รีวิวหนัง Bangkok Breaking ฝ่านรกเมืองเทวดา

Bangkok Breaking ฝ่านรกเมืองเทวดา ออริจินัลซีรีส์ไทยผลงานการกำกับและเขียนบทโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ และได้นักเขียนซีไรต์อย่าง ปราบดา หยุ่น มาทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างและช่วยเขียนบท จนได้เป็นซีรีส์แอ็กชันทริลเลอร์ความยาว 6 ตอนที่มีธีมในการแฉด้านมืดของเมืองฟ้าอมร จนมาถึงปีนี้ Netflix ก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการหยิบเอาธีมนี้มาขยายในรูปแบบหนัง Spin-Off ความยาว 2 ชั่วโมงครึ่งที่ยังคงใช้ชื่อ Bangkok Breaking แต่เปลี่ยนชื่อไทยเป็น ‘ฝ่านรกเมืองเทวดา’ โดยมีตัวละคร นายวันชัย ไพรสูง ไอ้หนุ่มผู้มีศรัทธาในการช่วยเหลือมนุษย์ ที่รับบทโดยพี่เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ กลับมาเดินเครื่องฝ่านรกพร้อมกับตัวละครและเรื่องราวใหม่เอี่ยม เรี่องราวของ Bangkok Breaking ฝ่านรกเมืองเทวดา เล่าเรื่องราวของ วันชัย  เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์จลาจลในม็อบผู้ชุมนุมของชาวเคหะชุมชนรวมใจ ที่ต่อต้านการขับไล่ที่เพื่อนำพื้นที่ไปสร้างอภิมหาโปรเจกต์เมืองสวรรค์ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นกลับทำให้เขาถูกพักงานอย่างไม่มีกำหนด วันชัยจึงหันมาทำอาชีพไรเดอร์ส่งอาหาร แต่แล้ววันหนึ่ง ในระหว่างที่เขาเดินทางไปส่งชานมไข่มุกให้กับ เมจิ พยาบาลฝึกหัด ทั้งคู่กลับต้องเข้าไปพัวพันในเหตุการณ์การลักพาตัว ดวงกมล (ณัฐธยาน์ องค์ศรีตระกูล) ลูกสาวเจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์

หน่วยกู้ภัยที่มีภารกิจแอบแฝง วันชัยจึงต้องหาทางช่วยเหลือดวงกมลและเอาชีวิตรอดออกไปจากนรกแห่งนี้ให้ได้สำหรับคนที่กังวลว่าจะต้องดู ‘มหานครเมืองลวง’ มาก่อนหรือไม่ คำตอบสำหรับผู้เขียนก็คือไม่จำเป็นเลยครับ เพราะนอกจากตัวละครวันชัย (และตัวละครบางตัวจากซีรีส์ที่กลับมาด้วย) รวมทั้งการสอดแทรก Easter Egg จากฉบับซีรีส์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้มีอะไรเชื่อมโยงกันในเชิงเนื้อเรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นจะดูอันไหนก่อนหลังก็ได้ ซึ่งความที่มันอยู่ในฟอร์แมตภาพยนตร์ มันก็ได้เปรียบตรงที่แม้ว่าจะแอบมีตัวละครโผล่มาเยอะแยะพัลวันไปบ้าง แต่ตัวหนังก็ลากเข้าสถานการณ์แอ็กชันระห่ำเต็มสูบแบบไม่ต้องให้รอนาน แถมยังเป็นแอ็กชันแนวไล่ล่าที่ชวนให้นึกถึงหนัง แอ็กชันไทย  ยุครุ่งเรืองแถว ๆ ต้นปี 2000 ที่ต้องมีซีนไล่ล่าบนถนนเป็นไฮไลต์สำคัญสิ่งที่ยังพอเห็นถึงความพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัยก็คงเป็นเรื่องของการครีเอต วางพล็อต และสร้างสถานการณ์ที่ใหญ่ขึ้น พูดประเด็นและธีมที่ลึกขึ้น ในขณะเดียวกันก็แทรกซีนแอ็กชันสนุก ๆ เอาไว้ท่ามกลางสถานการณ์ตึง ๆ และดราม่าหน่วง ๆ แต่ดันมีแอบหยอดมุกตลกจังหวะนรกนิดหน่อย ซีนที่ขายของตัวซีรีส์มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นซีนการไล่ล่าบนรถพยาบาลที่มีจังหวะลองเทกมัน ๆ ที่เกิดจากงานสตันท์จริง ๆ 

ในอีกแง่หนึ่ง ชุมชนที่เป็นเมืองจำลองนี้ก็เป็นตัวแทนของดิสโทเปียที่โอบอุ้มความเสื่อมทรามทั้งหลาย ทั้งความสกปรก หิวโหย เอารัดเอาเปรียบ อิทธิพล และอาชญากรรม เป็นภาพที่ Contrast กับใจกลางตึกรามบ้านช่องอันแสนศิวิไลซ์ที่น่าสนใจไม่น้อยแม้เส้นเรื่องหลัก ๆ Bangkok Breaking ฝ่านรกเมืองเทวดา ตลอดความยาวหนังจะเป็นเรื่องของการผจญภัยออกแนวหนีเสือปะจรเข้ของบรรดาคนธรรมดาที่ต้องเข้ามาเผชิญชะตากรรมหลังตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกใช้เป็นบังเกอร์ และค่อย ๆ บังคับให้พวกเขากลายเป็นกึ่ง ๆ ฮีโรจำเป็นที่ต้องเอาตัวรอดจากอันตรายที่ตัวหนังระดมใส่สถานการณ์เดือด ๆ เข้าไปเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งเรื่อง ในขณะที่ตัวหนังก็ค่อย ๆ คลี่คลายให้เห็นการเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่โยงใยสถานการณ์เข้าด้วยกันจนเห็นภาพ อย่างที่ฝรั่งใช้คำว่า Dog Eat Dog ที่หมายถึงสถานการณ์ที่ผู้มีอิทธิพล และกลุ่มคนอันชั่วร้าย (ทั้งที่เปิดเผยและแอบแฝง) ใช้ประชาชนตาดำ ๆ เป็นเครื่องมือในการเอารัดเอาเปรียบ และบีบให้ต่อสู้กันเองเพื่อผลประโยชน์เพียงหยิบมือ ราวกับหมาใหญ่ที่กำลังไล่งับหมาเล็กต่อกันไปเป็นทอด ๆ ก่อนที่หมาเล็ก ๆ เหล่านั้นจะถูกทิ้งขว้างเมื่อหมดประโยชน์

 

Scroll to Top