Dug Days (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Up: Dug Days) เป็นซีรีส์แอนิเมชันขนาดสั้นสัญชาติอเมริกัน สร้าง เขียนบท และกำกับโดย Bob Petersonและผลิตโดย Pixar Animation Studios เดิมทีสำหรับ Disney+ซีรีส์นี้มีฉากหลังจากภาพยนตร์เรื่อง Up ในปี 2009 โดยมีตัวละครหลักคือสุนัข Dug ซึ่งให้เสียงโดย Peterson และเจ้าของของเขา Carl Fredricksen วัย 78 ปี ซึ่งให้เสียงโดย Ed Asnerในหนึ่งในการแสดงครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
ซีรีส์นี้ประกาศเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2020 ในช่วงวันนักลงทุนของดิสนีย์ โดยปีเตอร์สันเป็นผู้นำเสนอซีรีส์โดยมีตัวละครหลักคือดั๊กหลังจากผลงานของเขาใน Forky Asks a Question ทีมแอนิเมเตอร์ได้สร้างริกกิ้ง พื้นผิว และทรงผมใหม่ให้กับตัวละครเพื่ออัปเดตดีไซน์ดั้งเดิมตามความก้าวหน้าของแอนิเมชัน CG นับตั้งแต่ภาพยนตร์ต้นฉบับออกฉาย เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาผลลัพธ์สุดท้ายส่วนใหญ่จากกระบวนการแอนิเมชันจึงทำที่บ้านของทีมงาน และนักแสดงได้บันทึกบทสนทนาจากระยะไกล
ห้าตอนแรกออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2021 ทาง Disney+ พวกเขาได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกโดยทั่วไปเกี่ยวกับการแสดงเสียง ข้อความ แบบอย่าง อารมณ์ขัน และความลึกซึ้งทางอารมณ์
Carl’s Date ตอนที่ 6 และตอนสุดท้าย ฉายครั้งแรกในโรงภาพยนตร์ในรูปแบบ ภาพยนตร์ สั้นร่วมกับ Elemental ของ Pixar เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2023

เรื่องย่อ DUG DAYS (2021)
ดัก เดย์ส เป็นซีรีส์แอนิเมชันขนาดสั้นจาก Pixar และ Disney+ ที่สานต่อเรื่องราวจากภาพยนตร์ชื่อดัง Up (2009) โดยเล่าเหตุการณ์หลังจากที่ คาร์ล เฟรดริกเซน (Carl Fredricksen) ชายชราผู้มากด้วยความทรงจำ ได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติในบ้านหลังใหม่ พร้อมกับสุนัขคู่ใจอย่าง ดัก (Dug) ซึ่งเป็นสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ที่มีปลอกคอแปลภาษา ทำให้สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้อย่างเข้าใจ
เนื้อหาหลักของ Dug Days จึงโฟกัสไปที่การผจญภัยในชีวิตประจำวันของดักและ คาร์ล โดยเล่าออกมาในแนวคอมเมดี้อบอุ่นหัวใจ แฝงด้วยข้อคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิต การเรียนรู้สิ่งใหม่ และความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง
- ตอนที่ 1 Squirrel! เปิดเรื่องด้วยความสนุกสนานของดักที่ยังคงมีนิสัยตื่นเต้นกับ “กระรอก” ทุกครั้งที่เห็น ดักพยายามทำหน้าที่เฝ้าบ้านอย่างจริงจัง แต่กลับทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายรอบบ้าน ทั้งขุดดิน พลิกสวน และสร้างความปั่นป่วนให้คาร์ลอยู่เสมอ ตอนนี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงที่ซื่อสัตย์และเต็มไปด้วยพลังงาน
- ตอนที่ 2 Puppy คาร์ลตัดสินใจรับลูกหมาตัวใหม่เข้ามา ทำให้ดักต้องปรับตัวกับการมีเพื่อนร่วมบ้าน ดักมีทั้งความกังวลและความหวงเจ้าของ แต่ในที่สุดก็เรียนรู้ที่จะเปิดใจและแบ่งปันความรักให้กับสมาชิกใหม่ในครอบครัว ตอนนี้เล่าถึงการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน
- ตอนที่ 3 Flowers ดักได้กลิ่นหอมของดอกไม้ และพยายามเข้าใจว่าเหตุใดกลิ่นเหล่านี้ถึงทำให้รู้สึกดี แต่ในความตื่นเต้นก็เกิดความวุ่นวายมากมาย ไม่ว่าจะเหยียบสวนของเพื่อนบ้านหรือวิ่งไล่ผึ้ง เรื่องราวสั้น ๆ นี้นำเสนอการมองโลกในมุมมองของสัตว์เลี้ยงที่แสนไร้เดียงสา และความสุขง่าย ๆ จากธรรมชาติรอบตัว
- ตอนที่ 4 Smell ตอนนี้เล่าเรื่องราวเมื่อดักค้นพบกลิ่นใหม่ ๆ รอบบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอาหาร กลิ่นสิ่งของ หรือแม้แต่กลิ่นของคาร์ลเอง ดักพยายามถ่ายทอดความหมายของกลิ่นเหล่านั้น ซึ่งสำหรับมนุษย์อาจมองว่าไร้สาระ แต่สำหรับสุนัขแล้ว กลิ่นคือโลกทั้งใบของพวกมัน เนื้อหาตอนนี้ทำให้ผู้ชมได้มองชีวิตในแง่มุมใหม่ ว่าความสุขอาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด
- ตอนที่ 5 Science คาร์ลพยายามสอนหลักการวิทยาศาสตร์ง่าย ๆ ให้กับดัก แต่ดักกลับตีความทุกอย่างแบบตรงไปตรงมาและสุดแสนจะไร้เดียงสา จนเกิดเป็นเรื่องชวนขำขัน บทสรุปตอนนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้สัตว์เลี้ยงจะไม่เข้าใจเหตุผลซับซ้อนของมนุษย์ แต่ความจริงใจและความซื่อสัตย์ก็มักจะสร้างรอยยิ้มได้เสมอ

นักพากย์เสียง
- บ็อบ ปีเตอร์สัน รับบทเป็น ดั๊ก
- เอ็ด แอสเนอร์ รับบทเป็นคาร์ล เฟรดริกเซน
- จอร์แดน นากาอิ (บันทึกเสียงจากคลังข้อมูลที่ไม่ได้ใช้) รับบทเป็น รัสเซลล์ (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- เนเคเทีย เฮนรี่ รับบทเป็นเพื่อนบ้าน (ตอน “ลูกสุนัข”)
- ไซมอน เฮลเบิร์กรับบทเป็น กระรอก (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- เจฟฟ์ พิเจียนรับบทเป็นแมลงวัน (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- ซารายูบลูรับบทเป็นนกบลูเบิร์ด / เจย์สีน้ำเงิน (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- เฮเธอร์ ไอส์เนอร์ รับบทเป็นหอยทาก (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- มูนโช รับบทเป็นแม่ของรัสเซล (ตอน “วิทยาศาสตร์”)
- บ็อบ ปีเตอร์สัน รับบทเป็น เบต้า (เดิมชื่อ อัลฟ่า) (ตอน “คาร์ลส์ เดท”)




