Malevolent – หลอกจับผี หลอนจับตาย

หลอกจับผี หลอนจับตาย

รีวิวหนัง Malevolent (2018) – หลอกจับผี หลอนจับตาย เมื่อคนที่แกล้งล่าผี ต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณของจริงหนังผีสไตล์จิตวิทยาที่เริ่มต้นจากการหลอกลวง ก่อนพาผู้ชมดำดิ่งสู่ความสยองที่คาดไม่ถึงหากพูดถึงภาพยนตร์สยองขวัญบน Netflix ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับซ่อนความน่าสนใจเอาไว้ไม่น้อย Malevolent คือหนึ่งในผลงานที่ควรค่าแก่การรับชม โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบหนังผีบรรยากาศกดดัน ผสมความลึกลับและเรื่องราวเหนือธรรมชาติภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี 2018 กำกับโดย โอลาฟ เดอ เฟลอร์ โยฮันเนสสัน (Olaf de Fleur Johannesson) และดัดแปลงจากนิยายสยองขวัญเรื่อง Hush ของนักเขียนชื่อดัง อีวา คอนสแตนติโน (Eva Konstantopoulos) โดยได้บริษัท Netflix ร่วมกับ Catalyst Global Media ดูแลการผลิตนอกจากนี้ยังได้ ฟลอเรนซ์ พิวห์ (Florence Pugh) นักแสดงหญิงเจ้าของผลงานดังอย่าง Midsommar, Little Women และ Oppenheimer มารับบทนำ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้

เรื่องย่อ หลอกจับผี หลอนจับตาย นักล่าผีปลอม กับคดีที่ไม่ควรรับ

เรื่องราวติดตามชีวิตของ แองเจลา ซานส์ตัน และ แจ็คสัน พี่น้องคู่หนึ่งที่ประกอบอาชีพสุดแปลกพวกเขาเปิดธุรกิจรับกำจัดผีและวิญญาณตามบ้านเรือนต่าง ๆแต่ความจริงแล้ว ทั้งหมดเป็นเพียงการแสดงแองเจลาใช้ทักษะการแสดงแสร้งทำเป็นคนเห็นผี ส่วนแจ็คสันทำหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์และสร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติเพื่อหลอกลูกค้าแม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ทั้งคู่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เพื่อหาเงินใช้หนี้ก้อนโตทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งพวกเขาได้รับข้อเสนอให้เดินทางไปยังคฤหาสน์เก่าแห่งหนึ่งในชนบทของสกอตแลนด์เจ้าของบ้านเชื่อว่าที่นั่นมีวิญญาณสิงสู่ และยินดีจ่ายเงินจำนวนมากหากสามารถช่วยได้แต่เมื่อแองเจลาและแจ็คสันเข้าไปสำรวจสถานที่แห่งนั้น พวกเขากลับพบว่าครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการหลอกลวงธรรมดาบางสิ่งกำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่จริงและความลับอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังนั้น กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนไปตลอดกาล

หลอกจับผี หลอนจับตาย

จุดเด่นของหนัง : เปลี่ยนจากหนังต้มตุ๋น เป็นหนังผีเต็มตัว

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของ Malevolent คือการเริ่มต้นด้วยพล็อตที่แตกต่างจากหนังผีทั่วไปช่วงแรกของเรื่อง ผู้ชมจะได้เห็นเบื้องหลังการทำงานของกลุ่มนักล่าผีปลอมวิธีการหลอกลวง การสร้างภาพลวงตา และเทคนิคต่าง ๆ ถูกนำเสนออย่างน่าสนใจทำให้หลายคนอาจเข้าใจว่านี่เป็นเพียงหนังแนวหลอกผีหรือแนวจิตวิทยาแต่เมื่อเรื่องราวดำเนินไป หนังกลับค่อย ๆ เปลี่ยนบรรยากาศจากการหลอกคน มาเป็นการเผชิญหน้ากับสิ่งเหนือธรรมชาติอย่างแท้จริงความเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยสร้างความลุ้นระทึกและทำให้ผู้ชมไม่สามารถคาดเดาทิศทางของเรื่องได้ง่าย

ฟลอเรนซ์ พิวห์ แบกทั้งเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

แม้ Malevolent จะเป็นผลงานก่อนที่ฟลอเรนซ์ พิวห์จะโด่งดังไปทั่วโลก แต่การแสดงของเธอในเรื่องนี้ถือว่าน่าประทับใจอย่างมากตัวละครแองเจลาเต็มไปด้วยความซับซ้อนเธอเป็นทั้งนักต้มตุ๋น ผู้หญิงที่กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด และคนที่ต้องเผชิญกับอดีตอันเจ็บปวดของตัวเองฟลอเรนซ์สามารถถ่ายทอดความหวาดกลัว ความสับสน และความกดดันทางอารมณ์ออกมาได้อย่างสมจริงยิ่งเมื่อเรื่องเข้าสู่ช่วงครึ่งหลัง การแสดงของเธอยิ่งช่วยเพิ่มพลังให้กับฉากสยองขวัญได้อย่างมาก

