัยเกินไป ภาพกระตุก การเคลื่อนไหวไม่ลื่นไหล และฉากขาดความสวยงามพอสมควร
สิ่งที่ช่วยพยุงคุณภาพโดยรวมคือ คัตซีน ที่ใส่มาในหลายภาค ซึ่งแม้จะเป็นงานภาพยุคเก่า แต่ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศการเล่าเรื่องและความมีเสน่ห์เฉพาะตัวได้ไม่น้อย เพื่อไม่ให้เป็นเพียงการก็อปวางแบบดิบ ๆ ทีมงานได้เพิ่มฟีเจอร์ Save ได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยให้ผู้เล่นใหม่ไม่ต้องเหนื่อยกับความยากระดับโหดแบบเกมยุค 80s-90s แต่ก็แอบน่าเสียดายที่ ไม่ได้เพิ่มโหมดย้อนเวลา (Rewind) แบบที่เกมรีมาสเตอร์ยุคใหม่หลายเกมมักใส่มา นอกจากนี้ยังมี แกลเลอรี ที่รวมปกเกม เพลงประกอบ และโหมดดูคัตซีน/ฉากจบโดยไม่ต้องเล่นเองจนถึงท้ายเกม เหมาะสำหรับสายสะสมหรือแฟน ๆ ที่อยากเสพเนื้อเรื่องอย่างเดียว
เจาะแต่ละภาคในคอลเลกชัน
นี่คือภาคที่แฟน ๆ หลายคนมองว่าเป็น “ภาคหลักที่ดีที่สุด” เพราะนอกจากกราฟิกและระบบเกมที่พัฒนาขึ้นแล้ว ยังเป็นภาคเดียวที่มี เสียงพากย์เต็มรูปแบบ และคัตซีนยาวสมบูรณ์แบบที่สุด ผู้เล่นจะได้พบกับ Lena ตัวเอกใหม่ที่ใช้ดาบเป็นอาวุธหลัก พร้อมทั้งพลังเวทมนตร์สุดอลัง และยังมีตัวละครให้เลือกสลับได้ทั้ง Amu ที่กระโดดสองจังหวะได้ และ Asfal นักรบพลังถึก จุดนี้ทำให้เกมเพลย์มีความลึก ต้องใช้ตัวละครให้เหมาะกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ภาคนี้ได้รับคำชมเสมอมา
Syd of Valis / Valis SD (Mega Drive)
ภาคพิเศษที่แหวกแนวที่สุด เพราะตัวละครทั้งหมดถูกย่อเป็นแบบ SD (หัวโตตัวเล็ก) ทำให้บรรยากาศเกมดูน่ารักสดใสกว่าภาคอื่น แม้ยังคงเป็นแอ็กชัน 2D ฟาดฟันปีศาจเหมือนเดิม แต่สไตล์กราฟิกช่วยให้เข้าถึงผู้เล่นได้ง่ายขึ้น ถึงจะดูการ์ตูน แต่ก็อย่าคิดว่าเกมจะง่าย เพราะความท้าทายยังจัดเต็มอยู่ เวอร์ชันรีเมกสำหรับเครื่อง SEGA ที่แตกต่างจากต้นฉบับบน PC Engine อย่างชัดเจน ทั้งฉาก เนื้อเรื่อง และระบบบางส่วน
ทำให้แม้เคยเล่นเวอร์ชันอื่นมาแล้ว ก็ยังสนุกกับเวอร์ชันนี้ได้อีก ผู้เล่นยังคงรับบทเป็น โยโกะ เด็กสาว ม.ปลาย ที่ได้รับพลังจากดาบศักดิ์สิทธิ์ เพื่อต่อสู้กับกองทัพปีศาจ แม้ภาพรวมถือว่าใช้ได้ แต่ฉากและศัตรูหลายส่วนกลับออกแบบมาธรรมดาเกินไปจนดูด้อยกว่าภาคอื่น ถือเป็นภาคที่แฟน ๆ หลายคนมองว่า “กลาง ๆ”
นี่คือภาคที่อายุมากที่สุดในชุดนี้ และก็ดูเก่าเกินกว่าจะสนุกได้จริง กราฟิก 8-Bit ขาดความลื่นไหล ฉากกระตุก การบังคับยากจนทำให้ผู้เล่นเสียชีวิตง่าย ๆ หลายคนมองว่ามันคือ “ภาคแถม” มากกว่าของจริง เพราะคุณภาพต่ำกว่าเกม Famicom เสียอีก แฟน ๆ หลายคนเสียดายที่ทีมงานไม่เลือกเอามาลงแทน ซึ่งน่าจะทำให้คอลเลกชันนี้ดูน่าสนใจกว่านี้

บทสรุป
การกลับมาที่ตอบโจทย์ “แฟนพันธุ์แท้” ของซีรีส์ Valis โดยแท้จริง มันคือของสะสมทางใจมากกว่าจะเป็นเกมที่ปรับปรุงใหม่ให้คนรุ่นใหม่สนุก การมี Valis IV แบบ PC Engine CD-ROM ถือเป็นจุดขายหลักที่สุด ส่วนภาคอื่น ๆ ก็เป็นเหมือนโบนัสให้แฟนได้สัมผัสประสบการณ์ยุคเก่าแบบครบถ้วน
อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่เคยเล่นซีรีส์นี้มาก่อน อาจจะไม่คุ้มค่าเท่าไร เพราะราคาไม่ถูก และไม่ได้ใส่ลูกเล่นใหม่ ๆ มากพอจะดึงดูดผู้เล่นทั่วไป สำหรับแฟนรุ่นเก๋า การได้เห็นนักรบสาว Valis กลับมาโลดแล่นบน Switch อีกครั้ง ก็นับว่าเป็นการปลุกความทรงจำและมอบรสชาติแห่งความเรโทรที่หาไม่ได้ง่าย ๆ ในยุคนี้




