แบรนดอน เราธ์ อดีตบุรุษเหล็ก แอบร้องไห้ 3 รอบ ตอนนั่งดู “Superman” ฉบับล่าสุด

แบรนดอน เราธ์ 1

อย่างน้อย ๆ ก็มีหนึ่งในตำนานซูเปอร์แมนได้เช็กลิสต์ว่าไปอุดหนุนเรียบร้อยแล้ว เขาก็คือ “แบรนดอน เราธ์” นักแสดงหนุ่มหล่อที่เคยรับบทเป็นซูเปอร์แมน ในเวอร์ชันหนังของผู้กำกับ ไบรอัน ซิงเกอร์ อย่าง “Superman Returns” เมื่อปี 2006 ที่ไม่ใช่หนังที่ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ แต่ภาพลักษณ์การเป็นพี่ซุปก็ได้ติดตัวเขามาจนถึงทุกวันนี้ และเขาก็ยังไม่พลาดที่ซัพพอร์ตผลงานใหม่ ๆ ที่เกี่ยวฮีโร่ที่สร้างชื่อให้กับเขา

ล่าสุด แบรนดอน เราธ์ ได้ปรากฏระหว่างเดินสายโปรโมตหนังสยองขวัญไซไฟปนตลกเรื่องใหม่ของเขา อย่าง “Ick” ก็ไม่พลาดที่จะอัปเดตกับนักข่าวว่าเขาได้ดูหนัง “Superman” ฉบับล่าสุดของผู้กำกับ เจมส์ กันน์ เรียบร้อยแล้ว

แบรนดอน เราธ์

“ผมชอบมันมาก ๆ เลยครับ ผมว่าเดวิดทำออกมาได้น่าทึ่งมาก บอกเลยว่าผมนั่งร้องไห้ประมาณ 3 รอบตอนที่ดูอยู่ เวอร์ชันนี้เสนอมุมที่ต่างไป ทำให้ผมได้มองอีกมุมที่ไม่เคยได้มอง ผมค่อนข้างอินกับสถานการณ์ที่เขาต้องรับมือที่ยากลำบาก แล้วยิ่งฉากที่ลูอีสกับคลาร์กพูดคุยกันยาว ๆ ในอะพาร์ตเมนต์ของพวกเขา มันทัชใจมาก เป็นข้อความที่อบอุ่นและโดนใจผมจริง ๆ ผมจะต้องหาเวลาไปดูอีกรอบแน่ ๆ ครับ” แบรนดอน เราธ์ กล่าว

Superman Returns ที่นำแสดงโดย แบรนดอน เราธ์ แทบจะเป็นหนังที่ถูกลืมไปแล้ว เพราะหนังล้มเลวทางด้านรายได้ แม้ว่าจะยังค่อนข้างน่าประทับใจในด้านคำวิจารณ์อยู่ก็ตาม ทำให้หนังเรื่องนี้ถูกรีบูตสร้างออกมาได้แค่เพียงเรื่องเดียวจอด และทำให้ระดับชื่อเสียงของแบรนดอนก็ไม่ได้เติบโตในวงการหนังได้สักเท่าไหร่ แต่เขาก็ไปได้สวยในฝั่งนักแสดงทีวีซีรีส์มาจนถึงทุกวันนี้

“ผมดีใจนะครับที่ได้เห็นศักยภาพของจักรวาลดีซียุคใหม่ มีการเปิดตัวที่ประสบความสำเร็จด้วยดี ยิ่งส่งผลดีกับทุก ๆ ฝ่ายที่อยากจะหยิบเอาเนื้อหาของดีซีในมุมอื่น ๆ มานำเสนอต่อไป และควรค่าที่จะเสิร์ฟคอนเทนท์ออกมาให้แฟน ๆ ได้สำเร็จกันอีกในอนาคตครับ”

การที่ “แบรนดอน เราธ์” อดีตบุรุษเหล็กผู้มีประสบการณ์ตรงกับบทบาทนี้ ร้องไห้ถึงสามครั้งขณะชมภาพยนตร์ “Superman” ฉบับล่าสุด ถือเป็นคำชมเชยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังสามารถเข้าถึงใจผู้ที่ผูกพันกับตัวละครนี้ได้อย่างลึกซึ้ง ด้วยการนำเสนอความซับซ้อนของ Clark Kent และประเด็นเกี่ยวกับครอบครัวที่โดนใจผู้ชม “Superman” ฉบับล่าสุดจึงเป็นมากกว่าแค่ภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ แต่เป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยหัวใจและอารมณ์ ซึ่งสมควรได้รับการยกย่องและเป็นจุดเริ่มต้นที่สดใสสำหรับ DC Universe ยุคใหม่

Scroll to Top