ตกเย็นออกกำลังกายปกติ Review on Earth จะเปิดหนังดูไปด้วยแก้เบื่อ ส่วนมากถ้าไม่เป็นภาพยนตร์ ก็จะเป็นซีรี่ส์ วันนี้ถึงคราวภาพยนตร์วัยรุ่น เรื่อง Feel the Beat จาก Netflix หนังใหม่ปี 2020 ดูจากปกและชื่อเรื่องก็เดาง่ายว่าเป็นหนังแนวเต้น และไม่น่าเต้นเก่งมากขนาด Step Up ความสงสัยแรกคือ อยากรู้เลยว่าหนังจะออกมาแนวไหน จุดประเด็นยังไง สนุกไหม ไม่รอช้าเลือกชมทันที
Feel the Beat นำแสดงโดยนักแสดงสาวสวย Sofia Carson ในบทบาทของเอพริล (April) นักเต้นสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดงนำละครเพลงบนถนนบรอดเวย์ เรื่องนี้ Sofia Carson ได้แสดงความสามารถในการเต้นได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการเต้นแบบบัลเล่ย์และการเต้นแบบร่วมสมัย รวมถึงการแต่งหน้าที่ยอมรับเลยว่า เรื่องนี้เธอสวยมากจริง ๆ ยิ่งเป็นภาพยนตร์แนวเต้นด้วยแล้ว การแต่งตัวสำหรับเรื่องนี้ทำให้เห็นรูปร่างของนักเต้นมืออาชีพได้อย่างดีผ่านกล้ามเนื้อที่ชัดเจน ถือว่า ผ่านตั้งแต่นักแสดงตัวหลักในบทของเอพริล
การดำเนินเรื่องเริ่มที่มหานครนิวยอร์ค สถานที่ซึ่งผู้ที่ใฝ่ฝันอยากโลดแล่นในสายละครเพลงต้องมาตามหาความฝันและโอกาส เอพริลก็เป็นหนึ่งในนั้น การคัดเลือกตัวแสดงย่อมเป็นกิจกรรมหลักของการทดสอบความสามารถเพื่อคัดเลือกเข้าร่วมงาน วันสำคัญของเอพริลที่เป็นโอกาสและจบลงด้วยความพ่ายแพ้ จากดาวรุ่งต้องโดนแบนด้วยพฤติกรรมที่พลาดไปเพียงครั้งเดียว พอดีฉากนี้แล้วทำให้ได้ข้อคิดเลย ตั้งแต่ฉากแรกในเรื่องของการมีน้ำใจ การวางตัว การที่เราอาจจะไม่รู้ว่า คนตรงหน้าที่เราแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อาจจะเป็นผู้ที่ต้องมาตัดสินอนาคตของเราไปตลอดชีวิต ซึ่งในเรื่องเอพริลก็ถูกโดนแบนจากผู้มีอิทธิพลในวงการละครบรอดเวย์จนต้องกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิด

นอกเหนือจากการวางตัวที่ไม่เหมาะสมแล้ว เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงอีกด้านหนึ่งของโลกโซเชียล เวลามีเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ การแพร่คลิปก็กลายเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว ซึ่งเอพริลก็ถูกบันทึกภาพช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นลงโลกโซเชียลเช่นกัน เมื่อเอพริลไม่สามารถหางานแสดงละครเวทีได้แล้ว สิ่งที่เดียวเธอสามารถทำได้คือ การเดินทางกลับบ้านเกิด ตอนดูฉากนี้รู้สึกเหมือนพ่อโทรถามสถานการณ์ของ เอพริล แบบผ่าน ๆ แต่ประทับใจกับการดำเนินเรื่องที่ทำให้รู้สึกได้ถึง การสนับสนุนที่รองรับทุกความพ่ายแพ้จากคนทางบ้าน แอบทำซึ้งน้ำซึมให้หลายฉากจากเรื่องนี้จริง ๆ
เมื่อเอพริลต้องกลับบ้านเกิดที่เงียบสงบ เมืองเล็ก ๆ ที่น่ารัก เหมือนการพลิกชีวิตจากเมืองใหญ่มาอยู่ในหมู่บ้านชนบท การกลับมาอยู่บ้านเกิด เมืองที่มีแต่คนรู้จัก แน่นอนว่า เรื่องราวต้องดำเนินที่เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรักที่เอพริลต้องกลับมาสานสัมพันธ์กับคนรักเก่าอย่างนิคแสดงโดย Wolfgang Novogratz ชายหนุ่มอบอุ่น แสนดี มีเสน่ห์ ที่ทำให้เรื่องนี้มีความชุ่มชื่นใจเล็ก ๆ กับฉากน่ารักกุ๊กกิ๊ก
มาถึงแกนเรื่องคือ การเต้น ที่เอพริลต้องพยายามพาตัวเองไปสู่สายตาของผู้จัดละครบรอดเวย์ที่มีความเป็นเอกเทศ ไม่สนใจอิทธิพลของ รูธ ซิมเมอร์ (Ruth Zimmer) ผู้ทรงอิทธิพลที่แบนเอพริลไว้ แต่การจะเข้าตาผู้จัดชื่อดังได้ เอพริลก็ต้องผลักดันเด็ก ๆ ในเมืองที่ขาดทักษะการเต้น ให้สามารถประกวดจนถึงรอบระดับประเทศให้ได้ แต่การสอนเด็กเล็กที่โตมาในแบบเมืองที่เงียบสงบ ต้องไม่ง่ายอย่างแน่นอน ทำให้ตัวเอกของเรื่องได้เรียนรู้และปรับวิธีและใจตัวเองไปเรื่อย ๆ ส่วนตัวทำให้ Review on Earth ได้เรียนรู้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่หูหนวก แต่สามารถเต้นได้จากการสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือน การที่ติดความสมบูรณ์แบบแต่ต้องมาสอนเด็กถือได้ว่าเรื่องนี้ผูกเรื่องไว้ดีมาก




