รีวิว The Brutalist เดอะ บรูทัลลิสต์

The Brutalist เดอะ บรูทัลลิสต์

รีวิว The Brutalist เดอะ บรูทัลลิสต์ – มหากาพย์ดรามาผู้อพยพที่งดงามและทรงพลัง

หนึ่งในตัวเต็งเวทีออสการ์ 2025 ที่ถูกจับตามองมากที่สุดก็คือ The Brutalist เดอะ บรูทัลลิสต์ ภาพยนตร์ดรามาขนาดยาวกว่า 3 ชั่วโมง ที่เข้าชิงสูงถึง 10 สาขารางวัล และแต่ละสาขาก็สมศักดิ์ศรีด้วยคุณภาพที่ยากจะปฏิเสธ หนังเรื่องนี้คือการผสมผสานพล็อตว่าด้วยการสร้างเนื้อสร้างตัวของผู้อพยพเข้ากับการเล่าเรื่องเชิงศิลปะอันประณีต จนกลายเป็นผลงานที่ทั้งเข้มข้นและเปี่ยมอรรถรส เรื่องราวเริ่มขึ้นในปี 1947 เมื่อ ลาสโล ทอธ สถาปนิกผู้มีวิสัยทัศน์ และภรรยาของเขา เออร์เซเบต หลบหนีจากเงามืดของสงครามยุโรปเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอเมริกา พวกเขาก้าวเข้าสู่ยุคกำเนิดอเมริกาใหม่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย จนกระทั่งการมาถึงของลูกค้าผู้ลึกลับและมั่งคั่ง เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล ผลงานนี้กำกับและเขียนบทโดย แบรดี้ คอร์เบ็ต อดีตนักแสดงที่ผันตัวมาเป็นผู้สร้างหนังอย่างเต็มตัว ซึ่งที่ผ่านมาเขามักทำหนังนอกกระแส แต่ The Brutalist ถือเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่สุดในชีวิต ทั้งในด้านสเกลงานสร้างและความทะเยอทะยานทางศิลปะ เขาร่วมเขียนบทกับภรรยา โมนา ฟาสต์โวลด์ และสร้างโครงเรื่องแบบบทละครเวที แบ่งเป็นโหมโรง องก์ต่าง ๆ และบทส่งท้าย ทำให้เรื่องราวมีจังหวะขึ้นลงชัดเจน และใส่แก่นสารชีวิตตัวละครอย่างแน่นหนา

แม้ประเด็นผู้อพยพชาวยิวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จะไม่ใช่เรื่องใหม่ กลับเลือกเล่าผ่านมุมมองของชายผู้มีพรสวรรค์สูงแต่ต้องเริ่มต้นชีวิตในดินแดนแปลกหน้า พร้อมบาดแผลทั้งกายและใจ นี่จึงไม่ใช่เพียงหนังดรามาผู้อพยพ แต่เป็นการสำรวจความฝัน ความเจ็บปวด และศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ด้านภาพและโปรดักชันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่น ลอล ครอว์ลีย์ ผู้กำกับภาพคู่บุญของแบรดี้ กลับมาสร้างภาพที่ไหลลื่นและทรงพลัง การออกแบบฉากและเครื่องแต่งกายเต็มไปด้วยรสนิยม รายละเอียดเล็กน้อยถูกเก็บครบจนผู้ชมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศยุคสมัยอย่างแท้จริง ตั้งแต่เฟรมแรกจนถึงเครดิตปิด ส่วนการแสดงคือหัวใจสำคัญ เอเดรียน โบรดี้ กลับมาทำผลงานระดับท็อปในรอบกว่า 20 ปี บทนี้ราวกับถูกเขียนมาเพื่อเขา แม้จะมีโทนใกล้เคียงกับบทใน The Pianist ที่เคยพาเขาคว้าออสการ์ แต่ฝีมือที่ผ่านประสบการณ์ยาวนานทำให้การแสดงครั้งนี้มีมิติและพลังยิ่งขึ้น เขาสามารถพาหนังยาว 3 ชั่วโมงไปได้อย่างมั่นคงและน่าติดตาม

เฟลิซิตี้ โจนส์ แม้บทจะไม่ได้หวือหวา แต่มีช่วงให้เธอได้โชว์พลังดรามาระดับขนลุก และ กาย เพียร์ซ ก็เป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ ด้วยบทบาทที่อาจดีที่สุดในอาชีพการแสดงของเขา ถ่ายทอดความลึกลับและหักมุมอย่างน่าทึ่ง เมื่อรวมทุกองค์ประกอบ The Brutalist คือภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อเวทีรางวัลอย่างแท้จริง บทภาพยนตร์แข็งแรง มิติของตัวละครลึกซึ้ง โปรดักชันละเอียดประณีต และการแสดงจัดจ้านทุกระดับชั้น นี่คือหนึ่งในงานคุณภาพสูงสุดของปี และไม่เกินเลยที่จะบอกว่า หากคว้าออสการ์กลับบ้านหลายสาขา ก็ถือเป็นรางวัลที่สมควรอย่างยิ่ง

 

Scroll to Top