ห้าเทพผู้พิทักษ์ Rise of the Guardians

ห้าเทพผู้พิทักษ์

รีวิว Rise of the Guardians เมื่อความเชื่อมั่นคือพลัง และการปกป้องความฝันคือหน้าที่หากพูดถึงอนิเมชั่นที่หยิบเอา “ตำนานวัยเด็ก” มาปัดฝุ่นใหม่ได้เท่และกินใจที่สุด ชื่อของ Rise of the Guardians หรือในชื่อภาษาไทย ห้าเทพผู้พิทักษ์ จะต้องติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ แน่นอน นี่ไม่ใช่แค่การ์ตูนสำหรับเด็ก แต่มันคือการผจญภัยที่พาผู้ใหญ่กลับไปสำรวจ “ความเชื่อ” และ “ตัวตน” ในบรรยากาศสุดตระการตา

เบื้องหลังความมหัศจรรย์: สตูดิโอและผู้สร้าง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ออกฉายในปี 2012 ผลิตโดย DreamWorks Animation สตูดิโอเจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง How to Train Your Dragon และ Shrek โดยดัดแปลงมาจากชุดหนังสือชื่อ The Guardians of Childhood ของ William Joyce ความพิเศษคือได้ Guillermo del Toro (ผู้กำกับดีกรีออสการ์) มานั่งแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้าง ทำให้โทนของเรื่องมีความดาร์กเล็ก ๆ แฝงความลึกลับ แต่ยังคงความอบอุ่นหัวใจไว้อย่างลงตัว

เรื่องย่อ: เมื่อฝันร้ายคืบคลาน เหล่าผู้พิทักษ์จึงต้องรวมตัว

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “พิทช์ แบล็ค” (Pitch Black) หรือบูกี้แมนผู้ชั่วร้าย กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนความฝันอันแสนหวานของเด็ก ๆ ทั่วโลกให้กลายเป็นฝันร้าย และทำให้เด็ก ๆ เลิกเชื่อมั่นในตัวเหล่าเทพพิทักษ์ เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองโลกด้วยความกลัว

ด้วยเหตุนี้ “พระจันทร์” จึงได้คัดเลือกผู้พิทักษ์คนใหม่มาช่วยเหลือกองกำลังเดิม ซึ่งประกอบไปด้วย:

  • นอร์ธ (ซานตาคลอส): ผู้นำสุดเก๋าที่มีรอยสักเต็มแขน
  • บันนี่ (กระต่ายอีสเตอร์): นักรบแดนจิงโจ้ผู้ใช้บูมเมอแรง
  • ทูธ (นางฟ้าฟันน้ำนม): ผู้เก็บรักษาความทรงจำ
  • แซนดี้ (มนุษย์ทราย): ผู้สร้างความฝันที่เงียบขรึมแต่ทรงพลัง

และสมาชิกใหม่ที่ถูกเลือกก็คือ “แจ็ค ฟรอสต์” (Jack Frost) เด็กหนุ่มผู้มาพร้อมพลังหิมะและความขี้เล่น แต่เขากลับไม่มีความทรงจำในอดีต และที่สำคัญคือ “ไม่มีเด็กคนไหนมองเห็นเขา” เพราะไม่มีใครเชื่อว่าเขามีตัวตนจริง แจ็คจึงต้องออกเดินทางเพื่อค้นหาว่า “ตัวตนที่แท้จริง” ของเขาคือใคร พร้อมกับร่วมมือกับกลุ่มผู้พิทักษ์เพื่อปกป้องความหวังของเด็ก ๆ ทั่วโลก

จุดเด่นที่ทำให้ “ต้องดู” และน่าติดตาม

  1. การตีความตัวละครใหม่ (Re-imagining): ลืมภาพซานตาคลอสใจดีพุงพลุ้ยแบบเดิมไปได้เลย เพราะในเรื่องนี้ นอร์ธ มาในมาดนักรบรัสเซียสุดเดือด หรือ กระต่ายอีสเตอร์ ที่ไม่ใช่กระต่ายน้อยน่ารัก แต่เป็นนักสู้รูปร่างสันทัด การออกแบบตัวละครใหม่นี้ทำให้หนังดูสนุก ตื่นเต้น และไม่ซ้ำซาก
  2. การค้นหาตัวตนของ Jack Frost: นี่คือหัวใจหลักของเรื่อง แจ็ค ฟรอสต์ เป็นตัวแทนของคนที่รู้สึกแปลกแยก (Outcast) การที่เขามองไม่เห็นตัวเองในอดีตและไม่มีใครมองเห็นเขาในปัจจุบัน เป็นปมที่ดึงดูดใจให้เราอยากเอาใจช่วยให้เขาหา “แก่นแท้” (Center) ของตัวเองให้เจอ
  3. งานภาพที่สวยงามระดับ Masterpiece: แม้จะเป็นหนังปี 2012 แต่เทคนิคแสงสี โดยเฉพาะ “ทรายทอง” ของแซนดี้ และ “เกล็ดน้ำแข็ง” ของแจ็ค ทำออกมาได้ละเอียดและสวยงามมาก ฉากการต่อสู้กลางเวหาก็ทำได้ลื่นไหลเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง

ข้อดีที่ทำให้เราหลงรัก Rise of the Guardians

  • เนื้อหาเข้าถึงง่ายแต่มีความหมายลึกซึ้ง: หนังไม่ได้สอนแค่เรื่องความดีชนะความชั่ว แต่สอนเรื่องการเอาชนะความกลัว และการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
  • เคมีของตัวละคร: ความสัมพันธ์ระหว่างเหล่าผู้พิทักษ์มีความเป็นครอบครัวสูงมาก มีทั้งการจิกกัดกัน (โดยเฉพาะแจ็คกับบันนี่) และการดูแลกันที่ทำให้เรายิ้มตามได้ตลอดเรื่อง
  • ตัวร้ายที่มีมิติ: พิทช์ แบล็ค ไม่ใช่ตัวร้ายที่ร้ายแบบไม่มีเหตุผล แต่เขาคือตัวแทนของความเหงาและการถูกลืม ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามที่ทำให้บทบาทของเหล่าผู้พิทักษ์เด่นชัดขึ้น

สรุป

เป็นภาพยนตร์ที่เติมเต็มจินตนาการได้ดีเยี่ยม เป็นหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว เด็กดูสนุกกับพลังวิเศษและสัตว์ประหลาด ส่วนผู้ใหญ่จะได้แง่คิดเรื่องการรักษา “ความเป็นเด็ก” และความหวังไว้ในใจ ใครที่กำลังมองหาหนังฟีลกู๊ดแต่งานโปรดักชั่นระดับอลังการ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวงครับ!

 

Scroll to Top