รีวิวเกม Fortnite Save the World ประกาศเปิดให้เล่นฟรีถาวรในเดือนเมษายน โหมดเอาตัวรอดที่หลายคนรอคอยข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเกมทั่วโลกคือการประกาศว่าโหมดเนื้อเรื่องแบบร่วมมือของเกมชื่อดังอย่าง เตรียมเปิดให้เล่นฟรีถาวรในช่วงเดือนเมษายนนี้เดิมที เป็นโหมดที่ผู้เล่นต้องซื้อแพ็กเกจเพื่อเข้าเล่น แตกต่างจากโหมด Battle Royale ที่เปิดให้เล่นฟรีมาตั้งแต่แรก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าถึงเนื้อเรื่องหลักของเกมได้ง่ายขึ้นสำหรับใครที่คุ้นเคยกับ เพียงในฐานะเกมยิงเอาตัวรอดแบบแบตเทิลรอยัล การมาของในรูปแบบฟรีถาวรอาจเป็นโอกาสดีในการสัมผัสอีกด้านหนึ่งของจักรวาล Fortnite ที่เต็มไปด้วยเนื้อเรื่อง การสร้างฐาน และการร่วมมือกับผู้เล่นคนอื่น
Fortnite: Save the World คืออะไร
เป็นโหมดเกมแนว co-op PvE (Player vs Environment) ที่ผู้เล่นจะต้องร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูที่ควบคุมโดยระบบตัวเกมพัฒนาโดย Epic Games ซึ่งเป็นสตูดิโอเดียวกับผู้สร้าง Fortnite โหมด Battle Royale ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกโหมดนี้ถือเป็นต้นกำเนิดของ Fortnite ก่อนที่ Battle Royale จะกลายเป็นกระแสหลักของเกมในภายหลังในผู้เล่นจะได้สัมผัสกับการผสมผสานระหว่างเกมยิง เกมสร้างฐาน และการวางแผนกลยุทธ์ ซึ่งแตกต่างจากความเร็วและการแข่งขันแบบเอาตัวรอดใน Battle Royale
เรื่องย่อของโหมด Save the World
เรื่องราวของ Save the World เกิดขึ้นในโลกที่ถูกปกคลุมด้วยพายุลึกลับที่เรียกว่า The Stormพายุนี้ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่หายไป และในขณะเดียวกันก็ปล่อยสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เรียกว่า Husks ออกมาโจมตีผู้รอดชีวิตผู้เล่นจะรับบทเป็นผู้บัญชาการขององค์กรที่เรียกว่า Homebase ซึ่งมีหน้าที่รวบรวมทรัพยากร ช่วยเหลือผู้รอดชีวิต และสร้างฐานป้องกันเพื่อรับมือกับการโจมตีของ Husksระหว่างการเล่น ผู้เล่นจะต้องออกสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บทรัพยากร ทำภารกิจ และค่อย ๆ เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของพายุ Stormเนื้อเรื่องของจึงมีลักษณะเป็นการผจญภัยที่ค่อย ๆ เปิดเผยความลับของโลกมากขึ้น

ตัวละครและคลาสที่หลากหลาย
ในเกมมีตัวละครหลายประเภทที่เรียกว่า Heroesแต่ละตัวละครจะมีคลาสและความสามารถแตกต่างกัน เช่น
- Soldier ที่เน้นการต่อสู้ระยะไกล
- Ninja ที่เน้นความคล่องตัว
- Constructor ที่เชี่ยวชาญการสร้างฐาน
- Outlander ที่เก่งด้านการเก็บทรัพยากร
ระบบนี้ทำให้ผู้เล่นสามารถเลือกสไตล์การเล่นที่เหมาะกับตัวเองได้
การเปลี่ยนมาเป็นเกมฟรีส่งผลอย่างไร
การที่เปิดให้เล่นฟรีถาวรถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญก่อนหน้านี้ ผู้เล่นต้องซื้อแพ็กเกจ Founder เพื่อเข้าถึงโหมดนี้ ทำให้ผู้เล่นใหม่จำนวนมากไม่เคยได้ลองเนื้อเรื่องของเกมเมื่อเปลี่ยนมาเป็น Free-to-Play ผู้เล่นจำนวนมหาศาลจึงมีโอกาสเข้ามาสัมผัสโหมดนี้มากขึ้นนอกจากนี้ยังอาจทำให้ชุมชนผู้เล่นกลับมาคึกคักอีกครั้ง เพราะมีผู้เล่นใหม่เข้ามาเติมเต็มระบบการเล่นแบบร่วมมือ
โหมดเนื้อเรื่องที่หลายคนมองข้าม
แม้ Fortnite จะเป็นที่รู้จักจากโหมด Battle Royale เป็นหลัก แต่ ถือเป็นส่วนสำคัญของจักรวาลเกมเนื้อเรื่อง ตัวละคร และโลกของเกมถูกพัฒนาไว้ค่อนข้างละเอียด และมีการเล่าเรื่องผ่านภารกิจต่าง ๆ ที่ผู้เล่นต้องทำสำหรับผู้เล่นที่อยากรู้ว่าโลกของ Fortnite มีที่มาอย่างไร หรืออยากสัมผัสเกมยิงที่ผสมกับการสร้างฐานแบบจริงจัง โหมดนี้ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
โอกาสใหม่ของ Save the World
การเปิดให้เล่นฟรีในเดือนเมษายนถือเป็นโอกาสสำคัญที่อาจทำให้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งหากผู้เล่นใหม่เข้ามาจำนวนมาก และทีมพัฒนายังคงอัปเดตเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง โหมดนี้อาจกลับมาเป็นส่วนสำคัญของ Fortnite ได้อีกครั้งสำหรับแฟนเกมที่เคยเล่นมาก่อน หรือผู้เล่นใหม่ที่อยากลองเกมยิงแนวร่วมมือกับเพื่อนถือเป็นอีกหนึ่งโหมดที่ควรลองอย่างยิ่ง เมื่อมันเปิดให้เล่นฟรีถาวรในเดือนเมษายนนี้.




