รีวิวเกม Save Room – พัซเซิลกระเป๋าในตำนานสำหรับแฟน Resident Evil
เมื่อพูดถึง Resident Evil 4 หลายคนคงนึกถึงฉากบู๊ลุ้นระทึกและบรรยากาศสุดคลาสสิก แต่หนึ่งในฟีเจอร์ที่กลายเป็น “มีม” และสร้างความประทับใจจนแฟนเกมจดจำได้ดีก็คือ “ระบบจัดเรียงไอเทมในกระเป๋า” ที่เหมือนกับการเล่นเกมพัซเซิลเล็ก ๆ ในห้องเซฟ จุดนี้เองที่ Ratalaika Games หยิบมาแตกไลน์กลายเป็นเกมเต็มตัวกับ Save Room ที่วางขายบนทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ PS4, PS5, Xbox, Switch ไปจนถึง PC
กราฟิก – ย้อนยุคแต่ได้ฟีลต้นฉบับ
อย่าคาดหวังงานภาพแบบ AAA เพราะ Save Room มาในแนวกราฟิกเรียบง่ายสไตล์อินดี้ ตรงไปตรงมา คล้ายเกมยุค PS2 หรือ GameCube ที่เห็นแค่ช่องกระเป๋าไอเทมและไอเทมต่าง ๆ วางเรียงกัน ทุกอย่างดูเชย ๆ แต่ก็คงเจตนาคงความดั้งเดิมและกลิ่นอาย Resident Evil อย่างครบถ้วน ระบบเมนูและฟอนต์อาจดูเหมือนเกมแจกฟรีบ้าง แต่กลับทำให้แฟนเก่าได้รำลึกความหลัง บวกกับเพลงประกอบที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศห้องเซฟในซีรีส์ Resident Evil ถึงจะสู้ต้นฉบับไม่ได้แต่ก็สร้างบรรยากาศได้ดีในแบบของตัวเอง
เกมเพลย์ – เรียงของชิลล์ ๆ ในแบบที่ใครก็เล่นได้
คือเกมพัซเซิลที่มีกติกาแสนเรียบง่าย เป้าหมายของแต่ละด่านคือการจัดเรียงอาวุธ ไอเทม ยา กระสุน ฯลฯ ให้อยู่ในกริดช่องที่เกมกำหนด ทุกไอเทมจะมีขนาดแตกต่างกัน เช่น ปืนยาวกินพื้นที่มากกว่าปืนสั้น กล่องกระสุน ขวดยา หรือไข่ ก็มีรูปทรงเฉพาะตัว จุดสนุกคือเราต้องคิดว่าควรวางตรงไหน หมุนหรือพลิกชิ้นส่วนให้ลงล็อกพอดี เมื่อทุกอย่างวางครบในช่องก็ผ่านไปด่านใหม่ นอกจากต้องจัดเรียงให้พอดี เกมยังเติมสีสันด้วยการผสมไอเทม เช่น ผสมสมุนไพรหรือเติมกระสุนเข้าปืน เหมือนใน Resident Evil จริง ๆ ด่านหลัง ๆ จะมีเงื่อนไขเล็ก ๆ น้อย ๆ เพิ่มความท้าทาย แต่โดยรวมก็ยังคงเล่นง่าย ไม่กดดันเพราะไม่มีจับเวลา ไม่มีพลังชีวิตให้ต้องกังวล ผู้เล่นจึงสามารถนั่งคิดนานเท่าไรก็ได้ เหมาะกับสายชิลล์และแฟนพัซเซิลที่อยากเล่นอะไรสบาย ๆ
ข้อสังเกต – คอนเทนต์น้อยแต่คุ้มค่าเงิน
มีด่านทั้งหมดประมาณ 40 ด่าน ซึ่งอาจดูน้อยสำหรับบางคน และภาพรวมของเกมก็ไม่ได้หลากหลายหรือเพิ่มลูกเล่นมากนัก อีกทั้งกราฟิกกับเพลงประกอบก็ไม่ได้หวือหวา แต่เมื่อเทียบกับราคาขายที่จับต้องได้ (ประมาณ 150 บาท) ก็ถือว่าสมเหตุสมผลมาก เป็นเกมที่เหมาะกับการเล่นฆ่าเวลาหรือแก้คิดถึง Resident Evil 4
สรุป
และสุดท้ายนี้ เกมพัซเซิลที่หยิบไอเดียเล็ก ๆ จาก Resident Evil 4 มาขยายจนกลายเป็นเกมเต็มตัว เล่นง่าย สบาย ๆ เหมาะกับคนที่ชอบจัดเรียงสิ่งของ หรือแฟน RE ที่อยากคลายเหงาระหว่างรอภาครีเมก แม้จะดูเรียบไปหน่อยแต่ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่แฟนเกมรุ่นเก่าต้องยิ้มแน่นอน!




