รีวิวหนัง Alexander and the Terrible, Horrible, No Good, Very Bad Road Trip – วายป่วงแบบละติน ที่ยังมีหัวใจครอบครัวเป็นศูนย์กลาง
หากคุณยังจำชื่อหนังที่ยาวเหยียดชวนขำปนงุนงงจากเมื่อสิบปีก่อนได้ล่ะก็ คุณกำลังจะได้สัมผัสกับเวอร์ชันใหม่ที่ไม่ใช่แค่ชื่อยาวขึ้น แต่ยังยกเครื่องความวายป่วงระดับครอบครัวกลับมาอีกครั้งใน Alexander and the Terrible Horrible No Good Very Bad Road Trip ที่คราวนี้มาพร้อมกลิ่นอายความเป็นละตินเข้มข้น เติมสีสันให้กับสูตรหนังตลกครอบครัวที่เราคุ้นเคย
เรื่องราวของ อเล็กซานเดอร์ การ์เซีย เด็กชายที่เชื่อว่าตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นแม่เหล็กดูดความซวย เมื่อครอบครัวของเขาตัดสินใจออกเดินทางโร้ดทริปจากอเมริกาสู่เม็กซิโกเพื่อพักผ่อนในวิลลาหรู แต่แน่นอนว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร ตั้งแต่เรื่องเหนือธรรมชาติไปจนถึงเหตุการณ์ชวนวุ่น ทำให้อเล็กซานเดอร์สงสัยว่า รูปปั้นโบราณของตระกูลที่ถูกพกมาด้วยอาจมีคำสาปซ่อนอยู่… และการผจญภัยแบบเจ็บตัวจึงเริ่มต้นขึ้น ผลงานการกำกับหนังยาวเรื่องแรกของ มาร์วิน เลมัส ผู้มีเครดิตจากซีรีส์อินดี้หลายเรื่อง เขาเลือกจับมือกับ แมตต์ โลเปซ นักเขียนบทที่ดัดแปลงวรรณกรรมเด็กเล่มดังของ จูดิธ เวียร์สต์ โดยใส่กลิ่นอายละตินอเมริกาเข้าไปให้แตกต่างจากฉบับปี 2014 ทั้งในแง่วัฒนธรรม ภาษา และการตีความความโชคร้ายในแบบ “อบอุ่นป่วน ๆ”
ถึงแม้สูตรเรื่องจะยังเหมือนเดิม ทั้งมุกเจ็บตัว มุกโชคร้าย มุกครอบครัวไม่เข้าใจกัน (แต่รักกัน) ก็ยังคงเป็นแกนหลักของหนัง แต่วิธีการเล่าเรื่องและพลังของนักแสดงก็ช่วยพยุงความสนุกให้เดินหน้าไปได้อย่างมีสีสัน แม้จะเดาทางง่าย แต่ก็ยังมีโมเมนต์ขำแบบยิ้มมุมปากให้ได้พอเพลิน อีวา ลองโกเรีย กลับมารับบทแม่สุดป่วนได้อย่างลงตัว การแสดงของเธอแม่นยำและเป็นหัวใจของความวุ่นวายในเรื่อง ขณะที่ เจสซี การ์เซีย, ชีส มาริน, และ พอลลินา ชาเวส ช่วยเสริมความอบอุ่นแบบละตินอเมริกันได้ดี ด้าน ธอม เนเมอร์ เด็กชายผู้รับบทนำ แม้ยังต้องเรียนรู้เรื่องการแสดงอยู่บ้าง แต่ก็มีความขี้เล่นและเสน่ห์เพียงพอที่จะทำให้คนดูเอาใจช่วย
จุดแข็งของหนังอยู่ที่ “พลังบวก” แม้ว่าทุกอย่างจะดูแย่ลงเรื่อย ๆ ระหว่างทาง แต่ตัวหนังยังคงสอดแทรกสารแบบฟีลกู้ด ทั้งเรื่องความผูกพันในครอบครัว การให้อภัย และการยอมรับกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์วุ่นแค่ไหน อาจไม่ใช่หนังที่พลิกเกมของหนังครอบครัว แต่ก็ยังเป็นความบันเทิงเบา ๆ ที่พาเราหลุดจากความเครียดในชีวิตจริงได้สักพักหนึ่ง แม้ไม่ถึงขั้นต้องกลับมาดูซ้ำ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งโร้ดทริปที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงหัวเราะและความรักในครอบครัวอย่างน่าชื่นใจ




