รีวิวหนัง The Roses กุ-หลาบ

The Roses กุ-หลาบ

รีวิวหนัง The Roses กุ-หลาบ

รีวิวหนัง The Roses กุ-หลาบ นี่จึงกลายออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ของหนังที่สะท้อนมุมมองชีวิตคู่ “The Roses กุ-หลาบ” สงครามชีวิตสมรสได้ปะทุขึ้น ท่ามกลางความพยายามประคับประคองสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่นชีวิตเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับคู่รักที่แสนจะสมบูรณ์แบบอย่าง ไอวี่ และ ธีโอ ทั้งความสำเร็จในเรื่องของอาชีพ, ชีวิตแต่งงานที่เต็มไปด้วยความรัก และลูก ๆ ที่แสนจะยอดเยี่ยม แต่ภายใต้โฉมหน้าชีวิตในอุดมคติของพวกเขานั้น พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นอยู่ ในขณะที่อาชีพของ ธีโอ เริ่มดิ่งลงไป ความทะเยอทะยานของ ไอวี่ ก็พุ่งทะยานขึ้นไป และเชื้อไฟของการแข่งขันอันร้อนแร้งและความขุ่นเคืองใจที่เก็บซ้อนเอาไว้ก็ปะทุขึ้นมา The Roses เรื่องนี้เป็นหนังที่สร้างมานิยายคลาสสิกขายดีของ วอร์เรน เอดเลอร์ ในปี 1981 ที่เคยถูกนำมาสร้างเป็นเวอร์ชันใหญ่มาแล้ว อย่าง The War of the Roses ที่ออกฉายเมื่อปี 1989 เมื่อนำมาปรับปรุงรีเมคสร้างใหม่อีกครั้ง ก็ย่อมมีการพัฒนาโครงเรื่องและโครงสร้างใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทดแทน ที่ทำให้เห็นว่าไอเดียปัญหาแห่งชีวิตคู่ของมนุษย์ แทบจะไม่มีอะไรที่ตกยุคและล้าสมัยเลย กลายออกมาเป็นหนังตลกหวานอมขนกลืนที่พาคนดูไปสัมผัสวังวนของปัญหาโดยแท้ ถือว่าโชคดีที่หนังได้ทีมผู้สร้างระดับปัง ๆ มาผนึกกำลังสร้างผลงานด้วยกัน “โทนี แม็คนามารา” มาช่วยขัดเกลาเขียนบทหนังเรื่องนี้ ที่ทำออกมาได้จัดจ้านจิกกัดและคมคายในทุก ๆ รายละเอียดของไดอะล็อกหยิกแกมหยอกตลอดทั้งเรื่อง 

