รีวิวThat Christmas คริสต์มาสนั้น

That Christmas คริสต์มาสนั้น

รีวิวหนัง “That Christmas คริสต์มาสนั้น” เริงระบำใจฟูกับคริสต์มาสที่อาจจะยัง…หรรษาไม่สุด

หากคุณคือคนหนึ่งที่เติบโตมากับหนังรักฟีลกู้ดจากฝั่งอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น Love Actually หรือ Notting Hill ผลงานแอนิเมชันเรื่องใหม่ That Christmas คริสต์มาสนั้น ก็น่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สามารถเติมเต็มหัวใจของคุณได้ไม่ยาก เพราะนี่คือการกลับมาของ ริชาร์ด เคอร์ติส นักเล่าเรื่องระดับตำนาน ผู้ปลุกปั้นผลงานอมตะหลายเรื่อง แม้วันนี้เขาจะวางมือจากการกำกับไปแล้ว แต่ความสามารถในการร้อยเรียงบทภาพยนตร์ก็ยังคงเฉียบคมไม่เสื่อมคลาย และถูกส่งต่อผ่านผลงานแอนิเมชันเรื่องนี้ ที่ดัดแปลงจากหนังสือเด็กยอดนิยมของเขาเอง

เรื่องราวที่ห่อหุ้มด้วยบรรยากาศคริสต์มาส

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ของอังกฤษที่ต้องเผชิญกับพายุหิมะครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มีทั้งความสุข ความเหงา และความหวังในช่วงปลายปี เมื่อความหนาวเหน็บปกคลุมจนบรรยากาศอึมครึม กลับกลายเป็นบททดสอบให้ครอบครัวและกลุ่มเพื่อนฝูงต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และเมื่อวิกฤตหนักหน่วงเกินกว่าที่มนุษย์จะรับมือเพียงลำพัง ซานตาคลอสจึงต้องก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกอบกู้สถานการณ์ และคืนรอยยิ้มให้กับทุกคนในเมือง สิ่งที่หนังเล่าไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือซับซ้อน แต่กลับจับหัวใจของเทศกาลคริสต์มาสได้อย่างตรงไปตรงมา มันคือเรื่องราวของการแบ่งปัน ความอบอุ่น และการมองหาความหมายเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย

การกำกับที่ผสมผสานความเก๋าและความสดใหม่

เบื้องหลังงานกำกับแอนิเมชันเรื่องนี้คือ ไซมอน ออตโต นักแอนิเมเตอร์ผู้คร่ำหวอดในวงการกว่า 20 ปี และเคยผ่านงานสร้างสรรค์ชื่อดังมาแล้วมากมาย แต่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่เขาได้ขึ้นมารับหน้าที่กำกับหนังใหญ่เต็มตัว ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ทำให้เขาสามารถใส่องค์ประกอบที่จำเป็นต่อหนังแอนิเมชันยุคปัจจุบันได้อย่างครบถ้วน ทั้งงานภาพที่เนียนตา รายละเอียดการออกแบบฉากเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยมนตร์ขลังของฤดูหนาว และจังหวะการเล่าเรื่องที่พยายามรักษาเสน่ห์เฉพาะตัวแบบผู้ดีอังกฤษ แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นสร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเทียบเท่ากับค่ายยักษ์ใหญ่ฝั่งอเมริกา แต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะความเรียบง่ายและจังหวะการเล่าเรื่องที่ไม่เร่งรีบ จนผู้ชมได้ซึมซับความอบอุ่นทีละน้อย เหมือนนั่งจิบโกโก้ร้อนข้างกองไฟในค่ำคืนหิมะตก

