Ford v Ferrari

Ford v Ferrari นิยามคำว่า ‘ชัยชนะ’ และ ‘ความสำเร็จ’ ของคุณคืออะไร หากคุณเป็นนักแข่งรถที่กำลังเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกและกำลังจะทำลายสถิติโลก แต่มีคนมาขอให้คุณชะลอความเร็วลงเพื่อเข้าเส้นชัยพร้อมกับเพื่อนในทีม คุณจะทำหรือไม่

เคน นครินทร์ ถอดบทเรียนจากภาพยนตร์แอ็กชัน-ชีวประวัติเรื่องจริงของการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งของสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการรถยนต์อย่าง Ford และ Ferrari ในการแข่งขันรถซิ่งระดับโลก เลอม็องส์ (Le Mans) ในปี 1966

ผมมีโอกาสได้ไปชมภาพยนตร์ เมื่อไม่นานมานี้ ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นภาพยนตร์ที่ผมชอบมากที่สุดแห่งปี เพราะนอกจากเรื่องราวอันน่าตื่นเต้นของการแข่งรถระหว่างสองมหาอำนาจแห่งยานยนต์ระหว่าง Ford และ Ferrari ภาพยนตร์ เรื่องนี้ยังพูดถึงความขัดแย้งในวัฒนธรรมขององค์กรที่มีการประจบสอพลอ เลียก้นหัวหน้า รวมทั้งการมีแพสชันในการต่อสู้เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ฝัน

ผมถอดรหัสสิ่งที่เรียนรู้ได้ออกมา 6 ประเด็น ดังนี้

  1. วัฒนธรรมการประจบสอพลอและการมีลำดับขั้นมากเกินไป เป็นตัวบ่อนทำลายองค์กรที่แท้จริง

วัฒนธรรมการเมืองในองค์กรเป็นศัตรูที่คุณอาจมองไม่เห็นและน่ากลัวที่สุด ฉะนั้นหากองค์กรของคุณมีคนประจบสอพลอคอยเลียก้นหัวหน้าอยู่ หรือมีวัฒนธรรมแบบลำดับขั้นที่ฝังรากลึกอยู่ในองค์กร คุณควรรีบจัดการโดยเร็วที่สุด

  1. หน้าที่ของหัวหน้าและลูกน้องที่ดี

หน้าที่ของหัวหน้าที่ดีคือเลือกคนให้ถูก ใช้งานให้เป็น มองเห็นจุดแข็งในตัวลูกน้อง ให้อำนาจการตัดสินใจ และไว้วางใจในตัวลูกน้องให้ได้มากที่สุด ในขณะเดียวกันลูกน้องที่ดีก็ต้องไว้วางใจหัวหน้า หรือที่ตัวละครในภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวคำว่า ‘Do your job’ ซึ่งหมายถึงต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนเอง

  1. อย่ายึดติดกับยอดขายหรือภาพลักษณ์มากจนเกินไป

สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนกับดักภาพลวงตา จงเชื่อในจิตวิญญาณและวิสัยทัศน์ที่แท้จริงขององค์กร หากคุณมีคนที่เป็นเหมือนซูเปอร์สตาร์ในทีม เป็นทาเลนต์ในบริษัท สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำโดยเร็วที่สุดคือการรักษาสมดุล เข้าใจในสิ่งที่คนคนนั้นต้องการมากที่สุด และพยายามตอบโจทย์ความฝันในจิตใจเขาให้ได้ อย่าตัดสินเขาในมาตรฐานที่เทียบเท่ากับคนอื่นๆ เพราะแน่นอนว่าในระยะยาวเขาจะไม่อยากอยู่กับองค์กรที่มองแต่ภาพลักษณ์และยอดขายขององค์กร

  1. คนเก่งจริง ไม่พูด ไม่เลีย ไม่ประจบ แต่คือคนที่ ‘ลงมือทำ’

ตัวละครในเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างคนที่วันๆ ไม่ทำอะไรเลยนอกจากนำเสนอตัวเอง กับคนที่ทำงานอย่างหนัก แม้จะพบเจอกับความผิดหวังก็ยังมุ่งมั่นที่จะแก้ไขเพื่อให้ไปถึงความสำเร็จ ผมเห็นว่าสังคมปัจจุบันนี้มีคนที่พูดเยอะและคิดเยอะมากเกินไปแล้ว คนที่ลงมือทำจริงๆ มีน้อย ดังนั้นคุณจึงควรให้คุณค่าและความสำคัญกับคนที่ลงมือทำอย่างจริงจังในบริษัทของคุณ

  1. ความสำเร็จคือการก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง

คนประสบความสำเร็จที่แท้จริงจะไม่สนใจในชื่อเสียง เกียรติยศ หรือมายา เขาจะมุ่งพัฒนาตนเองเพื่อยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และสามารถเอาชนะปัญหา อุปสรรค และความท้าทายที่ผ่านเข้ามาได้เสมอ

Ford v Ferrari แม้จะมีการปรุงแต่งเรื่องราวบ้างให้ดูสนุกและน่าตื่นเต้น แต่ยังคงอยู่บนพื้นฐานหลักความเป็นจริง ผมได้ข้อคิดสำคัญที่ว่าคนที่ประสบความสำเร็จจะไม่พูดเยอะ ไม่ประจบสอพลอ แต่เขาจะลงมือทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะความสำเร็จเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เสร็จ หากคุณเป็นคนที่ดีใจกับความสำเร็จและกอดมันไว้นาน ชัยชนะ นั้นอาจกลายเป็นอีโก้ในตัวคุณ และเป็นสิ่งที่ฆ่าคุณได้ในสักวัน

Scroll to Top