หากจะพูดถึงเกม RPG ที่ประสบความสำเร็จในยุค 90S แฟนเกมส่วนใหญ่คงจะนึกถึงซีรีส์ Final Fantasy ที่มีการออกวางขายหลายภาค และแฟนตัวจริงคงจะรู้จักผู้ให้กำเนิดเกมอย่าง ฮิโรโนบุ ซากากุจิ (Hironobu Sakaguchi) หนึ่งในผู้สร้างเกมระดับตำนานของวงการเกม ที่ยังมีผลงานใหม่ ๆ ออกมาให้เราเล่นกันอย่างต่อเนื่องและเป็นที่รู้กันว่าซากากุจิได้ลาออกจาก Square Enix และไปก่อตั้งค่ายเกมของตัวเองในนาม Mistwalker และผลิตผลงานดัง ๆ มามากมาย และหนึ่งในนั้นคือเกมที่กลับไปร่วมงานกับค่ายเดิมอย่าง Square Enix จนมาเป็น FANTASIAN เกมแนว เทิร์นเบส RPG แบบคลาสสิก แบ่งออกเป็น 2 ภาค และล่าสุดมีการเปิดตัวเวอร์ชันคอนโซลที่เป็นการรวม 2 ภาคและยังเพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปวางขายใหม่ในชื่อ FANTASIAN Neo Dimension ออกบน PS4, PS5, Nintendo Switch, Xbox Series X/S และ PC ส่วนเรื่องราวใน FANTASIAN Neo Dimension จะเล่าผ่านตัวเอกหนุ่มหน้าสวยอย่าง Leo ที่ได้เขาได้สูญเสียความทรงจำหลังจากหลุดเข้าสู่โลกคู่ขนานที่รู้จักกันในชื่อ อาณาจักรแห่งเครื่องจักร และเราต้องออกเดินทางเพื่อฟื้นคืนความทรงจำ และต่อสู้กับ Vam ตัวร้ายที่ลึกลับ ที่มีหน้าตาเหมือนกับ Vincent ผสมกับ Sephiroth จากเกม Final Fantasy 7 เนื่องจากต้นฉบับของเกม FANTASIAN Neo Dimension ออกบน iOS ทำให้กราฟิกไม่ได้อลังการงานสร้างระดับเกมคอนโซลหรือ PC แต่ก็เหมือนเป็นความตั้งใจของผู้สร้าง เพราะมันเหมือนกับ RPG ยุค 90S ถึงต้นยุค 2000 ที่เราคุ้นเคยที่ยกระดับให้มีความคมชัดสูงขึ้น
ภาพในส่วนของฉากหลักในเกมนำเสนอด้วยมุมกล้องแบบ 2 มิติ ที่มีการปรับเปลี่ยนให้ทันสมัยขึ้น และยังมีฉาก World Map ที่ใช้มุมมองจากด้านบนที่ดูเรียบง่ายส่วนฉากต่อสู้ที่มาในรูปแบบ เทิร์นเบส RPG จะเป็นฉากแบบ 3 มิติที่มีการปรับมุมกล้องแบบอัตโนมัติ ที่โดยรวมดูธรรมดา เกมบนมือถือระดับ AAA ทุกวันนี้ทำได้ดีกว่านี้มาก แต่โดยรวมมันก็ไม่ได้แย่เพราะผู้สร้างพยายามใส่รายละเอียดทั้งฉากและตัวละครเข้าไป นอกจากนี้ในส่วนของเพลงประกอบได้ตำนานของวงการเกมอย่าง โนบุโอะ อุเอมัตสึ มาแต่งเพลงให้ โดยเขาเป็นผู้แต่งเพลงให้ซีรีส์ Final Fantasy ทำให้ใน FANTASIAN มีกลิ่นอายของผลงานเก่าของเขาทั้งเกม นอกจากนี้ยังมีของแถมเป็นการเปลี่ยนเพลงในฉากต่อสู้ให้เป็นเพลงจากซีรีส์ Final Fantasy เข้ามาเสริมด้วย โดยจะมีตั้งแต่ภาค 7 Remake, ภาค 