แค่เห็นเครดิตผลงานที่ผ่านมาของเขา อย่าง Poor Things หรือ The Favourite ก็มั่นใจได้ว่าเรื่องนี้จะต้องจึ้งใจดีแน่แท้ และยิ่งมาได้ตัวพ่อหนังเฮฮา “เจย์ รอช” แห่งหนังตระกูล Meet the Parents ก็น่าจะช่วยรับมือกับงานหนังที่เต็มไปด้วยกองทัพนักแสดงและมุกตลกสอดเสียดได้ดีแน่ ๆ ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ในภาพรวมที่ออกมานั้น The Roses อาจจะไม่ได้มีทิศทางและแนวทางที่หวือหวาแปลกใหม่ใด ๆ สักเท่าไหร่นัก แต่ก็กลายเป็นการปรับปรับคอนเทนท์คลาสสิกในรูปแบบที่สดใหม่เข้ากับยุคสมัยและวัฒนธรรมการสร้างครอบครัวในปัจจุบันได้อย่างน่าประทับใจ แม้ว่าตัวหนังจะเน้นแค่เพียงการฟาดฟันในจุดพีคสุดและเดือดสุดของชีวิตคู่ของคนสองคนเท่านั้น แต่ละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถเก็บตกเอาไว้ได้อย่างลึกซึ้ง ชวนสะกิดต่อมอารมณ์ความรู้สึกของคนดูได้ดี หนังยังมีทีมงานที่ดีเลิศมาช่วยบิวท์ผลงานออกมาได้ปัง ไม่ว่าจะเป็นงานถ่ายภาพของ “ฟลอเรียน ฮอฟเมียสเตอร์” (จาก Tár) หรือการหวนกลับมาทำงานกับผู้กำกับคนที่คุ้นเคยกันดีของมือตัดต่อของ “จอน โพลล์” ยิ่งทำให้ตัวหนังดูสมูธไปด้วยดี อาจจะเก้ง ๆ กัง ๆ ไปนิดหน่อย ตรงที่โลเกชันของหนังเรื่องนี้ ที่ฉากหลักตามท้องเรื่องอาจจะเป็นสังคมในอเมริกัน แต่ภาพและซีนที่ออกมายังไงก็ดูว่าเป็นอังกฤษจ๋า ๆ เพราะพวกเขาถ่ายทำกันในเมืองชายฝั่งของอังกฤษกันตลอดทั้งเรื่องนั่นเอง แน่นอนว่าไฮไลต์ดาวเด่นของเรื่องนี้ก็คือทีมนักแสดง “โอลิเวีย โคลแมน” กับ “เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์” ไม่ต่างกับเป็นการคืนกำไรให้กับคนดู ก็จริงอยู่ที่ในแง่มิติของบทบาทเรื่องนี้อาจจะไม่ได้ท้าทายฝีมือของพวกเขาเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ถ่ายทอดและตีโจทย์ออกมาได้อย่างสมบทบาท

ด้วยความเป็นมืออาชีพ ยกระดับตัวละครผัวเมียทะเลาะกันออกมาได้อย่างมีกึ๋น ถึงจะมีข้อจำกัดและการตั้งแง่เกี่ยวกับความเหมาะสมในคาแรกเตอร์นิด ๆ หน่อย ๆ อยู่ก็ตาม แต่ลีลาการแอคติ้งของพวกเขาก็ทำให้ทุกอย่างถูกมองข้ามไปทั้งหมด ซ้ำยังได้ทัพดาราขโมยซีนมาเสริมทัพ ที่อาจจะเป็นแค่ตัวละครเสริมสมทบทั่วไป แต่พวกเขามีซีนที่เจิดจรัสแบบไม่จมหายเลยสักคนเดียว ไม่ว่าจะเป็น “แอนดี้ แซมเบิร์ก”, “เคต แมคคินนอน”, “แอลลิสัน แจนนีย์” หรือ “เบลินดา บรามิโลว์” เรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพที่ช่วยเติมเต็มให้ หนังตลก เรื่องนี้คมคายและมีคารมที่ชวนเอ็นจอยไปได้ดี ด้วยสำเนียงและถ้อยคำที่เต็มไปด้วยประโยคจิกกัดและคำหยายโลนสไตล์ผู้ใหญ่อย่างมีกิมมิกชั้นเชิงในทางที่เหมาะเจาะดี ดังนั้นอาจจะสรุปได้ว่า The Roses กุ-หลาบ เรื่องนี้ เป็นอีกหนึ่งการรีเมคและตีความออกมาใหม่ให้กับยุคสมัยได้ค่อนข้างน่าพอใจ แม้ว่าจะไม่ได้แปลกแตกต่างมากมายสักเท่าไหร่ แต่อย่างน้อย ๆ ก็ไม่ได้ติดความเชยมาด้วย โครงสร้างของหนังอาจจะไม่ได้หวือหวาอะไร ดำเนินเรื่องราวไปตามเส้นเรื่องไปเรื่ย ๆ แต่ต้องขอบคุณพลังทางการแสดงของดารานำ ที่ช่วยผลักดันและยกระดับตัวหนังเรื่องนี้ออกมาได้เต็มไปด้วยออร่าที่ฟุ้งกระจาย ไม่ได้ทำให้ดูธรรมดาและจำเจเกินไป แต่ยังมีจังหวะที่ชวนสนุกและฟาดฟันกันได้เพลิดเพลินดีในปริมาณที่ค่อนข้างจุใจและจบด้วยดี

Scroll to Top