รีวิวหนัง ไรเดอร์ Rider

ไรเดอร์ Rider

รีวิวหนัง ไรเดอร์ Rider” ต่อยอดคอนเทนท์ผีฮา ที่เต็มไปด้วยคำถามค้างคาใจนานาประการ

ปี 2567 วงการหนังไทยต้องการ “หมัดเด็ด” เพื่อสั่นสะเทือนกระแสคนดู และค่ายใบโพธิ์ก็เลือกจะส่งไม้ตายที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้กับ Rider ไรเดอร์ หนังที่ตั้งใจมา “ดับล้างอาถรรพ์” ของหนังสยองขวัญแนวขายเสียงหัวเราะที่ช่วงหลังเริ่มเจอวิกฤต คนดูเริ่มเบื่อมุกซ้ำ ๆ และกลวิธีเดิม ๆ การดึง มาริโอ้ เมาเร่อ พระเอกเบอร์ท็อปตลอดกาลของค่ายมาเป็นหัวขบวนจึงเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ พร้อมเสิร์ฟด้วยพล็อตที่เล่นกับทั้งมิตรภาพ ความรัก และผี ๆ แบบจัดเต็ม

เรื่องย่อ : ไรเดอร์สู้ผี รักผี และวิ่งหนีผี

แก๊งไรเดอร์เพื่อนซี้มีด้วยกันสามคน

  • นัทหนุ่มหล่อผู้มีเซนส์เห็นผีได้ตลอดเวลา
  • เสือยอดนักไลฟ์สดสายโซเชียล
  • น้าไก่ไรเดอร์สายมูที่พกเครื่องรางเต็มตัว

พวกเขาขับส่งอาหารกลางวันก็ปกติ แต่พอค่ำทีไรกลับเจอออเดอร์สุดพิลึกที่พาไปเจอโรงแรมร้าง บ้านผีสิง หรือแม้แต่สุสานชวนหลอน แต่เรื่องไม่คาดคิดคือการได้รู้จักกับ พาย สาวเซอร์เจ้าของร้านซ่อมมือถือที่ทำให้นัทหวั่นไหว ถึงขั้นส่งขนมจีบไม่พัก แต่ยังไม่ทันได้อินเลิฟจริงจัง พายกลับหายตัวไปอย่างลึกลับ ภารกิจตามหาความจริงจึงเริ่มต้น สามหนุ่มต้องเผชิญทั้งผีสารพัดรูปแบบและปริศนาที่ซ่อนอยู่หลังความมืด เมื่อเป้าหมายคือช่วยคนที่รัก แต่สิ่งขวางทางคือดวงวิญญาณสุดเฮี้ยน

เบื้องหลัง : มือเก่าที่คุ้นเคยกับผี

ผู้กำกับคือ กังฟูนิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ผู้เคยฝากผลงานหนังผีหลายเรื่องและถือว่าถนัดแนวนี้ เขาจัดเต็มใส่ทั้งความหลอนและมุกตลกตามสไตล์ พยายามหยิบสูตรสำเร็จของหนังไทยแนวสยอง–คอมเมดี้มาใช้ ทั้งจังหวะผีโผล่ มุกหลุดขำ ไปจนถึงการสอดแทรกความโรแมนติกบางเบาให้หนังไม่ตึงเครียดจนเกินไป นอกจากนี้หนังยังอ้างอิงคอนเซ็ปต์จาก เทอมสองสยองขวัญ ตอนตึกวิทย์เก่า” มาต่อยอดเป็นเรื่องยาวเต็ม ๆ ซึ่งน่าจะเป็นการต่อจิ๊กซอว์จากความสำเร็จของโปรเจกต์เดิม แต่กลายเป็นว่าเสน่ห์จากต้นทางกลับถูกเจือจางลง แม้จะมีความยาวกว่าร้อยนาที แต่ “ไรเดอร์” กลับหาสาระสำคัญแทบไม่ได้ บทหนังเต็มไปด้วยฉากวิ่งหนีผีซ้ำ ๆ การเล่าเรื่องที่ขาดทิศทางชัดเจน และรอยต่อที่ขาดความเนียน คนดูเข้าใจว่าใครเป็นใคร แต่กลับไม่รู้สึกอินไปกับการเดินทางเลย ความพยายามจะผสมผี–ฮา–รัก จึงกลายเป็นแค่ “การวางของไว้รวม ๆ กัน” โดยไม่ถูกเชื่อมโยงอย่างมีพลัง ผลที่ตามมาคือแทนที่หนังจะดึงความสนใจ กลับทำให้หลายคนรู้สึกอยากลุกออกจากโรงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เพราะมุกไม่เวิร์ก ผีก็ไม่หลอน และเรื่องก็ไม่ขับเคลื่อนไปข้างหน้า

