รีวิวหนัง GTMax บิด ปล้น ขึงขังฉบับดรามาโจรกรรมเรียลโทนฝั่งฝรั่งเศส
ปีนี้ต้องยอมรับว่าฝรั่งเศสส่งคอนเทนต์สายหนังออกมาแรงจริง ๆ โดยเฉพาะฝั่งสตรีมมิงที่แทบทุกฤดูกาลจะมีผลงานใหม่ ๆ มาปล่อยให้ดูกัน และ GTMax ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานที่มาเติมโควตาปลายปีในโทนดรามาโจรกรรมแบบเรียลโทน หนังที่ผูกเส้นเรื่องการปล้นเข้ากับโลกมอเตอร์ไซค์วิบาก และเลือกใช้นักแสดงหญิงเป็นแกนกลาง นับเป็นการผสมผสานที่น่าสนใจและไม่ค่อยได้เห็นบ่อย

เรื่องราว: ครอบครัวบนเส้นทางอาชญากรรม
หนังเล่าเรื่อง เลีย นักบิดมอเตอร์ ครอสสาวที่ชีวิตพลิกผันเพราะอุบัติเหตุในอดีต เธอถูกบังคับให้ทิ้งความฝัน กลายมาเป็นช่างซ่อมรถ และฝากฝันต่อไปยังน้องชาย กระทั่งน้องชายของเธอดันก้าวเท้าเข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมในปารีส ความสัมพันธ์พี่น้องจึงถูกทดสอบครั้งใหญ่ เลียต้องตัดสินใจเผชิญความกลัวและกลับเข้าสู่โลกความเร็วอีกครั้ง เพื่อปกป้องคนในครอบครัวแม้ต้องเดิมพันด้วยชีวิต
โอลิเวอร์ ชไนเดอร์: จากสตันท์แมนสู่ผู้กำกับ
เบื้องหลังหนังนี้คือการกำกับเรื่องแรกของ โอลิเวอร์ ชไนเดอร์ สตันท์แมนมากประสบการณ์กว่า 30 ปีในวงการฮอลลีวูดและยุโรป ผลงานของเขาเต็มไปด้วยลีลาการออกแบบแอคชันที่สมจริง ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาใน GTMax อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในองก์สุดท้ายที่เข้มข้นและจัดเต็มสไตล์สตันท์โชว์ แม้ยังมีร่องรอยของความขาด ๆ เกิน ๆ อยู่บ้าง แต่ถือเป็นการเปิดตัวในฐานะผู้กำกับที่ไม่เลวเลย
พล็อต: คุ้นเคยแต่ผสมรสใหม่
บทหนังผ่านการเขียนโดยทีมถึง 4 คน นำโดย ฌอง–อังเดร เฌอเลส (Two is a Family) และตัวชไนเดอร์เอง จุดแข็งคือการพยายามผูกดรามาครอบครัวเข้ากับหนังโจรกรรม แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าพล็อตยังวนอยู่ในสูตรคุ้นเคย หลายช่วงทำให้นึกถึงการผสมของ Gran Turismo, Point Break และ Den of Thieves เพียงแต่ยังไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดใจและความเข้มข้นในระดับเดียวกันได้เต็มร้อย
ดรามา vs แอคชัน: ความคอนทราสที่ไม่กลมกล่อม
ความตั้งใจของหนังคือการใส่ “น้ำหนักดรามา” ให้มากกว่าหนังโจรกรรมทั่วไป แต่จังหวะยังไม่เนียนพอ เมื่อพาร์ทดรามาครอบครัวถูกโยงเข้ากับพาร์ทอาชญากรรม มันกลับรู้สึกคอนทราสและไม่หลอมรวมกลายเป็นพลังเดียวกันได้ดีพอ ถึงอย่างนั้นในช่วงไคลแม็กซ์ หนังก็ยังแสดงศักยภาพด้านการออกแบบฉากแอคชันได้อย่างจัดจ้าน โดยเฉพาะซีนขับบิดหนีที่ชวนลุ้นสุด ๆ เพียงแต่สั้นเกินกว่าจะอิ่มเต็ม
โปรดักชันและงานภาพ
ด้านการสร้างถือว่าดูดีตามมาตรฐาน งานถ่ายทำฉากมอเตอร์ไซค์ใช้มุมมองที่หลากหลายและเก็บบรรยากาศเมืองปารีสได้อย่างมีเสน่ห์ องค์ประกอบฉากต่าง ๆ ถูกจัดมาเพื่อเพิ่มโทนขึงขังมากกว่าการโชว์ความระห่ำ และแม้จะไม่หวือหวา แต่ก็ถ่ายทอดความจริงจังในโทน “เรียลโทน” ได้ชัดเจน
ทีมนักแสดง: ดาวรุ่งนำทีม
เอวา บายา รับบทนำได้อย่างแข็งแรง แม้จะยังขาดพลังที่จะประคองหนังทั้งเรื่อง แต่เธอทำได้ดีตามศักยภาพของบทบาท สำหรับนักแสดงสมทบ ไม่ว่าจะเป็น จาลิล เลสเพิร์ต, เจเรมี่ ลาเฮิร์ท, ธิบาตท์ แอฟราร์ด และ เกวิน แลนวิน ต่างช่วยเพิ่มมิติและสีสัน แม้บทไม่ได้ลึกซึ้ง แต่ก็ทำให้หนังมีน้ำหนักมากขึ้น

บทสรุป
และนี้คือหนังโจรกรรมสายฝรั่งเศสที่พยายามจะก้าวข้ามสูตรสำเร็จ ด้วยการใส่ดรามาครอบครัวและการเชื่อมโยงเข้ากับโลกนักบิดมอเตอร์ไซค์ แม้ผลลัพธ์ยังไม่สมบูรณ์แบบและรสชาติอาจจืดไปบ้าง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของผู้กำกับมือใหม่ที่มีสายเลือดสตันท์อยู่เต็มตัว รวมถึงความกล้าที่จะเล่าเรื่องในโทนจริงจังและขึงขัง มันอาจไม่ใช่หนังโจรกรรมที่น่าจดจำที่สุด แต่ก็เป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่สะท้อนว่า “ฝรั่งเศส” กำลังมีบทบาทมากขึ้นในตลาดโลก และน่าจะเป็นก้าวแรกที่ทำให้ผู้กำกับโอลิเวอร์ ชไนเดอร์ก้าวไปได้ไกลกว่านี้ในอนาคต




