รีวิวเกม Tunic

Tunic

รีวิวเกม Tunic อินดี้ที่หยิบกลิ่นอาย Zelda มาผสมความท้าทายยุคใหม่

หากพูดถึงซีรีส์เกมในตำนานอย่าง Zelda หลายคนต้องนึกถึงภาพการผจญภัยในโลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยปริศนาและการต่อสู้สุดคลาสสิก ซึ่งเป็นต้นแบบให้กับเกมแนว Action Adventure มากมายในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ยุคเครื่องแฟมิคอมจนถึงยุค Switch ในปัจจุบัน แน่นอนว่ามีค่ายเกมทั้งใหญ่และเล็กพยายามสร้างเกมแนวเดียวกันออกมามากมาย แต่ไม่ใช่ทุกเกมจะสร้างความประทับใจได้เท่า Zelda

ล่าสุดวงการเกมอินดี้ต้องจับตากับผลงานของค่ายเล็กที่ชื่อว่า Tunic เกมแอ็กชัน 2 มิติมุมมองด้านบนจากมุมเฉียง ที่เปิดตัวมาอย่างเงียบ ๆ แต่กลับสร้างความฮือฮาด้วยคุณภาพที่เกินคาด ได้รับทั้งเสียงชมและรางวัลมากมาย แม้ตัวเกมจะได้รับแรงบันดาลใจจาก Zelda อย่างเห็นได้ชัด ตัวเอกหมาจิ้งจอกใส่ชุดเขียวคล้าย Link จนอดเปรียบเทียบไม่ได้ แต่สิ่งที่ Tunic ทำได้ดีคือการนำกลิ่นอายคลาสสิกของเกมยุคเก่ามาผสมกับความยากแบบโหด ๆ สไตล์ Dark Souls จนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

เรื่องราวและบรรยากาศลึกลับ

ใน Tunic ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นหมาจิ้งจอกน้อยที่ไม่มีชื่อ ออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับตำนานสุสานและหาทางปลดปล่อยวิญญาณฮีโร่ที่ถูกลืมผ่านการรวบรวมกุญแจทั้ง 3 ดอก แม้เกมจะใช้กราฟิกสดใส แต่งานเล่าเรื่องกลับค่อนข้างมืดมน มีปริศนาแอบแฝงเต็มไปหมด จุดที่แตกต่างคือภาษาในเกมเป็นภาษาเฉพาะ ไม่ใช่ภาษามนุษย์ ทำให้ผู้เล่นต้องตีความและสำรวจด้วยตัวเอง เพิ่มความลึกลับและความท้าทายขึ้นอีกระดับ

กราฟิกและเสียงประกอบสไตล์อินดี้คุณภาพ

แม้จะเป็นเกมอินดี้ Tunic กลับทำกราฟิกได้โดดเด่น มุมกล้องแบบ 2 มิติจากมุมเฉียงที่ดูคลาสสิก ผสมกับกราฟิก 3 มิติที่คมชัดและออกแบบโลกในเกมอย่างสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ หญ้า หรือวัตถุต่าง ๆ ที่ดูเป็นรูปทรงเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ ฉากบางส่วนมีแสงเงาสวยงามราวกับงานศิลปะ ตัวละครหลักหมาจิ้งจอกเองก็มีความน่ารักและเอกลักษณ์โดดเด่น

ด้านเสียงประกอบถือว่าทำได้ดี แม้เพลงบางส่วนจะเน้นความสงบ อาจชวนง่วงบ้างในบางจังหวะ แต่ก็เหมาะกับบรรยากาศของเกม ถ้าใครชอบเพลงเพราะ ๆ สไตล์เกมยุค 90s หรือแนว Chrono Trigger จะชื่นชอบแน่นอน เสียดายที่ไม่มีเสียงพากย์แต่ก็ไม่ได้ทำให้บรรยากาศขาดอรรถรสแต่อย่างใด

เกมเพลย์เน้นสำรวจและแก้ปริศนา

รูปแบบการเล่นได้รับแรงบันดาลใจจาก Zelda อย่างชัดเจน ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกกว้างเพียงแผนที่เดียว ที่ซ่อนปริศนาและเส้นทางลับไว้มากมาย ทั้งถ้ำ ดันเจี้ยน หรือพื้นที่ปริศนาต่าง ๆ โดยผู้เล่นต้องค้นหาไอเทมลับ ๆ คอยเปิดเส้นทางใหม่ ๆ อยู่เสมอ แม้จะไม่ได้มีระบบแก้ปริศนาละเอียดเท่า Zelda แต่ก็มีอะไรให้ค้นหาเพียบ

การต่อสู้มาแบบง่าย ๆ ใช้อาวุธระยะประชิดอย่างดาบ โจมตีต่อเนื่องทำคอมโบได้ พร้อมกับระบบกลิ้งตัวหลบการโจมตีและระบบสวนกลับ ต้องกะจังหวะดี ๆ เพราะมีค่าพลังความอึดจำกัด นอกจากนี้ยังมีระบบล็อกเป้า เลือกโจมตีศัตรูหลายตัวได้ง่ายขึ้น และมีอาวุธเสริมเช่นระเบิด ไอเทมพิเศษที่ใช้เปิดทางหรือโจมตีศัตรู

ความท้าทายสไตล์ Dark Souls เบา ๆ

ไม่ใช่เกมที่เหมาะกับผู้เล่นมือใหม่เสียทีเดียว เพราะศัตรูในเกมมีความหลากหลายและดุดัน ทั้งศัตรูระยะไกลและระยะประชิด เข้ามารุมโจมตีทันทีที่เห็น และบอสแต่ละตัวก็โหดใช้ได้ ต้องตายซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงจะจับจังหวะและผ่านไปได้ แต่หากพลาดตายก็เสียแค่เงินเล็กน้อยเท่านั้น ถือเป็นความยากที่เหมาะกับสายเกมเมอร์ที่ชอบความท้าทายแต่ไม่ถึงกับทรมานเหมือน Dark Souls

สรุป

เกมอินดี้ที่นำเสน่ห์จาก Zelda ยุคเก่ามาผสมความยากยุคใหม่ได้ลงตัว มีความสนุกทั้งด้านสำรวจ ฉากแอ็กชัน และบรรยากาศลึกลับเหมือนการผจญภัยที่ไม่มีใครชี้ทาง เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบความท้าทายและรักเกมแอ็กชันแนวผจญภัย ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่ไม่ควรพลาดในปีนี้

Scroll to Top