Clifford the Big Red Dog

รีวิวหนัง Clifford the Big Red Dog ภาพยนตร์ที่เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงและเจ้าของ นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวที่ผู้คนหันมานิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงกันมากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 มีคนจำนวนมากมาว่าท่านตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสที่ส่งผลกระทบให้ผู้คนคงจะไม่หาภาระมาเพิ่มเติมจนทำให้ต้องเสียใช้จ่ายมากยิ่งขึ้นอย่างเช่นการเลี้ยงสัตว์ แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายไหวและรู้สึกว่าการต้องอยู่คนเดียวตามลำพังในช่วงที่จะต้องอยู่แต่ในบ้าน ไม่ว่าจะการเรียนหรือทำงานก็ต้องทำแบบออนไลน์อยู่ที่บ้านได้ตัดสินใจซื้อสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงเพื่อแก้เหงาและคอยเป็นเพื่อนตอนที่เราอยู่ในบ้าน

มันจึงเป็นช่วงเวลาที่หลายคนนั้นได้สัมผัสกับความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงมากยิ่งขึ้น สำหรับคนเลี้ยงสัตว์แล้วสัตว์เลี้ยงสำหรับพวกเรานั้นมันไม่ได้เป็นเพียงแค่สัตว์เลี้ยงที่เราเลี้ยงเอาไว้เพื่อเพิ่มความเพลิดเพลิน แต่พวกมันเปรียบเสมือนกับหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวที่เราทั้งรักและต้องดูแลเอาใจใส่ให้พวกมันมีทั้งสุขภาพกายใจที่สมบูรณ์ เป็นความรักที่บริสุทธิ์และไม่มีเงื่อนไขอะไรมาขวางกั้น หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงวันนี้เราจึงอยากจะแนะนำภาพยนตร์ซึ่งเป็นภาพยนตร์หมายที่ออกฉายท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ทำให้การโปรโมทโดยกระแสอาจจะไม่ได้บูมเท่าที่ควร แต่ก็เป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นับว่าเป็นน่าเสียดายเป็นอย่างมากเพราะเป็น ภาพยนตร์ ที่ดีแต่ถูกผลกระทบจากเชื้อไวรัส covid-19 จนทำให้ไม่สามารถใช้ในโรงภาพยนต์ได้เป็นระยะเวลานานจนถึงขั้นเคยประกาศว่าจะไม่ฉายในโรงภาพยนตร์เลยทีเดียว แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมากขึ้นสุดท้ายพวกเขาก็ได้ตัดสินใจนำเอาภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายในโรงภาพยนตร์อีกครั้ง และสามารถทำคะแนนบนเว็บไซต์ imdb ไปมากกว่า 55 เต็ม 100 สำหรับนักวิจารณ์ และสำหรับประชาชนทั่วไปได้คะแนนไปกว่า 6 เต็ม 10

เนื่องจากภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยงโดยผสมผสานความแฟนตาซีและความอบอุ่นซาบซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางระหว่างสัตว์เลี้ยงรวมไปถึงคนในครอบครัว เป็นการนำเอาหนังสือนวนิยายเด็กยอดนิยมในชื่อเดียวกันมานำเสนอในรูปแบบของภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม เรื่องราวของเจ้าสุนัขตัวยักษ์สีแดงจะเป็นอย่างไรต้องไปติดตามรับชมกันในภาพยนตร์

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog

เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าเรื่องราวของลูกสุนัขจรจัดตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า คลิฟฟอร์ด เขานั้นมีความพิเศษตรงที่เกิดมาก็มีตัวสีแดงไม่เหมือนกับสุนัขธรรมดาทั่วไป เขาเป็นเพียงลูกสุนัขแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่สามารถรอดจากเทศบาลมาได้แต่มันก็ทำให้เขาต้องเสียครอบครัวไป แต่โชคดีที่เขานั้นได้พบกับผู้วิเศษคอยรับเลี้ยงและจะส่งมอบเขาให้กับเจ้าของคนใหม่

ในวันหนึ่งเด็กหญิงอย่างเอมิลี่ก็ได้เดินทางมายังร้านขายสัตว์วิเศษ เธอนั้นสะดุดตากับเจ้าลูกสุนัขสีแดงและได้ถามผู้วิเศษว่ามันจะโตขึ้นได้มากแค่ไหน ผู้วิเศษจึงตอบว่ามันขึ้นอยู่กับความรักที่เธอมอบให้กับมัน เธอตัดสินใจรับมันมาเลี้ยงและดูแลมันอย่างเต็มที่ แต่เช้าวันต่อมาเธอก็ต้องพบกับสิ่งมหัศจรรย์เมื่อลูกสุนัขตัวเล็กได้มีขนาดตัวใหญ่เท่ากับบ้านเลยทีเดียว มันทำให้เธอนั้นต้องพบกับเรื่องราววุ่นวายมากมาย

ด้วยความแปลกประหลาดของเจ้าลูกสุนัขทำให้มีคนร้ายต้องการจะจับตัวมันไปทดลอง เพราะฉะนั้นเธอจึงต้องปกป้องมันให้สำเร็จ และเพราะว่าเจ้าลูกสุนัขตัวดังกล่าวทั้งน่ารักและใจดีทำให้คนทั้งหมู่บ้านชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงได้รวมตัวกันช่วยปกป้องมันจากคนร้ายที่ล่ำรวยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่จะมาขโมยลูกสุนัขไปเป็นของตัวเอง เรื่องราวระหว่างเอมิลี่และเจ้าสุนัขสีแดงจะเป็นอย่างไรต่อไปต้องติดตามรับชมกันต่อในภาพยนตร์

 

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง Clifford the Big Red Dog

สิ่งแรกที่ต้องชื่นชมกับภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ งานคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่ได้เปลี่ยนให้รูปสุนัขสายพันธุ์ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ธรรมดาทั่วไปกลายเป็นลูกสุนัขสีแดงที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 3 เมตรได้อย่างยอดเยี่ยม  ไม่ได้ดูแปลกตาเลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญยังคงความน่ารักได้เหมือนเดิมแบบไม่มีผิดเพี้ยน เป็นการนำเอางานคอมพิวเตอร์กราฟิกมาผสมผสานกับการถ่ายทำกับมนุษย์ได้อย่างยอดเยี่ยม

ในส่วนของเรื่องราวนั้นก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สามารถรับชมได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสำหรับเด็กมันจึงมีกลิ่นอายความเป็นสูตรสำเร็จของไลท์โนเวลสำหรับเด็กอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงสามารถสร้างความสนุกสนานให้กับเราได้อยู่ดีเพราะการเล่าเรื่องนั้นจะมีความเข้มข้น ลุ้นระทึก เต็มไปด้วยมุกตลก ความซาบซึ้งและความอบอุ่นจากมิตรภาพระหว่างครอบครัวและเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง มันจึงเป็นภาพยนตร์ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพาบุตรหลานเข้าไปรับชมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

แต่ในส่วนของจุดด้อยภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นความเป็นสูตรสำเร็จของมัน ด้วยความที่เรื่องราวค่อนข้างจะเดาได้ง่ายทำให้สำหรับผู้ใหญ่ที่เคยรับชมภาพยนตร์แนวนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนอาจจะรู้สึกสนุกไม่เท่ากับเด็กที่เพิ่งสัมผัสกับภาพยนตร์แนวนี้เป็นครั้งแรกๆ

Scroll to Top