นอกจากตัวละครหลักอย่าง เจมี (แอรอน เทย์เลอร์-จอห์นสัน), อิสลา (โจดี โคเมอร์), และสไปค์ (อัลฟี วิลเลียมส์) อีกหนึ่งตัวละครที่มีความสำคัญไม่แพ้ตัวละครอื่นๆก็คือตัวละคร “ดร. เอียน เคลสัน” นายแพทย์ผู้รอดชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสคลั่ง และการไล่ล่าของฝูงผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์มาได้ด้วยตัวคนเดียวตลอดระยะเวลา 28 ปีที่ผ่านมา ซึ่งรับบทโดยนักแสดงผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลอคาเดมี อวอร์ด “ราล์ฟ ไฟน์ส”
“ด็อกเตอร์เอียน เคลสัน เป็นหมอผู้มีแนวคิดมนุษยนิยมครับ เป็นชายผู้มีความเห็นอกเห็นใจ ผมว่าเขาคือคนที่ยอมรับสัจธรรมเรื่องความตาย กับคำศัพท์ประจำใจ “เมเมนโต โมริ” ศัพท์ภาษาลาติน ที่แปลว่าให้รำลึกถึงความตาย ว่าคุณเป็นมนุษย์ปุถุชน ว่าวันหนึ่ง คุณก็ต้องตาย นอกจากนั้น มันยังเป็นเครื่องเตือนให้รำลึกถึงภัยคุกคามที่เกิดจากผู้ติดเชื้อ และหล่อหลอมมุมมองโลกของเขาอีกด้วย” ไฟน์ส พูดถึงตัวละครของเขา

“เคลสันได้สร้างวิหารเพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับผู้ล่วงลับหรือผู้ที่กลายเป็นเหยื่อของเชื้อไวรัสน่ะครับ โครงสร้างนั้นเป็นอาคารที่มีขนาดเท่าโบสถ์ 28 Years Later และสร้างจากกระดูกของมนุษย์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระดูกต้นขา กระดูกซี่โครง กระดูกส่วนสะโพก และหัวกะโหลก ดังนั้น วิหารกระดูกนี้จึงเป็นทั้งสิ่งที่อุทิศให้กับผู้ล่วงลับ ผู้ที่เสียชีวิตทุกคน และเป็นงานแห่งรักสำหรับเคลสันด้วย เขายอมรับความจริงเรื่องความตายว่ามันปรากฏชัดเจนเหลือเกิน” ไฟน์กล่าวต่อ “แทนที่จะวิ่งหนีจากมัน แสร้งทำเป็นว่าความตายไม่ได้มีอยู่จริง หรือใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความกลัวมัน เคลสันกลับให้เกียรติความตายและผู้ล่วงลับ ในแง่หนึ่ง เขาก็เป็นคนที่เหมือนกับนักบวชและเป็นผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์ด้วยครับ”
“วิหารกระดูก” หรือ “The Bone Temple” ดูเหมือนจะเป็นสถานที่สำคัญและน่าสะพรึงกลัวในภาพยนตร์ภาคนี้ มันถูกนำเสนอเป็นสถาปัตยกรรมที่สร้างจากกะโหลกศีรษะมนุษย์ ซึ่งสื่อถึงการรำลึกถึงผู้ที่ล้มตายจากไวรัส Rage หรืออาจเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและการเอาตัวรอดที่โหดร้ายในโลกที่ล่มสลายนี้ Danny Boyle ผู้กำกับภาคแรกยังกล่าวถึงการสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงผู้ที่จากไปว่าเป็นการกระทำที่ “ทำให้เราเป็นมนุษย์” ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าวิหารกระดูกนี้ไม่ใช่เพียงแค่สัญลักษณ์ของความตาย แต่ยังมีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น




