รีวิวหนัง Happy Gilmore 2 แฮปปี้ กิลมอร์ 2″ คัมแบ็กฟีลใจฟูฟู่ ขนดารารับเชิญมาค่อนประเทศ

Happy Gilmore 2 1

🏌️‍♂️ รีวิวหนัง Happy Gilmore 2″ – คัมแบ็กฟีลใจฟูฟู่… แต่ขนดารารับเชิญมาค่อนประเทศจนเกือบล้นสนาม! เอาล่ะ! แฟน ๆ หนังตลกยุค 90 ของ อดัม แซนด์เลอร์ (Adam Sandler) ที่เฝ้ารอคอยมาเกือบสามทศวรรษ คงจะใจฟูฟ่องไม่ต่างจากตอนที่ แฮปปี้ กิลมอร์ ง้างวงสวิงแบบพลังช้าง! ใช่แล้วครับ… ในที่สุดภาคต่อในตำนานอย่าง “Happy Gilmore 2” ก็กลับมาให้เราได้หายคิดถึง (บน Netflix) หลังจากที่ภาคแรกสร้างปรากฏการณ์ความบ้าคลั่งในวงการกอล์ฟไว้เมื่อปี 1996

 

เนื้อเรื่อง: แฮปปี้ในวัย (เริ่ม) กลางคน กับวิกฤตที่ต้องกลับไป “กริปและริป”

เรื่องราวในภาคนี้เปิดมาด้วยการพาเราไปพบกับชีวิตของ แฮปปี้ กิลมอร์ (รับบทโดย อดัม แซนด์เลอร์ คนเดิม) ที่ดูเหมือนจะไม่ได้ “Happy” เท่าชื่อเท่าไหร่ หลังผ่านไปหลายปี แฮปปี้ต้องเผชิญกับช่วงตกต่ำของชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องการเงิน ซึ่งทำให้เขาต้องตัดสินใจกลับเข้าสู่สนามกอล์ฟอาชีพอีกครั้ง เพื่อหาเงินก้อนโตมาใช้หนี้และส่งลูกสาวสุดที่รักไปเรียนบัลเลต์ที่แพงหูฉี่… ฟังดูคุ้น ๆ ไหม? ใช่เลยครับ โครงสร้างหลักของเรื่องยังคงใช้สูตรสำเร็จแบบภาคแรก คือพระเอกต้องลงแข่งเพื่อเป้าหมายบางอย่าง แต่คราวนี้เดิมพันมันก็ทั้งเรื่องครอบครัว และการเอาชนะอดีตที่ตามมาหลอกหลอน

 

มุกตลกและการหวนคืน: “โกรธคือพลัง” ที่ไม่เหมือนเดิมเป๊ะ

สิ่งที่หลายคนคาดหวังจากหนังเรื่องนี้คือ “ความบ้าบอคอแตก” และ “มุกตลกที่ไม่สนโลก” แบบฉบับของแซนด์เลอร์ ซึ่งในภาคนี้ก็มีมาให้เห็นอยู่บ้าง แต่ยอมรับเลยว่าไม่ได้คมคายหรือติดหูเท่าภาคแรก อาจเป็นเพราะบริบททางสังคมและอารมณ์ขันที่เปลี่ยนไป แต่ก็ยังพอมีซีนที่ทำให้เราหัวเราะออกมาได้ โดยเฉพาะฉากที่ต้องมีการระบายความโกรธ หรือการหวนกลับไปสู่ “Happy Place” ที่เราคุ้นเคยกันดี

การได้เห็นตัวละครเก่า ๆ กลับมา ไม่ว่าจะเป็น Virginia Venit (จูลี โบเวน), Hal L. (เบน สติลเลอร์) ในฐานะผู้นำกลุ่มสนับสนุนผู้เลิกเหล้าที่ยังคงปากร้ายเหมือนเดิม, และที่ขาดไม่ได้คือ Shooter McGavin (คริสโตเฟอร์ แม็คโดนัลด์) คู่ปรับตลอดกาล ก็ถือเป็น “Fan Service” ชั้นดีที่ทำให้แฟนหนังยุคเก่ารู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้เห็นพวกเขาโลดแล่นบนจออีกครั้ง

 

จุดที่ต้องพูดถึง: ดารารับเชิญ… ล้นจนเกือบล้นสนาม!

จุดเด่น (หรือจะเรียกว่าจุดที่มากเกินไป) ของหนังภาคนี้หนีไม่พ้นขบวนดารารับเชิญที่แห่กันมาแบบไม่นับญาติ! หนังเหมือนหยิบเอาสมุดโทรศัพท์ของ อดัม แซนด์เลอร์ มาเปิดดู แล้วชวนทุกคนที่รู้จักมาเล่น ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงร่วมยุค นักกีฬาตัวจริง (อย่าง John Daly หรือโปรดังคนอื่น ๆ), นักร้องดังอย่าง Bad Bunny, หรือแม้กระทั่ง Eminem…มันเยอะมากจนบางครั้งทำให้หนังดูขาดโฟกัสไปเลย แทนที่เรื่องจะเน้นไปที่การเดินทางของแฮปปี้ เรากลับต้องมาเสียเวลาไปกับการ “โชว์ตัว” ของดาราดังเหล่านี้ ซึ่งบางคนก็ไม่มีความจำเป็นกับเนื้อเรื่องเลย มันรู้สึกเหมือนเป็นการ “Flex” (อวด) ว่าแซนด์เลอร์มีคอนเนกชันกว้างขวางแค่ไหนมากกว่าที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเล่าเรื่องจริง ๆ

Happy Gilmore 2 1

 

📝 สรุปและคะแนน: เหมาะสำหรับคนที่ดูภาคแรกจนปรุ!

สำหรับคนที่คาดหวังว่า แฮปปี้ กิลมอร์ 2 จะต้องตลก ขบขัน และมีพลังขับเคลื่อนเท่าภาคแรก อาจจะต้องทำใจไว้หน่อย เพราะมันไม่ได้ดีเยี่ยมจนขึ้นหิ้งขนาดนั้นแต่ถ้าคุณเป็น “แฟนพันธุ์แท้” ที่รักและผูกพันกับตัวละครชุดนี้มาตั้งแต่ยุค 90 หนังเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นเหมือน “ของขวัญแห่งความคิดถึง” ที่ทำให้คุณได้กลับไปยิ้มไปหัวเราะกับมุกตลกที่คุ้นเคย และฉาก “Call-back” ที่ระลึกถึงภาคแรก มันเป็นหนังที่ดูสนุก ดูเพลิน ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เหมาะกับการดูแบบหยิบป๊อปคอร์นเข้าปากบนโซฟาที่บ้าน

นี่คือหนังที่ทำมาเพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ แม้จะมีจุดที่สะดุดบ้างเพราะเนื้อเรื่องที่กระจัดกระจายและขบวนดารารับเชิญที่เยอะเกินความจำเป็น แต่มันก็ยังมอบความรู้สึก “ใจฟูฟู่” ที่ได้เห็นแฮปปี้ กิลมอร์ กลับมาไล่ฟาดลูกกอล์ฟด้วยวงสวิงที่ไม่มีใครเหมือนอีกครั้ง

คะแนน: 6.5/10 (สำหรับแฟนเก่าให้เพิ่มไปอีก 1 คะแนน!)

 

Scroll to Top