บทหนังในแบบฉบับริชาร์ด เคอร์ติส

จุดแข็งที่สุดของ That Christmas ยังคงเป็นบทภาพยนตร์ที่มาจากปลายปากกาของ ริชาร์ด เคอร์ติส เอง เขาคือผู้กำกับและนักเขียนบทที่มีชื่อเสียงในด้านการสร้างหนังรักและหนังอบอุ่นหัวใจ ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันเล็ก ๆ น้อย ๆ และความจริงใจในการเล่าเรื่อง การดัดแปลงหนังสือเด็กของเขาเองจึงเหมือนกับการกลับมาสู่บ้านหลังเก่า ที่เขาคุ้นเคยกับท่วงทำนองเหล่านี้อย่างดี แม้ว่าจะปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงสร้างของหนังเรื่องนี้ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายคุ้นเคย และแทบจะเดินตามสูตรสำเร็จที่เราเคยเห็นมาจากหนังยุคก่อนของเคอร์ติส แต่เขาก็ยังคงถ่ายทอดเรื่องราวที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกผู้ชม และรู้ดีว่าต้องจบเรื่องแบบไหนถึงจะทำให้หัวใจผู้ชมอบอุ่น แม้มันอาจไม่ได้สร้างความประทับใจจนตรึงใจยาวนาน แต่ก็ยากที่จะไม่ยิ้มตามไปกับช่วงเวลาสุดพิเศษเหล่านั้น

ทีมพากย์ที่ช่วยเติมเสน่ห์

อีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับหนังคือทีมดาราชาวอังกฤษที่มาร่วมให้เสียงพากย์ เริ่มจากรุ่นใหญ่อย่าง ไบรอัน ค็อกซ์ และ บิล ไนต์ฮีย์ ที่ถ่ายทอดพลังเสียงอันทรงอิทธิพล เติมน้ำหนักให้ตัวละครจนผู้ชมรู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวา ขณะเดียวกันยังมีนักแสดงรุ่นใหม่อย่าง อินเดีย บราวน์, ซาซี เฮย์เฮิร์สต์, โจดี้ วิตทาเกอร์ และ ฟิโอนา ชอว์ ที่เข้ามาเพิ่มสีสันและสร้างบรรยากาศครอบครัวอังกฤษแท้ ๆ ให้กับหนัง เสียงของพวกเขากลายเป็นเหมือนเครื่องปรุงสำคัญที่ทำให้ That Christmas กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

ความรู้สึกหลังดู

เมื่อดูจนจบ สิ่งที่สัมผัสได้จาก That Christmas คือมันเป็นหนังคริสต์มาสที่อบอุ่นหัวใจ แม้อาจจะไม่ใช่หนังที่เปลี่ยนชีวิตหรือสร้างความตราตรึงแบบตลอดกาล แต่ก็ทำหน้าที่ของหนังเทศกาลได้อย่างครบถ้วน ผู้ชมจะได้รอยยิ้ม ได้ความรู้สึกซาบซึ้ง และได้หวนคิดถึงคุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว เพื่อนฝูง และชุมชน มันอาจไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบ โครงเรื่องยังแข็งทื่อและขาดมิติอยู่หลายส่วน แต่ด้วยเจตนาที่ตรงไปตรงมา การเล่าเรื่องที่เรียบง่าย และบรรยากาศคริสต์มาสที่ชวนให้หัวใจพองโต ก็เพียงพอที่จะทำให้ค่ำคืนหนาวเหน็บอบอุ่นขึ้นมาได้

บทสรุป

That Christmas คริสต์มาสนั้น จึงเป็นอีกหนึ่งแอนิเมชันที่เลือกหยิบเอาเสน่ห์ของคริสต์มาสมาเล่าอย่างตรงไปตรงมา ผ่านสายตาของผู้กำกับหน้าใหม่ที่มากประสบการณ์ และบทจากนักเล่าเรื่องที่คร่ำหวอดในวงการ แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นเป็น “หนังคริสต์มาสในดวงใจ” แต่ก็ถือเป็นผลงานที่เติมเต็มความสุขเล็ก ๆ ได้ในช่วงเทศกาล และย้ำเตือนเราว่า คริสต์มาสไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ของขวัญใต้ต้นไม้ หากแต่คือการมีคนที่เรารักอยู่เคียงข้าง

 

Scroll to Top