Toy Story 4

Toy Story 4

Toy Story 4 การเดินทางครั้งสุดท้าย (จริงเหรอ?) ที่พาทุกความทรงจำไปไกลกว่าเดิมย้อนกลับไปในปี 2010 หลายคนเชื่อว่าได้สร้างตอนจบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในประวัติศาสตร์แอนิเมชันไปแล้ว ภาพที่เหล่าของเล่นโบกมือลา “แอนดี้” คือความประทับใจที่ยากจะลืม แต่แล้วในปี 2019 Pixar ก็ตัดสินใจเปิดกล่องของเล่นอีกครั้งพร้อมคำถามที่ว่า “ชีวิตของของเล่นจะเป็นอย่างไรต่อ เมื่อพวกเขาไม่ได้เป็นที่ต้องการที่สุดอีกต่อไป”

ข้อมูลภาพยนตร์

  • ผู้กำกับ: Josh Cooley
  • สตูดิโอ: Walt Disney Pictures / Pixar Animation Studios
  • ให้เสียงพากย์โดย: Tom Hanks (Woody), Tim Allen (Buzz Lightyear), Annie Potts (Bo Peep)

เรื่องย่อ: เมื่อ “ของเล่น” ต้องนิยามคำว่า “อิสระ” ใหม่

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในบ้านหลังใหม่ของ บอนนี่ (Bonnie) วู้ดดี้และพรรคพวกกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับเจ้านายคนใหม่ แต่สำหรับวู้ดดี้ เขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มกลายเป็น “ของเล่นที่ถูกลืม” อยู่ในตู้เก็บของ

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อบอนนี่สร้างของเล่นชิ้นใหม่จากขยะที่ชื่อว่า ฟอร์คกี้ (Forky) ช้อนกึ่งส้อมที่มองว่าตัวเองคือ “ขยะ” ไม่ใช่ “ของเล่น” วู้ดดี้จึงต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลไม่ให้ฟอร์คกี้กระโดดลงถังขยะ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์วุ่นวายระหว่างการเดินทาง Road Trip ที่ทำให้วู้ดดี้ได้พบกับ โบ พีพ (Bo Peep) เพื่อนเก่าที่หายสาบสูญไปนาน ซึ่งตอนนี้เธอกลายเป็น “ของเล่นหลงทาง” ที่ใช้ชีวิตอย่างอิสระโดยไม่มีเจ้าของ

การพบกันครั้งนี้ทำให้วู้ดดี้ต้องเผชิญกับคำถามครั้งใหญ่ในชีวิตว่า หน้าที่ของของเล่นคือการอยู่เพื่อเด็กคนหนึ่งไปตลอดกาล หรือการก้าวออกไปค้นหาความหมายของชีวิตด้วยตัวเองกันแน่?

Toy Story 4

ความน่าสนใจที่ทำให้ “Toy Story 4″ ไม่ใช่แค่หนังภาคต่อหาเงิน

  1. งานภาพที่ก้าวข้ามขีดจำกัด

หากคุณลองย้อนไปดูภาคแรก (1995) แล้วมาดูภาค 4 คุณจะเห็นความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี Pixar ภาพพื้นผิวของตุ๊กตา รายละเอียดของฝุ่นในร้านขายของเก่า หรือฉานฝนตกในช่วงต้นเรื่องนั้นดูสมจริงจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นแอนิเมชัน

  1. ตัวละครใหม่ที่ขโมยซีน

นอกจาก ฟอร์คกี้ ที่เป็นตัวแทนของคนหลงทางในชีวิตแล้ว ยังมีคู่หูสุดฮาอย่าง ดั๊กกี้และบันนี่ (ตุ๊กตารางวัลงานวัด) และ ดุ๊ก คาบูม (นักบิดผาดโผนสายฮา) ที่มาเติมเต็มเสียงหัวเราะได้อย่างลงตัว ทำให้หนังไม่หนักอึ้งจนเกินไป

  1. ประเด็นที่ “โตไปพร้อมกับคนดู”

ไม่ใช่หนังเด็กอีกต่อไป แต่มันคือหนังที่พูดถึงการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ของชีวิต การรู้จักปล่อยวาง และการกล้าที่จะก้าวออกจาก Safe Zone ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ที่เติบโตมาพร้อมกับหนังเรื่องนี้อินได้ไม่ยากเลย

หัวข้อย่อยเจาะลึก: สารลับที่ซ่อนอยู่ในกล่องของเล่น

  • วู้ดดี้กับวิกฤตวัยกลางคน (Midlife Crisis)

ในภาคนี้เราเห็นวู้ดดี้ในมุมที่เปราะบางที่สุด เขาพยายามยึดติดกับหน้าที่เดิมๆ เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกมีคุณค่า การเดินทางครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการบำบัดจิตใจให้เขายอมรับว่า “การไม่เป็นที่ต้องการในที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีค่าในโลกกว้าง”

  • โบ พีพ: สัญลักษณ์ของพลังหญิงยุคใหม่

ลืมภาพโบ พีพ ในชุดกระโปรงหวานแหววไปได้เลย ในภาคนี้เธอคือสาวแกร่งที่พึ่งพาตัวเองได้ เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าของเล่นไม่จำเป็นต้องมีเจ้าของเสมอไปเพื่อที่จะมีความสุข ความมั่นใจของเธอคือแรงผลักดันสำคัญที่เปลี่ยนมุมมองของวู้ดดี้ไปตลอดกาล

  • “แก็บบี้ แก็บบี้” ตัวร้ายที่น่าสงสารที่สุด

หนังเรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายที่ชั่วร้ายโดยสันดาน แก็บบี้ แก็บบี้ ตุ๊กตาวินเทจในร้านของเก่าคือตัวแทนของคนที่ยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อขอให้ได้รับ “ความรัก” สักครั้งหนึ่ง ปมของเธอสะท้อนถึงความเหงาที่ลึกซึ้งและทำให้ตอนจบของเส้นเรื่องเธอนั้นซึ้งจนน้ำตาซึม

Toy Story 4

บทสรุป: สู่ความเวิ้งว้าง…ที่งดงามกว่าเดิม

เป็นการปิดตำนานที่สมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่แค่หนังของการจากลา แต่เป็นการฉลองให้กับ “จุดเริ่มต้นครั้งใหม่” หนังมอบข้อคิดให้เรากล้าที่จะเลือกทางเดินของตัวเอง แม้ว่าทางนั้นจะไม่มีแผนที่บอกทางเลยก็ตาม

ถ้าคุณรักมาทั้งชีวิต ภาคนี้คือ “จดหมายรัก” ฉบับสุดท้ายที่จะทำให้คุณยิ้มทั้งน้ำตา และเข้าใจความหมายของคำว่า “เพื่อน” ในมุมที่กว้างไกลกว่าเดิมครับ

สรุปคะแนน: 9.5/10 (หัก 0.5 เพราะทำเราตาบวมตอนเดินออกจากโรง!)

Scroll to Top