รีวิวเกม Two Point Museum
รีวิวเกม Two Point Museum กลับมาอีกครั้ง หลังจากให้เราบริหารจัดการโรงพยาบาลและสถานศึกษา ในคราวนี้เราจะได้บริหารจัดการพิพิธภัณฑ์กันบ้าง และใน Two Point Museum Two Point Museum ว่าด้วยเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์ที่ถูกปล่อยให้ซอมซ่อ เรารับหน้าที่เข้ามาเป็นภัณฑารักษ์คนใหม่ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จากนั้นหน้าที่ของเราคือการดูแลและฟื้นฟูพิพิธภัณฑ์ให้กลับมาเป็นที่นิยม และมียอดผู้เข้าชมกันอีกครั้ง โดยผู้เล่นจะเลือกเล่นได้ 2 แบบคือส่วนของโหมด Campaign ที่เราจะเล่นไปตามเนื้อเรื่องหลัก และอีกโหมดคือโหมด Sandbox หรือโหมดที่จะมอบอิสระให้กับผู้เล่น สำหรับโหมด Campaign นั้น จะว่าไม่ต่างจาก Tutorial เพื่อสอนผู้เล่นก็ว่าได้ ทุกอย่างจะดำเนินไปตามที่ตัวเกมแนะนำ ในช่วงแรกเริ่ม ตั้งแต่สอนการปรับมุมกล้อง การจัดวางวัตถุโบราณในมุมหรือรูปแบบต่าง ๆ จนเข้าสู่ช่วงที่ผู้เล่นพอจะเข้าใจภาพรวมของระบบเกมทั้งหมด จากนั้นจะเล่นต่อหรือจะไปลองระเบิดไอเดียสร้างสรรค์ในโหมด Sandbox ดูก็ได้ จุดเด่นของซีรีส์ Two Point ที่มีมาตั้งแต่ภาค Hospital เลยก็คือ แม้จะเป็นเกม Management ที่เน้นด้านการบริหารจัดการ แต่ตัวเกมเข้าถึงได้ง่าย และมีการออกแบบระบบและดีไซน์เกมที่เข้าใจได้ง่ายมาก ๆ ระบบมีความเยอะ และลึกก็จริง แต่โหมดฝึกสอนและการจัดวางคำอธิบาย รวมไปถึงการใช้ไอคอน หรือภาพแทนการอธิบายนั้น เขาทำได้ดีมาก ๆ ซึ่ง Two Point Museum เองก็เช่นกัน ในทุก ๆ หน้าต่างเมนูและข้อมูลที่เป็นรายละเอียดสำคัญกับผู้เล่น จะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ เปิดขึ้นมาแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามันได้รับข้อมูลมากเกินไป หรือเข้าใจยากโดยไม่มีเหตุจำเป็น
สำหรับเกมการเล่นเบื้องต้น หลัก ๆ แล้วเราจะได้พื้นที่หนึ่งมา เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ และทำตามภารกิจกำหนดไปเรื่อย ๆ ซึ่งมันจะสอนให้เราเรียนรู้ระบบต่าง ๆ แบบคร่าว ๆ เพราะเอาจริง ๆ แล้วเกมนี้มันมีระบบแฝงยิบย่อยอยู่เยอะมาก ชนิดที่ถ้าไม่กดไปอ่านเอง หรือเจอเอง เราอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีระบบนี้ และเราจะได้รู้ทันทีว่า การเป็นหัวหน้างานหรือเป็นระดับผู้บริหารนั้น ชีวิตจะยุ่งและวุ่นวายมากขนาดไหน เพราะต้องบริหารจัดการแทบจะทุกภาคส่วนเท่าที่ทำได้ ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้น เกมจะไม่ได้เล่าอะไรมาก นอกจากเกริ่นว่าเราเป็นภัณฑารักษ์หน้าใหม่เท่านั้น นอกนั้นจะเป็นเรื่องของการบรรยายสภาพบรรยากาศของฉาก