“The Batman 2” เตรียมพร้อมแล้ว! เล็งเปิดกล้องเริ่มถ่ายทำช่วงต้นปี 2026 หลังล่าช้ามานาน

The Batman 2

ในที่สุดข่าวดีเกี่ยวกับโครงการหนังภาคต่อ The Batman ของพระเอกหนุ่ม “โรเบิร์ต แพททินสัน” ก็มีอัปเดตใหม่ให้ได้ชื่นใจกันยิ่งขึ้น เพราะหลังจากที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสร้างและแผนงานค่อนข้างล่าช้ากว่ากำหนดเดิมไปพอสมควร ดูเหมือนว่า The Batman 2″ พร้อมแล้ว ที่จะใส่เกียร์เดินหน้าในการทำงานโปรดักชันถ่ายทำอย่างเป็นทางการ

Variety รายงานว่า วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ทำการปล่อยจดหมายสารพันข่าวแจ้งกับเหล่าผู้ลงทุนและพันธมิตรของสตูดิโอ ประกาศข่าวสำคัญเกี่ยวกับโครงการหนังภาคต่อ The Batman 2 ของผู้กำกับ “แมตต์ รีฟส์” ระบุว่าขณะนี้ได้นิมิตหมายอันดีที่หนังจะเดินเครื่องต่อ โดยพวกเขาคาดว่าจะได้เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำกันอย่างเป็นทางการ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2026 ที่จะถึงนี้ โรเบิร์ต แพททินสัน จะกลับมารับบทนำอีกครั้ง ท่ามกลางตารางงานที่ค่อนข้างแน่นเอียด

The Batman 2 1

The Batman 2 คือภาคต่อของหนังอัศวินรัตติกาลภาคเอกเขนกของดีซี ที่เคยออกฉายต้นฉบับเมื่อปี 2022 กวาดรายได้ทั่วโลกไปได้ 772 ล้านเหรียญ ท่ามกลางการฉายในระหว่างสถานการณ์โควิด-19 กำลังคลี่คลายลง วอร์เนอร์ได้ทำการประกาศสร้างภาคต่อแทบจะในทันที แต่โครงการก็พัฒนาไปอย่างช้า ๆ และติดขัดเล็กน้อย จากเดิมมีแผนจะฉายช่วงปลายปี 2026 ก็ต้องขยับไปเป็น 1 ตุลาคม 2027 วันฉายของหนังในปัจจุบันและเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แมตต์ รีฟส์ ก็เพิ่งประกาศอย่างเป็นทางการว่า บทหนัง The Batman 2 ได้เสร็จสิ้นพร้อมถ่ายทำแล้ว และถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมีช่องว่าระหว่างภาคเกิดขึ้นถึง 5 ปีเต็ม แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ได้เป็นปัญหาใด ๆ เพราะทุกงานสร้างย่อมมีรายละเอียดที่ต้องรังสรรค์และเก็บข้อมูลอย่างพิถีพิถันในทางที่ดีอยู่แล้ว

สิ่งที่คาดหวัง: ปริศนาใหม่และความท้าทายที่หนักหน่วงขึ้น

สิ่งที่ทำให้ The Batman โดดเด่นคือการนำเสนอตัวละคร Bruce Wayne ในช่วงปีที่สองของการเป็นแบทแมน ทำให้เราได้เห็นการต่อสู้ที่ยังไม่สมบูรณ์แบบและเต็มไปด้วยความผิดพลาด ภาคต่อนี้จึงมีแนวโน้มที่จะสานต่อการเติบโตของเขา พร้อมกับนำเสนอภัยคุกคามที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม

  • วายร้ายใหม่: แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่มีข่าวลือหนาหูว่า Clayface และ Professor Pyg อาจจะเป็นวายร้ายหลักในภาคนี้ ซึ่งถ้าเป็นจริง นี่จะเป็นการนำเสนอตัวละครที่ไม่เคยเห็นบนจอใหญ่มาก่อน และจะเปิดโอกาสให้ผู้กำกับ Matt Reeves สร้างสรรค์เรื่องราวที่น่าสนใจยิ่งขึ้น
  • การสานต่อเรื่องราว: ในฉากสุดท้ายของภาคแรก เราได้เห็น The Joker (รับบทโดย Barry Keoghan) ปรากฏตัวใน Arkham Asylum แม้จะยังไม่ถูกวางตัวเป็นวายร้ายหลักในภาคนี้ แต่บทบาทของเขาจะต้องส่งผลกระทบต่อเรื่องราวอย่างแน่นอน
  • โทนเรื่องที่เข้มข้นกว่าเดิม: Matt Reeves เคยเปรียบเทียบภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็น “horror movie” (ภาพยนตร์สยองขวัญ) สำหรับตัวละครอย่าง Bruce Wayne ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเราจะได้เห็นการสำรวจด้านมืดของ Gotham และตัวละครต่าง ๆ ที่ลึกซึ้งและน่ากลัวยิ่งขึ้น

 

 

Scroll to Top