ปาร์ตี้ไส้กรอก :ฟู้ดโทเปีย

ปาร์ตี้ไส้กรอก

ปาร์ตี้ไส้กรอก:ฟู้ดโทเปีย เมื่อเหล่าอาหารประกาศเอกราช แต่นี่ไม่ใช่การ์ตูนเด็กเล่น!จำความเหวอเมื่อปี 2016 ได้ไหม? ตอนที่เหล่าไส้กรอกและขนมปังออกมาทำเรื่อง “อย่างว่า” บนจอเงินจนเป็นกระแสไปทั่วโลก มาปีนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งในรูปแบบซีรีส์ภาคต่อทาง Prime Video กับ “Sausage Party: Foodtopia” ที่ขยายจักรวาลความกาวให้หลุดโลกยิ่งกว่าเดิม ใครที่คิดว่าภาคหนังโรงสุดแล้ว บอกเลยว่าภาคซีรีส์นี้ “จัดหนัก” กว่าเดิมหลายเท่า!

ข้อมูลเบื้องต้น

  • ผู้สร้าง: Seth Rogen, Evan Goldberg และ Kyle Hunter
  • สตูดิโอ: Sony Pictures Television / Point Grey Pictures / Annapurna Television
  • ประเภท: อนิเมชันคอมเมดี้สำหรับผู้ใหญ่ (Adult Animation)
  • จำนวนตอน: 8 ตอน

 ยินดีต้อนรับสู่ “ฟู้ดโทเปีย” ดินแดนที่อาหารเป็นใหญ่!

เรื่องราวสานต่อจากตอนจบของภาคภาพยนตร์ทันที หลังจากเหล่าอาหารในซูเปอร์มาร์เก็ต Shopwell’s ได้รู้ความจริงว่ามนุษย์คือ “อสุรกาย” ที่จับพวกเขากิน พวกเขาจึงก่อการปฏิวัติและขับไล่มนุษย์ออกไปได้สำเร็จ!

แฟรงค์ (Frank) เบรนด้า (Brenda), แบร์รี่ (Barry) และ แซมมี่ (Sammy) จึงร่วมกันสร้างสังคมใหม่ที่ชื่อว่า “Foodtopia” ดินแดนสวรรค์ที่อาหารทุกชนิดจะอยู่อย่างอิสระ แต่ความฝันกลับไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เพราะเมื่อไม่มีมนุษย์มาคอยควบคุม ระบบสาธารณูปโภค ภัยธรรมชาติ (อย่างฝนตกที่ทำเอาพวกอาหารเปื่อยย่อย) และสัญชาตญาณดิบของอาหารแต่ละชนิดเริ่มทำให้สังคมปั่นป่วน จนพวกเขาต้องเรียนรู้ว่าการเป็น “ผู้นำ” และการสร้าง “อารยธรรม” มันยากกว่าการหนีจากปากมนุษย์หลายเท่าตัว!

ปาร์ตี้ไส้กรอก

ปาร์ตี้ไส้กรอก ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาด 

  1. ความกาวระดับ 18+ ที่ไม่มีกั๊ก

ถ้าคุณคิดว่าภาพยนตร์ภาคแรกแรงแล้ว ซีรีส์นี้คือการปลดล็อกทุกขีดจำกัด ทั้งมุกตลกเจ็บตัว คำหยาบคายแบบพ่นไฟ และฉาก “กิจกรรมเข้าจังหวะ” ของเหล่าอาหารที่ทำเอาคนดูต้องอุทานว่า “นี่ฉันกำลังดูอะไรอยู่เนี่ย!” แต่นั่นแหละเสน่ห์ของมัน เพราะมันคือความตลกที่คาดเดาไม่ได้และกล้าบ้าบิ่นสุดๆ

  1. การจิกกัดสังคมและระบบการเมืองแบบเจ็บแสบ

ภายใต้ความตลกไร้สาระใส่ประเด็นการเมืองมาแบบเต็มๆ ทั้งเรื่องการจัดระเบียบสังคม, การแบ่งชนชั้นระหว่างอาหารสดกับอาหารแห้ง, ศาสนา, และการพยายามเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ที่พวกเขาเคยเกลียดชัง ซีรีส์สะท้อนให้เห็นว่า “อำนาจ” เปลี่ยนคน (และอาหาร) ได้อย่างไร ซึ่งเป็นเนื้อหาที่ดูแล้วชวนคิดตามอย่างไม่น่าเชื่อ

  1. พัฒนาการตัวละครที่ “ลึก” กว่าที่เห็น

เราจะได้เห็น แฟรงค์ ในมุมที่เป็นผู้นำที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบ และ เบรนด้า ที่พยายามรักษาศีลธรรมในโลกที่วุ่นวาย ตัวละครที่เราเคยเห็นแค่รั่วๆ ในภาคแรก จะมีความเป็นมนุษย์ (ในร่างอาหาร) มากขึ้น มีความขัดแย้งทางอารมณ์ และต้องตัดสินใจในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

  1. มหกรรมล้อเลียนป๊อปคัลเจอร์

สตูดิโอและทีมเขียนบทของ Seth Rogen ขึ้นชื่อเรื่องการล้อเลียนอยู่แล้ว ในเรื่องนี้มีการจิกกัดหนังดัง, แบรนด์สินค้า และกระแสโซเชียลในโลกปัจจุบันอย่างเมามัน ใครที่เป็นคอหนังหรือชอบติดตามเทรนด์โลกจะขำแห้งกับมุกตลกเสียดสีที่ใส่มาทุกๆ 5 นาที

ความน่าสนใจที่ทำให้ต้องติดตามจนจบ

สิ่งที่ทำให้ Sausage Party: Foodtopia น่าติดตาม ไม่ใช่แค่ความตลกทะลึ่ง แต่มันคือการวางโครงเรื่องแบบ Survival Comedy ที่เราอยากรู้ว่าเหล่าอาหารตัวจ้อยจะเอาตัวรอดจากโลกกว้างได้อย่างไร?

  • ภัยพิบัติในมุมมองอาหาร: คุณจะเห็นภาพน้ำท่วมจากการแค่ฝนตกปกติ กลายเป็นมหันตภัยล้างโลกของเหล่าขนมปัง
  • ความสัมพันธ์กับมนุษย์: ซีรีส์ยังแอบหยอดประเด็นว่ามนุษย์ที่เหลือรอดอยู่จะมีบทบาทอย่างไร และจะมีมิตรภาพระหว่าง “ผู้กิน” กับ “ผู้ถูกกิน” เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่?

ปาร์ตี้ไส้กรอก

บทสรุป: สรุปแล้วควรดูไหม?

คือซีรีส์ที่สร้างมาเพื่อ “ปลดปล่อยความเครียด” โดยเฉพาะ มันเหมาะสำหรับคนที่ชอบอารมณ์ขันแบบ Dark Comedy และไม่ถือสาเรื่องความหยาบคาย แต่มันก็แฝงไปด้วยบทเรียนเรื่องการใช้ชีวิตคู่และการสร้างสังคมที่น่าสนใจ

หากคุณอยากสัมผัสประสบการณ์การดูอนิเมชันที่ “หลุดโลก” ที่สุดในปีนี้ และอยากรู้ว่าไส้กรอกหนึ่งชิ้นจะกลายเป็นพระราชาได้อย่างไร… กดเข้า Prime Video แล้วเตรียมเสียงหัวเราะ (และความเหวอ) ไว้ได้เลย!

ระดับความน่าดู: 8.5/10 (หักคะแนนความเลอะเทอะที่บางคนอาจจะรับไม่ไหว!)

 

 

Scroll to Top