มาร์เวล สตูดิโอ กับผลงานหนังซูเปอร์ฮีโรเรื่องล่าสุดที่เพิ่งปล่อยฉายเปิดซัมเมอร์ที่ผ่านมา อย่าง “Thunderbolts*” กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งล่าสุดเกี่ยวกับผลลัพธ์ทางด้านรายได้ แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะกอบกู้ศักดิ์ศรีและพลังศรัทธาของหนังฮีโรกลับคืนมาได้อย่างสมเกียรติ ด้วยคะแนนรีวิวที่น่าประทับใจ แต่ทว่าบัดนี้หนังยังไม่อาจจะทำเงินรายได้เข้าเป้าหมายที่ตั้งเป้าเอาไว้อย่างน่าพึงพอใจ
Variety ได้ทำรายงานติดตามสถานการณ์รายได้ของหนัง Thunderbolts* หลังจากที่ออกฉายผ่านมา 6 สัปดาห์เต็ม ปัจจุบันทำรายได้รวมทั่วโลกไปราว ๆ 376 ล้านเหรียญ ซึ่งยังจัดได้ว่าเป็นกลุ่มหนังมาร์เวลที่ทำเงินได้น้อยที่สุดในจักรวาลทั้งหมด และคาดการณ์ว่าสถานการณ์รายได้ของหนังเรื่องนี้ในท้ายที่สุดแล้ว ไม่น่าจะปิดตัวเลขได้ถึงหลัก 400 ล้านเหรียญจากทั่วโลก อาจจะน้อยกว่า “Eternals” (401 ล้านเหรียญ) หนังที่คนดูสาปส่งของมาร์เวล หรือน้อยกว่า “Captain America: Brave New World” (413 ล้านเหรียญ) หนังกัปตันที่เพิ่งรีบูตใหม่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ผู้เชี่ยวชาญในฮอลลีวูดระบุว่า สถานการณ์การคำนวณและคาดคะเนตัวเลขของมาร์เวลได้เปลี่ยนไปแล้ว ดูเหมือนว่าหนังมาร์เวลในยุคปัจจุบันจะไม่สามารถการันตีได้ว่าจะทำรายได้แตะถึงพันล้านเหรียญได้อีกต่อไป และนี่ยังเป็นการตอกย้ำที่ยังเด่นชัดว่า กลุ่มหนังซูเปอร์ฮีโรยังเผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ตกต่ำอยู่ต่อไป โดยที่วงการก็ยังพยายามที่จะเรียกพลังศรัทธากลับคืนมาอยู่เช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ รายได้ในเวลานี้ของ บ็อกซ์ออฟฟิศ อาจจะไม่ถือว่าเจ็บตัวมากนัก เพราะหนังใช้ทุนสร้างไปราว ๆ 180 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบประชาสัมพันธ์ของหนัง ที่หากรวมทั้งหมดแล้วน่าจะใช้งบไปประมาณ 350 ล้านเหรียญ+ กับตัวเลขทั่วโลกที่ได้คืนมาในตอนนี้ถือว่าเท่าทุนสร้างไปเรียบร้อยแล้ว แต่มาร์เวลยังไม่สามารถได้กำไรจากหนังเรื่องนี้อยู่นี้ เพราะเป้าหมายรายได้ที่น่าจะเป็นควรจะแตะระดับ 425 ล้านเหรียญขึ้นไป นั่นอาจจะยังทำให้มาร์เวลต้องเจ็บตัวและขาดทุนไปเล็กน้อย
แต่สถานการณ์เช่นนี้ ก็ไม่สามารถจะหยุดยั้งแนวทางพัฒนาสร้างงานใหม่ ๆ ของหนังมาร์เวล เพราะพวกเขาก็ยังมีของเตรียมมาเสิร์ฟแฟน ๆ อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ว่าทิศทางการสร้างอาจจะต้องละเอียดและรอบคอบมากยิ่งขึ้น “The Fantastic Four: First Steps” เป็นผลงานเรื่องถัดไปของมาร์เวลในฤดูร้อนปีนี้ นี่คือการปัดฝุ่นรีบูตหนังสี่กายสิทธิ์ครั้งใหม่อีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วย “Avengers: Doomsday” ที่ขอถอยไปตั้งหลักช่วงปลายปี 2026 โดยที่ยังมี “Spider-Man: Brand New Day” ตามมาปีหน้าอีกเรื่อง




