หนังเล่าถึง จอห์น คอนสแตนติน (Keanu Reaves) เขาเกิดมาพร้อมพรสวรรค์เขาสามารถแยกแยะระหว่างมนุษย์และปีศาจที่ปลอมตัวได้ อดีตเขาเคยพยายามฆ่าตัวตายแต่ไม่สำเร็จ เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาพร้อมด้วยความสามารถพิเศษขอแก้ไขความสามารถพิเศษนี้ในการต่อสู้และปราบปิศาจ ชีวิตเขารู้สึกสิ้นหวังเค้าจึงดื่มเหล้าหนักแล้วใช้ชีวิตเหมือนคนมีทุกข์ แอนเจลา (Rachel Weisz) ตำรวจหญิงผู้สงสัยในความสิ้นหวังของเขา จึงไปขอให้เขาช่วยเหลือในเรื่องน้องสาวและทำให้ค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับจอห์น
คือต้องบอกก่อนเลยว่าหนัง Constantine ดูสนุกมากแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่อินกับพระเจ้าในศาสนาคริสต์ คำว่าสนุกบางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากคำว่าหนังดีมากแต่มันก็เกิดจากคำว่าให้ความบันเทิงรู้สึกมีความสุขที่ได้ดู หนังมีพล็อตเรื่องในการปราบผี ดูเป็นการปรับผีแบบสมัยใหม่ หนังมีความน่าสนใจในการใช้ดีไซน์ในการปราบผีต่างๆ ส่วนการดำเนินเรื่องหนังไม่ได้ทำมาเพื่อเอาใจคนที่ห่างไกลศาสนามากนักแต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็นเพราะจริงๆแล้วหนังต้องการสื่อให้เห็นถึงความสามารถของพระเอกในการ ปราบปีศาจ เพราะหนังมีการเดินเรื่องในแบบการปราบปิศาจผสมผสานไปกับการสืบสวนสอบสวนหาเบาะแสและแกะรอยไปเรื่อยๆ

ในเรื่องของงานภาพค่อนข้างสร้างสรรค์ในเรื่องของเอฟเฟคเช่นการเดินทะลุกระจก ทำออกมาได้ค่อนข้างเนียน แต่ถ้าว่าถึงโดยรวมแล้วหนังก็ไม่ได้มีเนื้อหาอะไรที่แบบใหม่นอกเหนือไปจากการปราบปิศาจ แต่หนังก็มีความน่าสนใจเพราะว่าพระเอกนักแสดงนำค่อนข้างมีเสน่ห์และในการแสดงของเขาดูมีเสน่ห์ไปหมดไม่ว่าจะหยิบจะจับอะไรก็ตาม และต้องยอมรับว่าการปราบปิศาจกับไม้กางเขนเหมือนจะเป็นของคู่กัน หนังก็เลยค่อนข้างจะนิยามได้ว่าค่อนข้างโอนเอนไปทางศาสนาคริสต์ซะกว่าจริง ๆ นะผมว่ามันไม่ได้ขนาดนั้นหรอกต่อให้คนที่ไม่ได้อินกับศาสนาก็สามารถสนุกไปกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แม้ว่าหนังจะพยายามอ้างอิงให้เห็นว่า ศาสนาคริสต์คือแกนนำของการปราบปีศาจคือศูนย์รวมของความปลอดภัยและแสงสว่างจะเป็นลักษณะนั้นมากกว่า
หนังถ่ายทำด้วยอารมณ์โทนสีดำ เพื่อให้เห็นถึงบรรยากาศของปีศาจในโลกนี้จริงๆไม่ได้ดูสวยหรูเหมือนแฟนตาซีหนังเรื่องอื่น และนี่เป็นเสน่ห์ของหนังเรื่องนี้คือการปราบปีศาจด้วยพระเอกที่พูดน้อยต่อยหนักไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงอะไรมากมายเจอปีศาจก็ปราบ วางแผนในการใช้คาถาหรือวิธีการต่าง ๆ แค่นี้ก็คุ้มค่าที่จะให้คนดูได้ดูแล้ว แต่หนังก็ไม่ได้สื่อให้เห็นถึงการปราบปิศาจอย่างเดียว หนังพยายามสอดแทรกการสืบสวนสอบสวนเข้าไปด้วยเพื่อให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อ อย่างน้อยก็ทำให้คนดูลุ้นไปกับการแกะรอยและการตามหาเรื่องราวที่จะสืบสาวราวเรื่องไปพบกับเบาะแสปีศาจนั่นเอง
ข้อคิดที่ได้จากภาพยนตร์เรื่องนี้
1.ความสามารถในการสืบสวนของพระเอกแน่นอนว่าก่อนที่จะไปปราบปีศาจก็ต้องสืบสวนสอบสวนให้รู้ถึงที่มาที่ไปก่อนเพราะการดำเนินการบางอย่างจะทำโดยพละการไม่ได้และจะพาไปได้ด้วยเพราะการที่พักแค่ครั้งเดียวอาจจะหมายถึงชีวิต
2.วิธีการปราบปิศาจต่างๆ แน่นอนว่านี่เป็นหัวใจหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ คือวิธีการในการปราบปีศาจ ด้วยกลวิธีต่างๆทำให้รู้สึกว่ายังมีวิธีปราบผีอีกหลายวิธีที่เราเองก็ไม่เคยเห็นและไม่เคยรู้จัก
นี่คือหนังที่เหมาะกับคนที่ชอบการส่งปราบปิศาจและการสืบสวนสอบสวนไปด้วยในเวลาเดียวกัน การดำเนินเรื่องไม่น่าเบื่อ คนที่ไม่ได้ศรัทธาในศาสนาคริสต์รักมากนัก ก็สามารถชมอย่างบันเทิงได้




