The Treacherous หนังเกาหลีสุดฉาวแห่งยุคที่พลิกนิยาม “พีเรียดอิโรติก”

The Treacherous

พูดถึงหนังพีเรียดเกาหลี ยุคก่อนมักจะนึกถึงงานภาพสวย ๆ โทนอบอุ่น ชุดงาม ๆ เรื่องราวเข้มข้น แต่ถ้าเป็น The Treacherous ขอบอกเลยว่าให้โยนภาพพีเรียดแบบนุ่มละมุนทิ้งไปก่อน เพราะหนังเรื่องนี้คือขบถของวงการแบบเต็มตัว!เป็นหนังที่ทั้งแรง ทั้งดาร์ก ทั้งฉาวระดับเป็นที่พูดถึงไม่หยุดตั้งแต่วันฉายแรกในเกาหลี จนหลายคนลงความเห็นว่านี่คือหนึ่งในหนังพีเรียดอิโรติกที่ “กล้าสุด” และ “หลุดสูตรที่สุด” ในรอบหลายปี บวกกับเนื้อเรื่องที่ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่เต็มไปด้วยเกมอำนาจ การหักหลัง และความบ้าคลั่งของผู้มีอำนาจ ความเผ็ดร้อนของหนังมันเลยไม่ได้หยุดอยู่ที่ผิว แต่เจาะลึกไปถึงความดำมืดของมนุษย์แบบเต็ม ๆ

เนื้อเรื่องแรง ชัด และตีแสกหน้าความโหดร้ายของยุคโบราณ

หนังเล่าเรื่องรัชสมัยของกษัตริย์ยอนซัน (King Yeonsan) ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นกษัตริย์ขี้หลงระเริง ตัวละครผู้ปกครองประเทศแต่ใจเต็มไปด้วยความหมกมุ่น การใช้อำนาจเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม

จูจีฮุน และที่พีคสุดคือ “โครงการคัดนางสนมทั่วอาณาจักร” ที่ฟังเผิน ๆ เหมือนซีรีส์โรแมนซ์ แต่นี่คือการคัดแบบเข้มข้น ดุเดือด และโหดร้ายชนิดบีบหัวใจ หนังไม่ได้ขายความโจ่งแจ้ง แต่สะท้อนความจริงของสังคมยุคเก่า ที่ผู้หญิงหลายคนไม่มีสิทธิ์เลือกชีวิตตัวเอง

ความฉาวของหนังไม่ได้หยุดที่ร่างกาย แต่ลึกไปถึงโครงสร้างอำนาจ เพศ และการกดขี่มนุษย์โดยมนุษย์เอง

 

ตัวละคร “ทรราช” ที่ทำคนดูทั้งโกรธ ทั้งหวาด ทั้งสะอิดสะเอียน

ต้องยอมรับว่า The Treacherous มีตัวละครที่น่าจดจำที่สุดเรื่องหนึ่งในหนังพีเรียดเกาหลี เพราะทุกตัวล้วน “เทาเข้มจนเกือบดำ” ไม่มีใครขาวสะอาดจริง ๆ

  • กษัตริย์ยอนซัน ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างทรงพลัง เป็นคนที่ค่อย ๆ สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปทีละน้อย
  • พ่อ–ลูกขุนนางจอมหลอกลวง ที่ปั่นทั้งวังให้กลายเป็นสนามประลองอำนาจ ทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งไร้ศีลธรรมแต่กลับมีช่วงที่เห็นความเปราะบางจนคนดูเผลออยากเข้าใจ
  • และ หญิงสาวที่ถูกคัดตัว ซึ่งบางคนมีไฟลุกในใจ บางคนยอมจำนน และบางคนพร้อมลุกขึ้นสู้

ความสัมพันธ์ของทุกตัวละครคือความซับซ้อนที่บอกเลยว่า สนุกแบบเข้ม ๆ ไม่ใช่แค่ฉากหวือหวาแต่มีชั้นเชิงทางอารมณ์มากกว่าที่คิด

 

The Treacherous

งานภาพคือ “ลุ่มลึกและบาดใจ” มากกว่างานพีเรียดทั่วไป

คิมคังอู แม้หนังจะถูกพูดถึงเรื่องความแรงเป็นอันดับแรก แต่อีกสิ่งที่ต้องชมคือ “งานภาพโคตรสวย”

สวยแบบจงใจ
สวยแบบมีความหมาย
สวยแบบต้องการสะกิดใจคนดูมากกว่าทำให้ว้าวเฉย ๆ

โทนสีถูกใช้สื่ออารมณ์อย่างแท้จริง ฉากในวังถูกถ่ายทอดอย่างหรูหราแต่แฝงความอันตราย ทุกความวิบวับมีเงามืดซ่อนอยู่ตลอดเวลา

บวกกับการจัดแสงที่ทำให้ฉากบางฉากเหมือนอยู่ในห้องปิดตาย เป็นทั้งความสวยและความหลอนที่มาประกบกันอย่างลงตัว

 

ความอีโรติกที่ไม่ใช่เพื่อปลุกเร้า แต่เพื่อ “วิจารณ์อำนาจ”

อีโรติกในหนังเรื่องนี้ไม่ได้ขายความวาบหวิวแบบไร้สาระเลยแม้แต่นิดเดียว แต่มันคือ

  • อีโรติกที่สะท้อน “ความอัปลักษณ์ของอำนาจ”
  • อีโรติกที่ทำให้เห็นว่าสังคมชายเป็นใหญ่กดขี่เพียงใด
  • และอีโรติกที่ทำให้ถามตัวเองว่า “นี่คือความสุข…หรือความโหดร้ายแฝงเร้น?”

หนังใช้ความหวือหวาเป็น “กระจก” มากกว่าจะใช้เพื่อความตื่นเต้น มันเลยทำให้เรื่องราวดูหนักขึ้นและคมขึ้นจนสะท้อนใจมากกว่าชวนฟิน

 

The Treacherous

สรุป – The Treacherous คือหนังแรง เข้ม และทรงพลังกว่าที่คิด

ถ้าคุณเป็นสายพีเรียดเข้ม ๆ ที่ชอบความดาร์ก ชอบงานภาพจัดเต็ม ชอบความสัมพันธ์ซับซ้อน และอยากดูหนังที่มี “ชั้นความหมาย” มากกว่าฉากหวือหวา คือหนังที่ควรดูจริง ๆ

มันทั้งน่าตกใจ น่าคิด และน่าพูดถึง
เป็นหนังที่กล้าท้าทายค่านิยมเก่า ๆ และสะท้อนด้านมืดของอำนาจได้อย่างถึงที่สุด

และขอย้ำเลยว่า…
นี่ไม่ใช่หนังอีโรติกธรรมดา แต่มันคือ “โศกนาฏกรรมที่ถูกห่อด้วยภาพลวงตาของความสุข”

ดูจบแล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมคนถึงพูดถึงหนังเรื่องนี้ไม่หยุดมาจนถึงทุกวันนี้

 

Scroll to Top