เบื้องหลัง “ส้มไม่หวาน”: ซีรีส์ดัง “When Life Gives You Tangerines” โดนแฉยับ! ปฏิบัติเยี่ยงทาสกลางกองถ่าย ซีรีส์เกาหลีสุดอบอุ่นหัวใจที่หลายคนหลงรักอย่าง(ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน) ที่นำแสดงโดยซุปตาร์แถวหน้าอย่าง ไอยู (IU) และ พัคโบกอม (Park Bo Gum) กลับกลายเป็นประเด็นร้อนฉ่า เมื่อความหวานหน้าฉากสวนทางกับความขมขื่นเบื้องหลัง! มีการออกมาแฉพฤติกรรมการทำงานในกองถ่ายที่สั่นสะเทือนวงการ ด้วยข้อกล่าวหาที่รุนแรงถึงขั้น “ปฏิบัติเยี่ยงทาส”
ขุดคุ้ยความจริง: When Life Gives You Tangerines ข้อกล่าวหาที่ถูกเปิดโปง
หลังจากที่ซีรีส์ออกอากาศและได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ก็มีบุคคลหลายกลุ่มที่อ้างว่าเป็นทีมงานและนักแสดง พัคโบกอม (Park Bo Gum) ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์สุดโหดผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้คนดูช็อกไปตามๆ กัน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการดูแลที่ไม่เหมาะสมและการตัดลดค่าใช้จ่ายจนเกินเหตุ:
- บังคับโกนผม! (โดยไม่แจ้งล่วงหน้า): มีรายงานว่านักแสดงสมทบหลายคนถูกสั่งให้โกนผมเพื่อความสมจริงของยุคสมัย โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าหรือให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล
- หนาวสั่นกลางฤดูหนาว: การถ่ายทำที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัด นักแสดงสมทบถูกปฏิเสธไม่ให้สวมเสื้อผ้าลองจอนหรือเสื้อเก็บความร้อนด้านในชุดคอสตูม โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้ “รูปทรงของชุดเสีย” ทั้งที่พวกเขาเป็นแค่ตัวประกอบในฉากหลัง “ใครจะไปสังเกตเห็น?” ซึ่งถือเป็นการละเลยด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ขั้นพื้นฐาน
- อาหารการกินแบบขอไปที: มีการกล่าวหาว่าไม่มีการจัดเตรียมรถอาหาร (Food Truck) หรือมุมเครื่องดื่ม (Craft Table) ที่เหมาะสมสำหรับทีมงานและนักแสดงสมทบเลย ทำให้พวกเขาต้องไปหาอาหารกินเองตามร้านอาหารแบบสุ่ม และมีเวลาเพียง 30 นาที ในการกิน ซึ่งไม่เพียงพอและทำให้คนแก่ถูกปล่อยให้หิวและหนาวสั่น
- ทำลายอุปกรณ์เช่า: แม้กระทั่งบริษัทที่ให้เช่าอุปกรณ์ประกอบฉากขนาดใหญ่ เช่น รถบัสวินเทจ ก็ออกมาแฉว่าทีมงานขาดความสามารถในการดูแลอุปกรณ์ ทำให้ทรัพย์สินเสียหายหลายอย่าง และเมื่อทักท้วงก็โดนตอบกลับอย่างหยาบคาย

งบหลายล้าน แต่ไม่ยอมจ่ายให้คนรอง
ข้อกล่าวหาทั้งหมดชี้ไปที่ประเด็นเดียวกัน คือการที่ทีมงานฝ่ายผลิต ให้ความสำคัญและทุ่มงบประมาณไปที่นักแสดงนำหลักเท่านั้น ในขณะที่พยายาม “ลดต้นทุนทุกวิถีทาง” กับส่วนอื่นๆ ของกองถ่าย โดยเฉพาะนักแสดงสมทบ จนมีผู้กล่าวว่า “รู้สึกเหมือนถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส” และตั้งข้อสงสัยว่า “งบประมาณกว่า 43 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (กว่า 1,500 ล้านบาท)” นั้นไปอยู่ที่ค่าตัวนักแสดงนำทั้งหมดหรือไม่
Netflix และผู้จัดฯ สั่งสอบสวนแล้ว
ทันทีที่เรื่องอื้อฉาวนี้แพร่กระจายบนโลกออนไลน์ ทาง Netflix และบริษัทผู้ผลิตซีรีส์ได้ออกมาแถลงการณ์ทันทีว่า กำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบคอบและจริงจัง เพื่อหาทางปรับปรุงสภาพการทำงานกับพันธมิตรในเกาหลี และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
บทสรุปที่ชวนคิด
ยิ้มไว้ในวันที่ส้มไม่หวาน เหตุการณ์ฉาวนี้เป็นเหมือนการตอกย้ำถึง “ด้านมืด” ของวงการบันเทิงเกาหลีใต้ ที่แม้จะเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับโลก แต่ก็ยังคงมีประเด็นเรื่องการถูกเอาเปรียบและสภาพการทำงานที่ย่ำแย่สำหรับกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นนักแสดงนำหลัก การสืบสวนที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่า การรับรู้และการดูแลสวัสดิภาพของคนทำงานเบื้องหลังจะได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่โลกเบื้องหน้าจออาจเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แต่เบื้องหลังกลับต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้ที่ถูกมองข้ามอย่างน่าเศร้า…




