รีวิวเกม  Lost in the Backrooms 

Lost in the Backrooms เป็นเกม แนวสยองขวัญอินดี้ สั้นกระชับที่ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 20 นาทีก็น่าจะเล่นจบเนื้อเรื่องโดยสมบูรณ์ได้ ในแง่ของเกมเพลย์ตัวเกมไม่มีอีเวนต์หรือการแก้ไขปริศนาให้ผู้เล่นทำ เพราะมุ่งเน้นการเดินสำรวจไปยังห้องต่างๆ เพื่อหาทางไปต่อ ซึ่งการเดินในเกมนี้บอกเลยคุณไม่จำเป็นต้องจดจำเส้นทาง เพราะต่อให้เราเดินไปเรื่อยๆ กลไกประตูของ Backrooms จะพาเราไปยังจุดที่ควรไปเอง เมื่อเราเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งได้ยินเสียง คลื่นรบกวน  แทรกขึ้นมาให้มองหาห้องโทนสีแดงที่มีโต๊ะตั้งอยู่จะพบม้วนเทปปริศนาถูกว่างอย่างจงใจ ให้ทำการกดฟังเทปจนจบก็จะช่วยให้เราทราบเรื่องราวความเป็นมาของสถานที่แห่งนี้มากยิ่งขึ้น และในขณะเดียวกันมันก็เป็นการ Trigger ให้เรื่องราวของเกมไหลไปต่อได้ด้วย แน่นอนว่าเกมนี้ไม่มีระบบเซฟหรือจุด Checkpoint ถ้าหากคุณเล่นไปนานๆ แล้วรู้สึกท้ออยากจะปิดเกมไปนอนพักแล้วกลับมาเล่น ขอบอกเลยว่าคุณต้องเล่นใหม่ทั้งหมดตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นควรหาเวลาว่างๆ ในช่วงที่สมองผ่อนคลายในการเล่นจนจบในรอบเดียว Lost in the Backrooms เป็นเกมอินดี้น้ำดีที่ควรหามาเล่นสักครั้ง แต่ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ได้เหมาะสำหรับนักเล่นเกมทุกคน ! ก่อนอื่นเรามาดูข้อดีที่ทำให้ชื่นชอบก็ไล่ตั้งแต่งานกราฟิกที่ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นการออกแบบผสมผสานภาพสามมิติแบบพิกเซลนัวร์ที่มีคลื่นรบกวนบางๆ กับห้องและทางเดินแคบๆ โทนสีเหลืองที่มองไปนานๆ แล้วรู้สึกอึดอัดชอบกล

นอกจากนี้เรื่องเสียงประกอบของเกมนี้ค่อนข้างน่าพูดถึง เพราะเขารู้ว่าจังหวะไหนควรปล่อยเงียบ จังหวะไหนควรใส่เสียงประกอบมาบีบคั้นผู้เล่นซึ่งถือว่าลงตัวมากๆ โดยเฉพาะในช่วงแรกหลังฟังเสียงเทปจบที่จะมีเสียงเพลงแนว Sci-Fi  Horror บรรเลงขึ้นมันทำให้อินสุดๆ มันทำให้บรรยากาศของเกมดูลึกลับมากขึ้นไปอีก ทำให้นึกย้อนถึงหนังโปรดเรื่อง  ลูกบาศก์มรณะ 1997  ที่เป็นเรื่องราวของการติดอยู่ในสถานที่ปิดเหมือนกันอีกอย่างจังหวะเสียงการเดินของตัวละครทำมาได้ดีมากๆ ไม่ได้รู้สึกรำคาญแต่อย่างใดเพราะจังหวะเดินกับวิ่งความถี่เสียงจะต่างกัน ดูสมจริงเมื่อเทียบกับเกมอินดี้หลายเกมที่มักจะพลาดในจุดเล็กน้อยนี้ เห็นได้ชัดถึงความใส่ใจรายละเอียดของผู้พัฒนา และเพื่อให้คุณผู้อ่านที่สนใจได้สัมผัสบรรยากาศความหลอนระทึกแบบเต็มรูปแบบ เพราะฉะนั้นจึงขอแนะนำให้ใส่หูฟังและปิดไฟเล่นส่วนลูกเล่นเส้นทางมีความซับซ้อนก็ดูน่าสนใจ เพราะไม่จำเป็นจะต้องจดจำเส้นทางให้ปวดหัว แต่ถ้าหากคุณเริ่มชินก็จะสามารถจับทางได้ว่าควรเดินไปทางไหนถึงจะผ่านไปเจอเป้าหมายไวที่สุด ยิ่งเล่นนานไปสภาพของห้องจะเริ่มเปลี่ยน ความไม่ไว้ใจเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเลย

 และอีกอย่างที่จะไม่พูดไม่ได้คือเพื่อนร่วมทางของเราที่เป็นชายปริศนาที่เล่าเรื่องผ่านเทปที่เราเก็บตามฉาก  เขาคือตัวดำเนินเนื้อเรื่องเดียวที่ทำให้เราเข้าใจสถานการณ์ แต่หากจะให้กล่าวถึงข้อเสียของเกม Lost in the Backrooms ที่รู้สึกขัดใจเล็กน้อยก็คงจะเป็นเกมเพลย์การเดินที่บางช่วงพอเล่นไปนานเข้าจะรู้สึกมึนๆ เพราะเน้นไปที่การเดินวนไปมาในเขาวงกตโดยไม่มีอีเวนต์มากระตุ้นความตื่นตัวเลย มันจึงทำให้แอบรู้สึกเบื่อในบางช่วงเหมือนกัน แถมยิ่งพอเล่นไปนานๆ เกิดอาการตาลายจนต้องหยุดพักแปปนึง ( มันจึงไม่เหมาะกับคนที่มีอาการ Motion Sickness หรือคนที่ไม่ชอบสถานที่แคบๆ ) ประกอบกับบทสรุปตอนจบที่แอบเสียดายเล็กน้อยว่ามันจะไปสุดกว่านี้และมีทางเลือกมากกว่านี้หน่อย แต่จบแบบที่ตัวเกมนำเสนอก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไรนะ สรุปภาพรวมหลงรักเกมนี้มากครับ เพราะติดใจในบรรยากาศหลอนๆ ของเกมสไตล์นี้เข้าเสียเเล้ว และก็ภูมิใจอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านลองดาวน์โหลดมาเล่นดูเพื่อสนับสนุนผู้พัฒนา รับประกันความสนุกคุ้มค่าแน่นอน

Scroll to Top