ความหลอนที่เน้นบรรยากาศมากกว่าจัมป์สแกร์

สำหรับผู้ชมที่เบื่อหนังผีที่อาศัยเสียงดังและฉากตกใจเป็นหลัก Malevolent อาจตอบโจทย์ได้ดีกว่าหนังเลือกใช้บรรยากาศอึดอัด ความเงียบ และความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการสร้างความกลัวคฤหาสน์เก่า ทางเดินมืด ๆ ห้องร้าง และเสียงกระซิบเบา ๆ ถูกนำมาใช้สร้างความกดดันอย่างต่อเนื่องหลายฉากทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจโดยไม่จำเป็นต้องมีผีโผล่ออกมาตรงหน้านี่คือสไตล์การเล่าเรื่องแบบสยองขวัญเชิงจิตวิทยาที่ค่อย ๆ สะสมความกลัวทีละน้อย ก่อนระเบิดออกมาในช่วงท้ายเรื่อง

ปมลึกลับในอดีตที่น่าติดตาม

นอกจากเรื่องผีแล้ว หนังยังมีปริศนาสำคัญเกี่ยวกับอดีตของคฤหาสน์และเหตุการณ์อันโหดร้ายที่เคยเกิดขึ้นยิ่งแองเจลาสืบค้นความจริงมากเท่าไร ความน่ากลัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหญิงที่ถูกกักขัง การทดลองอันโหดร้าย และความลับที่ถูกฝังมานานหลายปี ทำให้หนังมีมิติมากกว่าการเป็นเพียงหนังผีทั่วไปผู้ชมจะค่อย ๆ ต่อจิ๊กซอว์ของเรื่องไปพร้อมกับตัวละคร จนพบความจริงที่ทั้งสะเทือนใจและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

งานภาพและการกำกับที่ช่วยสร้างความหลอน

หนึ่งในจุดแข็งของ Malevolent คือการใช้ภาพและแสงเงาโทนสีหม่นและการถ่ายภาพที่เน้นพื้นที่ว่างภายในเฟรม ช่วยสร้างความรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ปลอดภัยให้กับตัวละครการกำกับของโอลาฟ เดอ เฟลอร์ ยังเลือกใช้มุมกล้องที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลาแม้หนังจะไม่ได้ใช้งบประมาณระดับบล็อกบัสเตอร์ แต่สามารถสร้างบรรยากาศสยองขวัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลอกจับผี หลอนจับตาย

ทำไม Malevolent ถึงน่าดู?

ภาพยนตร์เรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชื่นชอบ

  • หนังผีบรรยากาศกดดัน
  • เรื่องราวเหนือธรรมชาติที่มีปมลึกลับ
  • หนังสยองขวัญเชิงจิตวิทยา
  • การแสดงคุณภาพของ Florence Pugh
  • หนังผีที่เน้นความหลอนมากกว่าการตกใจแบบฉาบฉวย

แม้อาจไม่ได้มีฉากสยองรุนแรงตลอดเวลา แต่ความน่ากลัวที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตลอดทั้งเรื่อง ถือเป็นเสน่ห์สำคัญที่ทำให้หนังแตกต่างจากผลงานสยองขวัญกระแสหลักหลายเรื่อง

สรุปรีวิว Malevolent

Malevolent คือภาพยนตร์สยองขวัญที่เริ่มต้นด้วยเรื่องราวของนักล่าผีปลอม ก่อนจะค่อย ๆ พาผู้ชมเข้าสู่โลกแห่งวิญญาณและความลับอันดำมืดด้วยการแสดงอันโดดเด่นของฟลอเรนซ์ พิวห์ บรรยากาศที่ชวนอึดอัด และการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เพิ่มระดับความหลอนอย่างมีชั้นเชิง ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งผลงานสยองขวัญที่น่าสนใจบน Netflixสำหรับใครที่ชื่นชอบหนังผีสไตล์ค่อย ๆ หลอน เน้นปริศนาและความกดดันทางจิตใจ มากกว่าการพึ่งพาจัมป์สแกร์เพียงอย่างเดียว Malevolent คือภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การเปิดดูสักครั้ง และอาจทำให้คุณมอง “นักล่าผี” ในมุมที่แตกต่างออกไปตลอดกาล

 

Scroll to Top