ถ้าคุณกำลังหาสไตล์เกม 2D แพลตฟอร์มเมอร์ ที่ดูผิวเผินเหมือนจะได้กลิ่นวินเทจ หวือหวา มีพลังเวทย์ สกิลคาถา และความน่ารักสดใส พร้อมความท้าทายบ้างเล็กน้อย — Enchanted Portals อาจดูเหมือนตัวเลือกที่น่าสนใจในแวบแรก แต่เมื่อเล่นจริง ๆ แล้ว มันอาจให้ความรู้สึก “สนุกแบบกร่อย” — สนุกจริง แต่มีจุดที่ทำให้หงุดหงิดไม่เบา
🌍 เนื้อเรื่องโดยย่อ (ไม่สปอยล์)
คุณจะรับบทเป็นสองพี่น้องนักเวทย์นามว่า Bobby และ Penny — สองมือใหม่ที่กำลังทดลองคาถาจาก “หนังสือเวทย์” อยู่ที่บ้าน แต่ดันเกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อคาถานั้นเปิดประตูมิติ ทำให้ทั้งคู่ แมวของพวกเขา และหนังสือเวทย์ ถูกดูดเข้าไปยังอีกมิติหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ
ภารกิจของคุณคือเดินทางผ่านหลากหลายโลกแฟนตาซี ทั้งป่าโบราณ โรงแรมผีสิง สถานีอวกาศ เกาะโบราณ ปราสาทกบ และเมืองแปลก ๆ ที่มีไก่แทนคน (!!) เพื่อไล่ตาม “หนังสือเวทย์” กลับบ้านให้ได้ พร้อมทั้งผ่านด่านแพลตฟอร์มมิ่ง ด่านยิง/เวทย์ และดวบบอสสุดโหดที่มาพร้อมรูปแบบหลากหลาย พาคุณผ่านเรื่องราวสนุก ๆ และ παρά challenges มากมาย
เกมสามารถเล่นได้ทั้งโซโล่และโค-ออปกับเพื่อน — เหมาะทั้งคนเล่นคนเดียวและคนที่อยากลุยกับเพื่อนคู่ใจ

✨ จุดเด่นที่ทำให้เกมนี้ “น่าลอง”
🎨 1. งานศิลป์สไตล์อนิเมชันยุคเก่า — ดูดี มีเสน่ห์
กราฟิกของถูกออกแบบมาให้คล้ายกับการ์ตูนยุค 1930s / rubber-hose animation — เส้นสาย การเคลื่อนไหว ตัวละคร การออกแบบบอส และฉากหลังต่าง ๆ มีความ “วินเทจ” แบบเก่า ๆ ที่ดูได้เพลิน และหลาย ๆ ด่าน บอส หลายช่วงแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่ดี เช่น การเปลี่ยนสไตล์ศิลป์กลางดวบบอสได้อย่างมีสไตล์และน่าจดจำ
🔮 2. พลังเวทย์และสกิลที่หลากหลาย — เพิ่มทั้งความรู้สึกแฟนตาซีและความสดใหม่
ผู้เล่นเริ่มต้นด้วยสกิลเวทย์หลายอย่าง เช่น ธาตุไฟ น้ำแข็ง ลม, กระโดดสองครั้ง (double-jump), ฟองสกิลกันกระสุน (magic bubble), บินได้ด้วยไม้กวาด และแม้แต่ดำน้ำในบางด่าน — ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพ่อมด/แม่มดตัวจริงในโลกแฟนตาซี 👇 นี่คือองค์ประกอบที่ทำให้เกมดูมีศักยภาพที่จะเป็นเกมแพลตฟอร์มที่ “สนุกและแฟนตาซี” ในแบบของตัวเอง
🤝 3. เล่นได้ทั้งคนเดียวและโค-ออป — เหมาะกับหลายสไตล์ผู้เล่น
ไม่ว่าคุณจะชอบเล่นคนเดียวเงียบ ๆ หรือชอบลากเพื่อนมาลุยร่วมกัน รองรับทั้งสองแบบอย่างครบถ้วน ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้เกมนี้เข้าถึงผู้เล่นหลายกลุ่ม โดยเฉพาะคนที่อยากหาเกมเล่นกับเพื่อนโดยไม่ต้องลงทุนเยอะ
💡 4. บอสและไอเดียฉากที่บางช่วงน่าสนใจ
แม้เกมจะไม่สมบูรณ์ แต่มีช่วงที่บอสออกแบบได้ครีเอทีฟ บางบอสมีหลายเฟส มีการเปลี่ยนแปลงฉากและสไตล์ศิลป์เข้าไป เพิ่มความตื่นเต้น และทำให้บอสแมตช์นั้นรู้สึก “มีอะไร” มากกว่าการแค่ยืนยิงกันไปมา
⚠️ ข้อด้อยที่ทำให้ “กร่อย” — ถ้าคาดหวังเยอะไปอาจผิดหวัง
🕹️ 1. การควบคุม & แล่นเกมที่ไม่ลื่น — รู้สึก “หนัก” และ “ไม่ไว”
