รีวิวหนัง ไรเดอร์ Rider

หนัง ไรเดอร์ Rider เป็นคิวของหนังเบอร์ใหญ่ที่สุดในปีนี้ของค่ายใบโพธิ์ ที่ได้ทำการส่ง ไรเดอร์ Rider คอนเทนท์ล่าสุดที่หวังจะมาทำหน้าที่ดับล้างอาถรรพ์หนังสยองขวัญขายเสียงหัวเราะ ที่ช่วงนี้กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตต่อเนื่องที่คนดูเริ่มเบื่อหน่ายแนวนี้กันแล้ว พร้อมกับจับเอาพระเอกตัวท็อปของค่ายตลอด มาริโอ้ เมาเร่อ มารับหน้าที่นำทัพแก๊งไรเดอร์กับเป็นหนุ่มหลงรักดวงวิญญาณอีกหน ความบันเทิงแบบนี้มันจะออกมาบันเทิงสักแค่ไหนกันเรื่องราวของแก๊งไรเดอร์เพื่อนซี้ อย่าง นัท ไรเดอร์หนุ่มหล่อที่ยืนหนึ่งเรื่องเห็นผี เสือยอด ไรเดอร์นักไลฟ์ และ น้าไก่ ไรเดอร์สายมูสุดขลังที่พร้อมให้บริการเดลิเวอรีทุกที่ ทุกเวลา แต่พอตกดึกทีไรพวกเขามักจะเจอออเดอร์พิเศษชวนเหวอที่ต้องโดนวัดใจกับปักหมุดโลเคชันเฮี้ยน ๆ อยู่เสมอ จนเมื่อนัทได้รู้จักกับ พาย สาวเซอร์แสนสวยที่ร้านซ่อมโทรศัพท์มือถือของเธอ งานนี้ไรเดอร์สุดหล่อเลยตามส่งขนมจีบไม่มีพักแต่ยังไม่ทันได้อินเลิฟจริงจัง พายก็ดันมาหายตัวไปอย่างเป็นปริศนา ทำให้สามหนุ่มไรเดอร์ต้องช่วยกันออกตามหา แต่เรื่องมันไม่ง่ายอย่างใจคิด เมื่อยิ่งตามติดก็ยิ่งต้องเข้าไปพัวพันกับบรรดาผีๆ ให้หวีดกันไม่หยุด แล้วแบบนี้จะทำไงดี ผีก็ต้องหนี แต่สาวในฝันก็อยากเจอ เตรียมตัวรับความบันเทิงกับภารกิจสู้ผี ตะลุยวิญญาณ งานนี้เพื่อเธอกันได้เลย นี่คือผลงานใหม่ของผู้กำกับที่ผ่านงานสร้างหนังไทยมาหลายเรื่องหลายแนว อย่าง กังฟู-นิติวัฒน์ ชลวณิชสิริ ที่ยุคก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างมือขึ้นได้ดีกับการงานหนังผีโดยเฉพาะ เมื่อกลับมาในหนนี้ก็ละเลงใส่คอนเทนท์แนวถนัดของตัวเองแบบไม่ยั้ง พ่วงด้วยจังหวะและลีลาคารมขบขันเข้าไปในเนื้อหาด้วย 