ในเมือง หรือเรื่องราวยิบย่อยของสถานที่ที่เราไปออกสำรวจ การตามอ่าน อาจจะได้ข้อมูลหรือความอินมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น ถ้าใครจะมาหาเนื้อเรื่องจากเกมนี้ก็อาจจะไม่ใช่เกมที่คุณต้องการสักเท่าไรนัก สิ่งสำคัญคือการออกตามหาวัตถุโบราณเพิ่ม เพื่อทำให้มีผู้เยี่ยมชมและทำให้เลเวลพิพิธภัณฑ์ของเราสูงขึ้น เกมนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าระบบ Expedition หรือการออกสำรวจ โดยเราจะสามารถส่งพนักงานของเราไปออกสำรวจ เพื่อรับวัตถุโบราณชิ้นใหม่ ๆ เข้ามาจัดโชว์ในพิพิธภัณฑ์ของเราได้ โดยการออกสำรวจในช่วงแรกจะใช้พนักงานสาย Experts เท่านั้น การออกสำรวจแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาไม่เท่ากัน แล้วแต่ว่าเราจะทำการสำรวจละเอียดขนาดไหน ยิ่งสำรวจละเอียดก็ยิ่งต้องใช้เงินทุนสูง รวมไปถึงมีโอกาสสุ่มเจอสถานการณ์มากมาย
การออกสำรวจ จะมีโอกาสได้วัตถุโบราณกลับมาจัดโชว์ และหากเป็นวัตถุโบราณหายาก มันจะไม่ได้มีแค่ชิ้นเดียว แต่เราต้องหามาประกอบกันให้ครบจำนวน แต่เราสามารถจัดตั้งวัตถุโฐราณที่ยังไม่สมประกอบได้ เพียงแต่จะได้ค่า Buzz ที่ต่ำกว่าที่ควรจะได้เท่านั้น การออกสำรวจในช่วงหลัง จะไม่ได้มีแค่สาย Experts เท่านั้น แต่จะสามารถพาพนักงานทั่วไป พาคนทำความสะอาดไป และต้องฝึกสกิลให้กับเหล่าพนักงานด้วย เพราะบางที่ก็ต้องค้างคืน หรืออยู่กันยาว ๆ ไปคนเดียวไม่ได้ นอกจากนั้นยังสามารถให้เหล่าทีมสำรวจพกไอเทมไปช่วยเหลือได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าพยาบาลลดอาการบาดเจ็บ หรือใช้ไอเทมลดค่าใช้จ่ายในการออกสำรวจก็ทำได้ ด้วยความที่ตัวเกมซีรีส์ Two Point ก่อนหน้าก็ไม่ได้กินสเปคอะไรมาก จากสเปคที่ตัวเกมแนะนำ แค่การ์ดจอรุ่น 1070 ก็สามารถเล่นได้แล้วในขั้นแนะนำ หรือถ้าใครเคยเล่น Two Point ภาคเก่า ๆ มาก็สามารถเล่นได้ ส่วนของ Setting นั้น ตัวเกมแยกการตั้งค่าแบบละเอียด ๆ ได้ถึง 5 แบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษา การปรับ Auto-Save และ Subtitle ส่วนนี้สามารถปรับได้ตามใจชอบวยความที่เป็นเกมแบบบริหารจัดการ เรื่องสำคัญคือกาารหมุมมุมกล้อง เกมนี้เลยให้ความสำคัญกับเรื่องของการปรับมุมกล้องมาก เราตั้งค่าได้ละเอียดชนิดที่ว่าปรับความเร็วตอนหันมุมกล้อง ปรับแรงสั่นสะเทือน หรือปิดไปเลย หรือแม้กระทั่ง Invert Camera เลยก็ยังได้ ดังนั้นเรื่อง Performance ถือว่าสอบผ่านสบาย ๆ ใครชื่นชอบ เกมแนวบริหารจัดการ และอยู่กับซีรีส์ Two Point มาตั้งแต่ภาค Hospital นี่คืออีกหนึ่งเกมบริหารจัดการที่คุณไม่ควรพลาด




