ในชั่วโมงแห่งการกักตัวนี้ ถ้าพูดถึง Nintendo Switch ไม่มีอะไรฮ็อตอะไรฮิตไปกว่า Animal Crossing: New Horizons เกมภาคต่อของซีรีส์คู่บุญนินเทนโด้ ที่พัฒนากันมาตั้งแต่สมัยยังเป็นคอนโซลติดบ้านอยู่ ภาคนี้ถือเป็นภาคที่น่าจะนิยมที่สุดแล้ว เพราะออกมาตรงเวลาสุด ๆ แถมคอนเทนต์ยังมีมากมายให้เลือกเล่น HappyConsole ไม่พลาด ขอหยิบเกมนี้มารีวิวแบบถึงพริกถึงขิง ว่าเงินที่เสียไปสองพันกว่าบาทในช่วงนี้ มันคุ้มหรือไม่ ในรีวิว Animal Crossing: New Horizons
หนีความวุ่นวายไปเกาะร้าง

Animal Crossing เป็นเกมที่ไม่ได้มีเนื้อเรื่องเจาะลึกอะไรมากนัก แต่มันมีไทม์ไลน์ของตัวมันเองอยู่ ในภาคนี้ประชาชน (ตัวเอก) เป็นคนที่ใช้บริการบริษัทของ Tom Nook ในการซื้ออสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ นั่นก็คือ เกาะร้าง เพื่อแปลงร่างเป็นที่อยู่อาศัย
แต่เหมือนอยู่คนเดียวมันจะน้อยเกินไป ตัวเอกรวมหัวกับทอม แปลงร่างเกาะร้างให้กลายเป็นประเทศใหม่ แล้วสถาปนาตัวเอกเป็นประธานาธิปดี คอยปรับปรุงดูแลเกาะ ส่วนทอมจะเป็นส่วนของซัพพลายเออร์ ที่จะคอยส่งของมาให้ผู้เล่นตกแต่งในเกาะ รวมถึงสร้างสิ่งก่อสร้างบางอย่างด้วย
ฉะนั้นหน้าที่ของเราในส่วนเนื้อเรื่อง คือต้องพัฒนาเกาะให้พร้อมอยู่อาศัยมากที่สุด เกมจะกำหนดลิมิตไว้ว่า คุณจะต้องมี K.K. Slider นักดนตรีที่ดังที่สุดในโลก Animal Crossing มาแสดงที่เกาะคุณให้ได้ โดยก่อนจะทำแบบนั้น คุณต้องอัพเกรดบ้าน อัพเกรดร้านค้า หาชาวบ้านมาให้ครบ 10 คน ทำอะไรนู่นนี่นั่นมากมายไปหมด เพื่อบรรลุจุดประสงค์ดังกล่าว
เอาตรง ๆ เนื้อเรื่องมันไม่มีอะไรเลย แต่เสน่ห์ของมันคือความไม่มีอะไรนี่แหละ เนื่องจากในเกมนี้ ‘คุณเล่นเป็นตัวคุณเอง’ ฉะนั้นเนื้อเรื่องจริง ๆ ในเกมคือ “ทุกสิ่งที่คุณเจอก่อน K.K. Slider จะมาทำการแสดงบนเกาะ” ฉะนั้นมันจะดีจะห่วย อันนี้ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองล้วนๆ
ทำงานใช้หนี้ แบบสโลว์ไลฟ์
ระบบการเล่นของเกมนี้ดูจะตลกเล็กน้อยหากอธิบายมันเป็นตัวอักษร ตัวเกมไม่มีอะไรเลยนอกจากการคราฟต์ของ แต่งเกาะ ตกปลา ขุดหาฟอสซิล และจับแมลง ซึ่งมองยังไง ๆ มันก็เกมเด็กเล่นชัด ๆ ตอนแรกผู้เขียนก็คิดแบบนี้แหละ ก่อนที่จะติดมันจนวางไม่ลง
จุดเด่นของการเล่น Animal Crossing ไม่ใช่ทำกิจกรรมในเกม แน่นอนแหละว่าไอ้กิจกรรมพวกนี้มันก็เพลิน ๆ สร้างจุดมุ่งหมายในการเล่น แต่จุดเด่นที่แท้จริงคือระบบวันเวลา เพราะตัวเกมใช้เวลาเดียวกับโลกจริง มีอีเวนต์เดียวกันกับวันสำคัญในโลกจริง ๆ ฉะนั้นเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบนเกาะอยู่เสมอ ราวกับว่ามันมีชีวิตไปพร้อม ๆ กับเราจริง ๆ
จุดมุ่งหมายในเกมนี้ ‘ไม่มี’ คุณจะทำอะไรก็ทำ เป็นการเปิดกว้างทางความคิด คุณอยากเล่นตอนไหนก็เล่น อยากเลิกตอนไหนก็เลิก อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีการบังคับขู่เข็ญให้ต้องไปทำนั่นทำนี่เลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างคุณตัดสินใจได้เอง ขนาดเกาะของคุณ คุณยังปรับแต่งมันยังไงก็ได้ จังหวะนี้อาจมีคนคิดว่าแล้วหนี้ของ Tom Nook ไม่ใช่จุดมุ่งหมายหรอ ? บอกเลยว่าไม่ใช่ เนื่องจากทอมมันไม่เคยทวงหนี้ มันไม่เคยคิดดอกเบี้ย แถมถ้าคุณเล่นไปประมาณสองอาทิตย์ หาเงินดี ๆ ก็ปลดหนี้ได้หมดแล้ว ฉะนั้นข้อนี้ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเกมแน่นอน




