Leo (ลีโอ) แอนิเมชั่นสุดเพลินที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี เรื่องราวฟีลกู๊ดของกิ้งก่าแก่พูดได้ที่คอยดูแลเด็กประถม [มีพากย์ไทย] ดูได้ทาง Netflix บทความรีวิวนี้ ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่า
เรื่องย่อ Leo (ลีโอ)
ผลงานแอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดที่ Adam Sandler ร่วมสร้างกับ Netflix ซึ่งจะติดตามเรื่องราวของ Leo (พากย์เสียงโดย Adam Sandler) กิ้งก่าชราวัย 74 ปีที่เป็นสัตว์เลี้ยงอยู่ในห้องเรียนเด็กป.5 มานานหลายสิบปี หลังจาก Leo รู้ตัวว่าตัวเองมีอายุขัยแค่ 75 ปี และกำลังจะตายในอีก 1 ปี เขาจึงได้ตัดสินใจที่อยากจะหนีออกไปใช้ชีวิตในโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย ประจวบเหมาะกับที่มีครูสอนแทนสุดใจร้ายคนใหม่เข้ามาสอนแทน ซึ่งครูคนใหม่นี้ได้ตั้งกฎให้นักเรียนนำ Leo กลับไปเลี้ยงที่บ้านในทุกวันศุกร์ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ช่วงเวลาที่ไปอยู่บ้านเด็กๆ เพื่อหลบหนี แต่กลับกลายเป็นว่าเมื่อเขาไปอยู่กับเด็กๆ เขาก็ได้รู้ปัญหาของเด็กๆ Leo จึงได้ใช้ประสบการณ์ที่อยู่มานานของเขามาให้คำปรึกษาเด็กๆ นับวันเขาก็ยิ่งได้พูดคุยกับเด็กหลายคน Leo จึงต้องตัดสินใจว่าสุดท้ายแล้วเขาจะหลบหนีไปใช้ชีวิตบั้นปลายดังที่ฝัน หรือจะอยู่ต่อเพื่อดูแลเด็กๆ ท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ทุกคนต้องไปรับชมด้วยตาตัวเอง Leo (ลีโอ) สามารถรับชมได้พร้อมพากย์ไทยทาง Netflix

รีวิว Leo (ลีโอ)
สำหรับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ส่วนตัวตอนได้ยินข่าวว่าจะสร้างก็ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย แต่มาเริ่มสนใจจริงๆ ก็ตอนที่ตัวอย่างแรกปล่อยออกมา เพราะเรื่องราวมันน่าสนใจ บวกกับงานภาพที่ออกมาดูดีเกินคาดไปมาก ซึ่งพอได้ดูจริงๆ ก็กลับกลายเป็นว่าสนุกเสียอย่างงั้น มันดีเกินคาดมาก ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะดีเลยด้วยซ้ำ บทอาจไม่ได้แปลกใหม่หรือว้าวอะไรมากมาย แต่เขาเขียนออกมาดี มีหัวจิตหัวใจ ฟีลกู๊ดและอบอุ่นมากๆ อารมณ์เหมือนเราได้ดูคุณปู่ที่ในที่นี้คือกิ้งก่า คอยให้คำปรึกษาและดูแลเหล่าเด็กๆ ความเจ๋งอีกอย่างก็คือเขาทำเป็น แอนิเมชั่นผสมมิวสิคัล คือเล่าเรื่องไป จังหวะเวลาคุยกับเด็กๆ ก็จะร้องเพลงกัน มันเกินคาดมากจริงๆ ตอนดูยังคิดเลยว่าถ้าผมได้ดูเรื่องนี้ตอนเด็กๆ คงจะชอบมากแน่ๆ เป็นการ์ตูนที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี บทเขียนดี ดำเนินเรื่องกระชับรวดเร็วน่าติดตาม สนุกมาก
และนี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้เห็น Adam Sandler มาพากย์เสียงเป็นตัวการ์ตูน แถมยังร้องเพลงเองด้วย ซึ่งเขาทำได้ดีเกินคาดมาก พี่แกคนเดียวเอาอยู่ทั้งเรื่องจริงๆ ตัวละคร Leo ถูกออกแบบมาดีมาก มีเสน่ห์เหลือล้นแบบดึงคนดูให้อยู่ด้วยได้จนจบแบบอยู่หมัด นอกจาก Leo แล้วตัวละครอื่นๆ ในเรื่องก็ออกแบบมาดีมาก ตัวละครทุกตัวมีปมปัญหามีมิติครบถ้วน อย่างเจ้าเต่าเพื่อนซี้ Leo ก็แอบอิจฉา Leo อยู่เล็กๆ ที่เด็กๆ รัก หรือคุณครูสอนแทนที่เป็นยายแก่จอมหัวโบราณ แต่ในใจก็มีปมคืออยากเป็นครูประจำให้ได้ รวมไปถึงเหล่าเด็กนักเรียนในห้องที่แต่ละคนก็มีปัญหาของตัวเอง มีทั้งเด็กที่พูดไม่หยุดเพราะเป็นพี่คนโต เด็กบ้านรวยที่พ่อให้ท้ายจนนิสัยเสีย เด็กที่เสียงเล็กจนต้องดัดเสียงตลอดเวลาเพราะกลัวเพื่อนล้อ หรือเด็กเกเรที่ต้องแกล้งคนอื่นเพื่อลบปมด้อยของตัวเอง แต่ตัวละครที่ผมชอบที่สุดก็คงจะเป็นเจ้าเด็กลูกแหง่ที่มีโดรนคอยบินดูแลตลอดเวลา อันนี้คือเกินคาดมาก คิดมาได้ไง เจ๋งจริงๆ แถมเจ้าตัวโดรนเองก็ยังมามีบทบาทสำคัญในเรื่องด้วย เรียกได้ว่าเขาหยิบจับทุกอย่างที่มีในเรื่องมาใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากๆ
ไม่ใช่แค่บทและการดำเนินเรื่องเท่านั้นที่ดี เพราะในด้านงานภาพและการออกแบบในเรื่องก็ดีงามไม่แพ้กัน งานภาพสวยมาก สวยทุกซีนจริงๆ งานแอนิเมชั่นทำออกมาได้ดีไม่แพ้ค่ายดังๆ เลย การดีไซน์ฉากต่างๆ ก็สุดยอด ส่วนตัวชอบฉากช่วงแรกตอนที่ Leo จะหนีและต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆ ทั้งเครื่องดูดฝุ่นเอย ของเล่นเด็กเอย มันบันเทิงมาก อีกฉากที่ชอบก็คือฉากที่พ่อของเด็กบ้านรวยร้องเพลงอวดว่าเพิ่มเวลาสอบให้ลูกสาวได้ และมีตัวนาฬืกามาเต้นอยู่ด้านหลัง มันเท่และแหวกดี สรุปโดยรวมเลยก็คือหนังเรื่องนี้เป็นหนังสนุกอีกเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ใครหาหนังสนุกให้ข้อคิดดีๆ ให้เด็กๆ ดูผมแนะนำเรื่องนี้เลย แถมเราที่เป็นผู้ใหญ่เองก็นั่งดูไปกับเด็กๆ ด้วยได้ เพราะตัวหนังมันสนุกและดูเพลินมาก ครบรสทุกอารมณ์ ทั้งดราม่า ตลก ฟีลกู๊ด แฝงไปด้วยข้อคิด เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ยิ่งใครที่ชอบดูหนังแอนิเมชั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้วผมรับประกันได้เลยว่าคุณจะต้องหลงรักหนังเรื่องนี้อย่างแน่นอน