หลายบทวิจารณ์ชี้ว่า “ระบบควบคุมไม่ค่อยแน่น” — จังหวะกระโดดดูลอย ๆ (floaty), การเปลี่ยนสกิลหรือตะลุมบอนทำได้ไม่ลื่นต่อเนื่อง, dash มีดีเลย์ และบางครั้งการเคลื่อนไหวรู้สึก “ไม่มั่นคง” เมื่อมีศัตรูหรือกระสุนพุ่งมาพร้อมกันเยอะ ๆ ทำให้เกมแพลตฟอร์ม + ยิง/เวทย์ ที่ควรจะต้องแม่น อาจกลายเป็นน่าหงุดหงิดแทน
🧱 2. ด่านวิ่ง/ยิง (run-and-gun) และศัตรูค่อนข้าง “จำเจ” และ “รีเพต”
ระดับของศัตรูหลายตัวซ้ำ ๆ ด่านส่วนใหญ่เป็นการวิ่งจากซ้ายไปขวา เจอศัตรูเดิม ๆ โดนยิง โดนกระสุนซ้ำ ๆ — ทำให้ช่วงผ่านด่านรู้สึกยืดเยื้อ และเมื่อเล่นไปซ้ำ บางส่วนก็เริ่มรู้สึกน่าเบื่อไม่น้อย
🔇 3. เสียงเอฟเฟกต์ & การตอบสนองจากศัตรู — ขาด “แรงกระแทก” ทางเสียงและฟีดแบ็ก
แม้เพลงประกอบในหลายช่วงจะมีจังหวะที่พอดีและบรรยากาศดี แต่เสียงเอฟเฟกต์จากการโจมตี การกระโดด การโดนตี หรือกระสุนหลายครั้งกลับเบา แทบไม่มีความพอใจหรือ “แรงสะใจ” เมื่อเล่นจริง ๆ — ซึ่งลดทอนความรู้สึกของการต่อสู้ และทำให้บางแมตช์รู้สึก “เย็นชืด” มากกว่ามันส์จริงจัง
⚠️ 4. การออกแบบเกมโดยรวมดู “ไม่สมดุล” — บอสกับด่านกลางแตกต่างกันมาก
บอสอาจมีดีไซน์และช่วงที่น่าสนใจ แต่หลายช่วงถูกสลับด้วยด่านแทบไม่มีความท้าทายหรือความแตกต่าง — บางด่านเหมือนแค่ผ่านไปให้ถึงจุดหมาย ด่านยิง/แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ และเมื่อบวกกับข้อจำกัดในระบบควบคุมและการตอบสนอง ทำให้โดยรวมประสบการณ์ก้ำกึ่ง — “อยากรักแต่ก็ขัดใจ”
🕐 5. ระยะเวลาเล่นค่อนข้างสั้น + รีเล่นซ้ำยาก
หลายคนพูดตรงกันว่า เมื่อเล่นจบแล้ว โอกาสจะกลับมาเล่นใหม่ (replay) ค่อนข้างน้อย เพราะไม่มี incentive สำคัญ เช่น คะแนนสูงสุด, ทางลัด, เส้นทางลับ หรือระบบ New Game+ ที่ทำให้เกม “คุ้มค่า” ต่อการกลับมาเล่นอีกครั้ง
🎯 เหมาะกับใคร — และใครควรคิดให้ดี
✅ เหมาะกับ
- คนที่ชอบภาพกราฟิกสไตล์การ์ตูนวินเทจ/คลาสสิก และไม่ได้ซีเรียสเรื่องความแม่นยำของเกมมากนัก
- คนที่อยากเล่นเกม 2D แบบเบา ๆ สนุก ๆ กับเพื่อน (โค-ออป) โดยไม่ซีเรียสเรื่องความลึกของระบบ
- ผู้เล่นสาย “ลองของ” ที่เปิดใจให้เกมอินดี้ และเข้าใจว่าอาจมีข้อบกพร่องบ้าง
⚠️ อาจไม่เหมาะกับ
- คนที่ชอบเกมแพลตฟอร์ม/แอ็กชันที่ต้องแม่นยำ จังหวะดี การควบคุมแน่น ระบบเวทย์/ยิง/หลบที่ตอบสนองทันใจ
- คนที่ต้องการเกมที่มีความลึก ระบบอัปเกรด คะแนน/รีเพลย์/ความท้าทายยาวๆ
- คนที่ไม่ชอบความรู้สึก “ซ้ำ” “เดิม” “รีเพต” และชอบให้ทุกด่านมีความประณีต

🧾 สรุปท้ายบท
คือเกมที่ใช้ “พลังงานรัก” ในการสร้าง — งานศิลป์สวย การออกแบบฉากน่ารัก บอสที่หลายตัวสร้างสรรค์ มันดูเหมือนเกม 2D แพลตฟอร์มจากยุคเก่า ที่ใครหลายคนคาดหวังให้กลับมาให้ได้ แต่สิ่งที่ขาดไปจริง ๆ คือ “ความแม่นยำในการเล่น” และ “การให้รางวัลกับผู้เล่น” อย่างพอเหมาะ
สำหรับคนที่เปิดใจ และไม่ได้ซีเรียสกับระบบมากนัก มันอาจให้ความเพลิดเพลินแบบ “เล่นเพราะอยากเห็น art-style และบอสอะไรแปลก ๆ” ได้ แต่ถ้าคุณต้องการแพลตฟอร์มเมอร์ที่ลื่น ไหล ท้าทาย และคุ้มค่าสำหรับเวลาที่ลงไป — อาจทำให้คุณรู้สึกว่า “กร่อยกว่าที่หวังไว้”