กลายออกมาเป็น หนังผี ชวนฮา พร้อมกับปนกลิ่นอายความรักให้ชื่นใจเบา ๆ เป็นการหยิบจับเอาสูตรความสำเร็จของหนังไทยมาใช้ได้อย่างเพลินมือแต่ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ไรเดอร์ กลายเป็นความบันเทิงที่ยังหาความบันเทิงแบบสุด ๆ ไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่ แม้ว่าเราจะกำลังโบกมือลาปี 2567 ไปแล้ว แต่คอนเทนท์หนังเรื่องนี้กลับมาตอกย้ำและดึงคนดูให้กลับไปราวกับกำลังหนังดูหนังไทยประเภทนี้เมื่อสัก 10-15 ปีก่อน แม้ว่าหนังจะเลือกหยิบสูตรสำเร็จมาใช้ได้ดี แต่กลับลืมที่จะนำมาพัฒนาและปรับปรุงให้เอี่ยมอ่องยิ่งขึ้น สุดท้ายกลายเป็นว่าไอเดียคอนเซ็ปต์ดี ๆ ต้องมาจอดนิ่งเพราะการขาดความไม่พัฒนาในหลายองค์ประกอบของหนังจุดที่หนักหน่วงสุด ๆ ก็คือบทหนัง กลายเป็นจุดอ่อนอย่างเด่นชัด เพราะกลายเป็นว่าหนังความยาวประมาณร้อยนาทีเรื่องนี้แทบหาแก่นสารใด ๆ ไม่เจอ ถึงจะมีการอ้างอิงว่าเป็นหนังที่หยิบคอนเซ็ปต์จากหนัง เทอมสองสยองขวัญ ตอน ตึกวิทย์เก่า มาขยายเรื่องราวออกมา แต่น่าผิดหวังที่หนังเรื่องนี้ไม่สามารถดึงเอาเสน่ห์ที่ต้นฉบับเคยทำเอาไว้มาใช้ได้อย่างเป็นประโยชน์เลยสักทางเดียว กลับกลายเป็นเพียงหนังชายแท้วิ่งหนีไปมา จับต้นชนปลายแบบมั่ว ๆ ไร้ทิศทางไปหมด

ขอสารภาพว่านี่คือหนังที่ระหว่างนั่งดูก็มีความคิดที่อยากจะลุกหนีออกจากโรงหนัง หลังจากผ่านพ้นไปเกือบ ๆ 30 นาทีแรก แต่ก็อดทนถลึงตาดูต่อ พร้อมกับต่อสู้กับอาการหาวหวอดทุก ๆ 5 นาที ทั้งที่คอนเทนท์ตรงหน้ากำลังยิงมุกเล่นกับผีอยู่ แต่กลับไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมใด ๆ ได้อีกแล้ว เมื่อบทหนังที่แทบจะไม่มีอะไรเลย ก็กระทบมาถึงจังหวะการเล่าเรื่องของหนัง ที่สะเปะสะปะไปหมด ถึงจะร้อยเรียงลำดับไทม์ไลน์ได้เข้าใจ แต่หนังยังเต็มไปด้วยรอยต่อใหญ่ ๆ มากมาย ที่ขุดทิ้งไว้และเดินหนีคนดูไปดื้อ ๆนั่นจึงทำให้องค์ประกอบอื่น ๆ ของไรเดอร์ยังต้องเผชิญหน้ากับปัญหาบกพร่องตามมาอีกกระบุง โดยเฉพาะเทคนิคการตัดต่อหนัง ที่ดูเหมือนจะไหลลื่นได้ดี แต่กลับพบว่าการตัดต่อไร้ความละมุนละไมไป ออกมาเป็นเพียงงานหยาบ ๆ ในจังหวะที่พยายามใส่นู้นนี่เข้ามาเยอะไปหมด แต่คล้ายกับว่ามองหาทางลงไม่เจอ มันก็เลยออกมาในลักษณะหนังผีตลกที่ไปเรื่อย ไปทีละเรื่อย ๆ เกือบจะหาจังหวะแลนดิ้งให้กับตัวเองไม่เจอทางด้านพาร์ทการแสดงที่ค่อนข้างแอบคาดหวังหน่อย ๆ ว่าจะมาช่วยกอบกู้สถานการณ์หนังเรื่องนี้ได้ แต่กลายเป็นว่าพลิกล็อก เพราะเอาเข้าจริง ๆ บทบาทที่โดดเด่นสุด ๆ ของเรื่องนี้กลายเป็น เซียนหรั่ง ภูวเนตร ที่จังหวะและไทม์มิ่งต่าง ๆ ทรงเสริมเข้าไปหมด ทำเอาพระเอกของเขา มาริโอ้ เมาเร่อ แทบจะกลายเป็นลิ่วล้อ ที่แบกรับบทที่ไม่มีมิติและไม่มีเสน่ห์ใด ๆ เลย ขณะที่ อาร์ต มารุต ก็เสริมเข้ามาเป็นตัวเบรกตัวช็อตฟีล ต่อบทต่อมุกอะไรไม่ได้ก็ช็อตใส่

 

Scroll to Top