รีวิว เกม Split Fiction แนวแอ็กชัน

ผมเชื่อว่าในยุคสมัยนี้เกมเมอร์หลายๆ คนไม่ได้ร้องว้าวหรืออุทานเสียงหลงไปกับการนำเสนอคอนเทนต์ในเกมบ่อยนัก เพราะพวกเรานั้นล้วนผ่านการเล่นเกมมามากมายก่ายกอง จะยิ่งใหญ่ ภาพสวย หรือชวนว้าวขนาดไหน มันก็อาจต้อง “ทำถึง” ในระดับหนึ่งจึงจะสามารถทำให้พวกเรารู้สึกทึ่งหรือแอบนิยมชมชอบอยู่ในใจจนเปล่งออกมาเป็นเสียงได้

ผมเองก็อารมณ์คล้ายๆ กัน รู้ตัวดีว่าเป็นคนที่ตื่นตาตื่นใจกับเกมได้ไม่บ่อยขนาดนั้น คือไม่ได้หัวสูงหรืออะไร แต่เพราะองค์ประกอบโดยรวมของเกมส่วนมากที่ผ่านตามันอาจจะยังขาดๆ เกินๆ อยู่บ้างในบางจุด บางเกมทำถึงในจุดหนึ่ง แต่อีกจุดกลับธรรมดาจนไม่ช่วยส่งเสริม ที่ผ่านมาพวกเกมที่ผ่านเกณฑ์ทางอารมณ์จริงๆ ก็แค่หยิบมือพอนับนิ้วได้ ทว่านับตั้งแต่ได้ลองเล่น Split Fiction ผมก็เริ่มคิด… ว่าเกมในตลาดมันหาเกมที่พรั่งพร้อมได้ยากหรือแค่เพราะผมไม่เคยเล่นเกมของ Hazelight Studios มาก่อนกันแน่

เพราะตลอดเวลาการเล่นกว่า 20 ชั่วโมงที่พาดผ่านไป Split Fiction ทำให้ผมต้องร้องอุทานออกมาด้วยความประทับใจได้เรื่อยๆ ราวกับเปิด SSR เกมกาชาได้ในทุกๆ 10 โรล มันเต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ ใส่ใจ เล่นท่ายาก และที่สำคัญที่สุดคือสนุกสนาน เป็นเกมที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาราวกับว่าพรุ่งนี้สตูดิโอจะไม่ได้ทำเกมอีกแล้ว คือตัวผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าใน IT Take Two ผลงานก่อนหน้าของพวกพี่แกเคยใช้มุขไหนไปแล้วบ้างหรือไม่

แต่สำหรับตัวผมเอง Split Fiction คือเกมที่เต็มไปไปด้วยความสดใหม่ ตื่นตา และพูดได้เลยว่านี่คือเกมที่นำเสนอตัวเองได้ดีที่สุดในรอบหลายปี และไม่ว่าพรี่ Josef Fares ผู้ก่อตั้งสตูดิโอจะคุยโวถึงเกมตัวเองไว้ขนาดไหน แต่ในเมื่อเขาทำได้จริงในการส่งมอบสุดยอดผลงานให้กับพวกเราได้อีกครั้ง เราก็มีแต่ต้องซูฮกและอยากจะขอก้มกราบเขางามๆ ในสักที

เนื้อเรื่อง

เนื้อเรื่องของ Split Fiction จะพูดถึง 2 นักเขียนนิยายอย่าง Mio และ Zoe ที่ถูกเทียบเชิญมายังบริษัทแห่งหนึ่งโดยได้รับการสัญญาว่าผลงานของพวกเธอจะได้รับการตีพิมพ์ ร่วมกับนักเขียนในล็อตเดียวกันอีกหลายชีวิตซึ่งถูกนัดมาเพื่อเซ็นสัญญาที่ออฟฟิศพร้อมๆ กัน แต่เหตุการณ์กลับกลายเป็นว่าทางบริษัทตั้งใจจะคัดลอกไอเดียของเหล่านักเขียนไปใช้เองโดยใช้เครื่องจักรกลรุ่นพิเศษที่จะถูกทดสอบเป็นครั้งแรกวันนี้ Mio ที่ไหวตัวทันจึงพยายามปฏิเสธการเซ็นสัญญาในทันที แต่ด้วยอุบัติเหตุบางอย่างทำให้เธอตัวกระเด็นไปเข้าเครื่องคัดลอกความคิดของ Zoe และกลายเป็นว่าจิตของทั้งคู่ต้องร่วมมือกันในการฟันฝ่าอุปสรรคมากมายจากความคิด ไอเดีย และความกลัวในส่วนลึกของพวกเธอเอง โดยที่ทั้งคู่ก็ไม่เคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน

คล้ายกับงานก่อนหน้า เรื่องราวของ Split Fiction จะบอกเล่าเรื่องราว การผจญภัย และเอาตัวรอดผ่านตัวละคร 2 ตัวอย่าง Mio และ Zoe ซึ่งเรากับเพื่อนอีกคนจะได้เล่นไปพร้อมๆ กัน ความเจ๋งซึ่งนำมาสู่ฉากและเกมเพลย์สุดบันเทิงคือการที่ทีมงานวางให้ตัวละครทั้ง 2 ตัวไม่ใช่แค่ต่างกันแต่เหมือนกับเป็นตัวตนคนละขั้วของกันและกัน ไม่ว่าจะอุปนิสัย ไอเดีย หรือแนวหลักของนิยายที่เขียน

เพราะตัวของ Mio จะถนัด แนวไซไฟวิทยาศาสตร์ ส่วน Zoe จะถนัดในด้านของแฟนตาซีเวทมนตร์ ดังนั้นแล้วตลอดเกมเราจะได้เห็นความไม่เข้ากันของทั้ง 2 ตัวละคร ทุ่มเถียง ออกความเห็น บอกเล่าถึงสิ่งต่างๆ จากคนละมุมมอง รวมไปถึงปมปัญหาฝังใจของแต่ละคน แม้สุดท้ายผู้เล่นหลายคนก็อาจจะพอเดาได้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่การได้เห็นพัฒนาการตัวละครทั้งคู่ที่มีความชัดเจน แม้ประเด็นหลักของเรื่องราวอาจจะไม่ได้ใหม่มากมายนัก ทว่าเราก็ยังสามารถประทับใจกับมันได้มากโขอยู่ดี

Scroll to Top