14 และภาค 16 รวมทั้งภาคคลาสสิกอย่าง Pixel Remaster มาให้เลือกใช้งานกันด้วยอย่างที่บอกไปว่า FANTASIAN Neo Dimension ใช้รูปแบบเทิร์นเบส RPG ที่เราต้องใส่คำสั่งเพื่อโจมตี และไม่มีระบบเรียลไทม์ ซึ่งถือว่าเชยมากแล้วหากจะหยิบมาเล่นในปี 2024 แต่หากมองว่ามันเป็นการนำแนวทางการเล่นที่เคยได้รับความนิยมในอดีตมาสร้างเป็นเกมใหม่ให้เล่นโดยทีมงานระดับตำนานก็ถือว่าพอจะรับได้ โดยเฉพาะแฟนรุ่นเก่าที่ชอบเกมแนวนี้อยู่แล้ว ซึ่งเป็นความตั้งใจของผู้สร้างทำให้มันไม่ใช่ข้อเสียส่วนในฉากต่อสู้แม้จะเป็นรูปแบบการเล่นที่ค่อยข้างเชย
แต่ก็เสริมด้วยการใช้ท่าไม้ตาย ที่ผู้เล่นสามารถกำหนดทิศทางของการปล่อยพลังได้ และหากเลือกใช้ท่าที่มีความทะลุทะลวงก็จะสามารถโจมตีศัตรูได้หลายตัวพร้อมกัน ทำให้การต่อสู้เราต้องเล็งองศาให้ดีจะได้เปรียบในการต่อสู้อย่างมาก นอกจากนี้ยังมาพร้อมการแพ้ทางกันเหมือนกับเกม RPG ทั่วไปด้วย และยังมีตัวละครที่สามารถผสมไอเทมเป็นอาวุธใช้โจมตี ทำให้เกมมีอะไรให้ทำมากกว่าที่คาดไว้ แม้จะไม่ได้แปลกใหม่ก็ตาม วกกลับมาดูระบบอัปเกรดตัวละครยังคงใช้รูปแบบของ เลเวล เหมือนเดิม ที่เมื่อเก็บค่าประสบการณ์แล้วจะได้เลเวลเพิ่ม ที่นอกจากจะได้ค่าพลังเพิ่มแล้วยังได้ท่าไม้ตายใหม่ ๆ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เกม RPG ในอดีตใช้กัน และยังมาพร้อมกับการซื้ออาวุธเครื่องป้องกัน รนี่ถือเป็นข้อดีของเกมที่มีความท้าทายให้สัมผัสและระบบที่ทำให้การเล่นสะดวกขึ้นคือเกมได้ใส่ Dimengeon หรือระบบสะสมศัตรู อย่างไรก็ตามปัญหาของเกมหลัก ๆ คือ มุมกล้อง เพราะแม้จะนำเสนอแบบล็อกตายตัว แบบเดียวกับ Final Fantasy สมัย PS1 แต่ผู้สร้างใส่รูปแบบการปรับมุมกล้องแบบอัตโนมัติเพื่อป้องกันมุมอับสายตา แต่กลับให้เกิดปัญหาเพราะมันทำให้ดูเวียนหัวมาก ยิ่งเมื่อผู้เล่นเริ่มหลงทิศแล้วเดินไปเดินมายิ่งทำให้ผู้เล่นเกิดอาการเมามุมกล้องได้ ซึ่งหากเรานั่งใกล้จอทีวีจะยิ่งเกิดอาการเวียนหัวได้ แต่แก้ไขได้โดยการเล่นบนหน้าจอเล็ก ๆ ซึ่งคาดว่าเพราะต้นฉบับออกบน iOS ทำให้ผู้สร้างใช้ระบบนี้เข้าไป FANTASIAN Neo Dimension เป็นเหมือนจดหมายรักจากผู้สร้างเกมในตำนาน ที่ส่งถึงแฟนเกมที่ยังคงอยากสัมผัสความคลาสสิกที่เคยเล่นในวัยเด็ก แม้จะดูเชยมากแต่ก็ยังคงมีความสนุกและความท้าทายให้สัมผัส แฟนตัวจริงของซีรีส์ Final Fantasy มาก่อนไม่ควรพลาด เพราะมันถูกสร้างมาเพื่อเอาใจคุณ