งานภาพและโปรดักชันดูพยายามมาก แต่กลับกลายเป็น “มากเกิน” จังหวะตัดต่ออัดนู่นอัดนี่จนไม่รู้จะลงตรงไหน การสลับโทนจากฮาไปสู่หลอนแล้วกลับมาฮาอีก บางครั้งให้ความรู้สึกสะดุดเหมือนติดเบรกกระทันหัน ขาดความละมุนละไมที่หนังผี–คอมเมดี้จำเป็นต้องมี แม้จะมีชื่อชั้นอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ มานำทัพ แต่บทของเขากลับไร้มิติ ถูกทำให้กลายเป็นตัวละครที่ไม่มีเสน่ห์มากพอให้แบกหนังได้ กลายเป็นว่า เซียนหรั่ง ภูวเนตร ที่รับบทสมทบกลับโดดเด่นกว่า ทั้งจังหวะมุกและการเข้าซีน ทำให้คนดูจดจำได้มากกว่า ขณะที่ อาร์ต มารุต ถูกวางบทเป็นตัวเบรก แต่กลับกลายเป็นตัวช็อตฟีลเสียมากกว่า ด้าน ฟรีน–สโรชา ที่กำลังพัฒนาฝีมือได้ดี พอมาเจอบทในเรื่องนี้กลับดูน่าเสียดาย เพราะไม่ได้ส่งเสริมศักยภาพของเธอเลย สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือชื่อหนังเอง “ไรเดอร์” ซึ่งสามารถนำเสนออาชีพคนส่งอาหาร–ของเดลิเวอรีได้หลากหลายแง่มุม แต่หนังกลับใช้เพียงแค่ฉากหลัง ไม่ได้ขยี้ชีวิตจริง ความท้าทาย หรืออัตลักษณ์ของอาชีพนี้เลย ทั้งที่เป็นวัตถุดิบที่คนดูยุคนี้คุ้นเคยและพร้อมจะอินได้ง่าย แต่กลับกลายเป็นแค่แก๊งหนุ่ม ๆ ที่ใส่เสื้อติดโลโก้แล้วขี่มอเตอร์ไซค์หนีผีเท่านั้น

บทสรุป : หนังที่ยังวนอยู่กับที่

ท้ายที่สุด Rider ไรเดอร์ เป็นหนังที่สะท้อนปัญหาของหนังไทยสายผี–คอมเมดี้ที่ยัง “ติดหล่ม” อยู่กับสูตรสำเร็จเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นมุกตลกที่เดาได้ ผีที่โผล่มาแบบซ้ำซาก หรือการเล่าเรื่องที่ขาดแรงขับใหม่ ๆ แม้ทีมผู้สร้างจะตั้งใจใช้ดาราเบอร์ใหญ่และหยิบจับคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจ แต่กลับไม่สามารถพัฒนาให้กลายเป็นงานที่สดใหม่ได้ ในขณะที่วงการหนังไทยปี 2567 กำลังพยายามก้าวข้ามขีดจำกัดและพัฒนาศักยภาพ แต่ “ไรเดอร์” กลับเป็นตัวอย่างของหนังที่ยังวนเวียนอยู่กับที่ และอาจกลายเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกลืมเร็วที่สุด สำหรับคนที่อยากดูอะไรเบาสมอง มีมุกผีโผล่ให้ตกใจพอประมาณ หนังเรื่องนี้อาจตอบโจทย์ แต่ถ้าคุณคาดหวังความสดใหม่หรือต้องการหนังที่สะท้อนอาชีพไรเดอร์อย่างจริงจัง อาจต้องเตรียมใจก่อนเข้าโรง

 

Scroll to Top