รีวิวหนัง ซองแดงแต่งผี The Red Envolope 

        เป็นหนังไทยที่ถูกเฝ้าจับตามองสุด ๆ ในช่วงต้นปีนี้ สำหรับการหยิบเอาหนังไต้หวันที่ฮิตระเบิดระเบ้อทั่วเอเชียมาปัดฝุ่นรีเมคสร้างใหม่เป็นฉบับหนังไทย กลายออกมาเป็น ซองแดงแต่งผี The Red Envolope การันตีด้วยงานสร้างจากค่ายหนังอารมณ์ดีอันดับต้น ๆ ของไทย อย่าง จีดีเอช ที่มาพร้อมกับแพ็คเกจเซอร์วิสสุดใจจึ้งของเหล่าสาววายกับการดึงคู่จิ้นคู่ในตำนานมาประกบคู่บนจอใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อ เม่น โจรกระจอกที่ผันตัวมาเป็นสายตำรวจ เผลอไปหยิบซองแดงปริศนา และพบว่ามันคือพิธีกรรมความเชื่อเก่าแก่ที่ทำให้เขาต้องแต่งงานกับศพ ไม่เช่นนั้นเขาจะซวยไปตลอดชีวิต แต่ที่ทำให้ชายแท้อย่างเม่นต้องเหวอสุดขีดก็คือ ศพที่เขาต้องแต่งด้วยดันเป็นผู้ชายด้วยกัน! และนั่นทำให้เขาได้เจอกับ ตี่ตี๋ วิญญาณเกย์หนุ่มสุดคิวท์ ที่ยังไม่ยอมไปเกิดเพราะยังมีเรื่องค้างคาใจ เม่นต้องช่วยตามสืบอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตตี่ตี๋ โดยหวังจะทำให้ตี่ตี๋ไปสู่สุคติและออกไปจากชีวิตเขาซะที ยิ่งไปกว่านั้น เบาะแสทั้งหมดที่เม่นพบกลับกลายเป็นว่านี่อาจไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา แต่มันโยงใยไปสู่แก๊งค้ายาที่เขา และ เจ๊ก๊อย ตำรวจสาวรุ่นพี่ที่เม่นแอบชอบกำลังตามสืบอยู่ด้วย งานนี้ เม่นจึงหวังจะปิดคดีเพื่อที่เขาจะได้ทั้งหน้าที่การงาน ความรัก และช่วยให้ตี่ตี๋ไปเกิดเสียที

        หมู-ชยนพ บุญประกอบ ผู้กำกับหนังคู่บุญของจีดีเอช (จาก Friend Zone ระวัง..สิ้นสุดทางเพื่อน) มานั่งเก้าอี้รับหน้าที่ดูแลงานสร้าง พร้อมกับร่วมเป็นหนึ่งในทีมดัดแปลงเขียนบทหนังที่เอาต้นฉบับหนังไต้หวัน Marry My Dead Body มาละเลงใหม่ กลายเป็นหนังไทยที่เต็มไปด้วยอรรถรสหรรษาที่เข้ามือกับรสชาติทางวัฒนธรรมและความหลากหลายทางเพศที่เป็นจุดเด่นของเมืองไทยเป็นอย่างดีเอาจริง ๆ บทหนังต้นฉบับก็ค่อนข้างเหมาะเจาะและเข้าทางกับการนำมาสร้างเป็นหนังไทยได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพล็อตเรื่อง ความเชื่อ และในแง่ความผูกพัน ค่อนข้างเอื้ออำนวยที่เวอร์ชันจะสามารถนำไปต่อยอดเสริมความสนุกได้เพียบ เผลอๆ จะมีช่องที่เปิดกว้างได้ดีกว่าฉบับหนังไต้หวันเสียอีก แต่กระนั้นทีมผู้สร้างก็ยังเลือกที่จะเคารพต้นฉบับเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ผนวกเข้ากับการเติมสีสันแบบหนังไทยเข้าไปได้ถูกจริต ทำให้บทและการเล่าเรื่องของหนังยังทำได้น่าประทับใจ แบบไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นแบบเลยงานกำกับของ หมู ชยนพ ก็ยังคงเต็มไปด้วยจังหวะที่ช่ำชองในการปรุงแต่งหนังตลกปนรักฟีลดีแบบไทย ๆ เพิ่มเติมในเรื่องนี้ด้วยการเซอร์วิสแฟน ๆ เฉพาะกลุ่มเข้าไปสักหน่อย ที่ทุกองค์ประกอบที่ใส่เข้ามาได้กำลังพอเหมาะพอดี 

        การเล่าเรื่องและถ่ายทอดออกมาได้กลมกล่อม และมีสีสัสนในแบบที่ชวนประทับใจ งานหนังจีดีเอชก็ยังคงได้ดีในส่วนของโปรดักชันดีไซน์และการเก็บรายละเอียดเซ็ตติ้งต่าง ๆ ได้เหนือชั้นกว่าหนังไทยค่ายอื่น ๆ อยู่ และด้วยความที่เมืองไทยเพิ่งจะเฉลิมฉลองการเปิดกว้างในกฎหมายสมรสเท่าเทียมไปหมาด ๆ หนังเรื่องนี้จะไม่พลาดที่จะสอดแทรกแง่มุมและแง่คิดเกี่ยวกับการยอมรับในความหลากหลายของคนในลักษณะที่ไม่ได้ยัดเยียดเกินเหตุ ทุก ๆ ประเด็นที่หนังพยายามใส่เข้ามาค่อนข้างนุ่มนวลแต่กัดเซาะข้างในใจได้เป็นอย่างดี นับว่าเป็นอีกหนึ่งคอนเทนท์ที่แทรกข้อคิดเกี่ยวกับ LGBTQ+ ได้ค่อนข้างแข็งแรงเรื่องนึง ในแบบที่ไม่ได้หยิบนำมาให้ดูเป็นตัวตลกอย่างในหนังยุคก่อน “บิวกิ้น พุฒิพงศ์” สามารถแบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ได้สบาย ๆ แม้ว่าทิศทางการแสดงของเขาน่าจะดูถนัดกับแนวดรามามากกว่า แต่ด้วยวิธีดีไซน์การแสดงออกมาได้ยียวนกวนประสาทหน่อย ๆ ของเขา ก็แตะไลน์คอมเมดี้ออกมาได้กับพอดี เมื่อมาประกอบรวมร่างกับคู่หู “พีพี กฤษฏ์” มาช่วยส่งเสริมได้อย่างน่าประทับใจ เหมือนกับคนดูมานั่งดูเพื่อนซี้สองคนโยนรับส่งบทกันไปมาอย่างออกรสชาติ และประคองหนังความยาว 2 ชั่วโมงเรื่องนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งด้วยดี

 

Scroll to Top