The Last Hope – Dead Zone Survival
เกมที่พยายามเป็น The Last of Us แต่กลับไปไม่ถึงฝั่งฝัน
ถ้าพูดถึงเกมที่โดดเด่นทั้งด้านเนื้อเรื่องสุดเข้มข้นและรูปแบบการเล่นที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าหลายคนต้องนึกถึง The Last of Us ผลงานของ Naughty Dog ที่หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเกมแห่งยุค ด้วยเรื่องราวที่เหนือชั้นกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ งานภาพที่สวยงามสมจริง รวมถึงการออกแบบ เกมเพลย์ ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอารมณ์ นี่จึงไม่แปลกใจเลยที่มีหลายค่ายอยากจะสร้างเกมเลียนแบบขึ้นมา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้นฉบับตั้งมาตรฐานไว้สูงมากทั้งด้านงบประมาณ การเขียนบท และคุณภาพโดยรวม
และในปีที่ผ่านมา กลับมีเกมหนึ่งที่สร้างเสียงฮือฮาในแง่ลบเมื่อเปิดตัว นั่นคือ The Last Hope – Dead Zone Survival ที่ออกวางขายบน Nintendo Switch ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนแรงเพราะแฟนเกมไม่พอใจที่ Nintendo อนุญาตให้เกมที่เห็นได้ชัดว่าเลียนแบบ The Last of Us แบบโจ่งแจ้ง มาวางขายบน e-shop ของค่ายได้ ถึงอย่างนั้น ด้วยราคาขายที่ถูกมากจนเหมือนแจกฟรี บวกกับความอยากรู้อยากลองของเกมเมอร์ ทำให้มีหลายคนยอมเสียเวลาไปลองสัมผัสประสบการณ์เกมนี้ด้วยตัวเอง
การเล่าเรื่อง : จืดชืด ไร้มิติ
สิ่งแรกที่ผู้เล่นจะสัมผัสได้ทันทีหลังเริ่มเกมก็คือความผิดหวัง เนื้อเรื่องของ The Last Hope ถูกเขียนขึ้นมาอย่างขอไปที คล้ายการก็อปพล็อตเดิม ๆ จากหนังหรือเกมซอมบี้ยุคเก่า ตัวเอกชื่อ Brian ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแล้วพบว่าโลกถูกซอมบี้ยึดครอง และเขาต้องออกเดินทางช่วยเหลือเด็กสาวชื่อ Eva ที่หน้าตาแทบจะถอดแบบ Ellie จาก The Last of Us ออกมาเป๊ะ ๆ แต่สิ่งที่ต่างคือ The Last Hope ไม่มีเสียงพากย์ ไม่มีคัตซีน ไม่มีการเล่าเรื่องที่น่าติดตาม ทุกอย่างดูแบนราบและขาดชีวิตชีวา
กราฟิก : ต่ำกว่ามาตรฐานจนไม่น่าให้อภัย
แค่เปิดเกมมาก็รู้เลยว่านี่คือเกมทุนต่ำแบบสุด ๆ กราฟิกดูเหมือนย้อนเวลากลับไปสิบกว่าปีก่อน รายละเอียดของฉากแทบไม่มี ตัวละครแข็งทื่อ ไม่มีการขยับหน้า ไม่มีอารมณ์ สีสันก็ดูจืดชืด ขาดเสน่ห์และความสร้างสรรค์ฉากอย่างสิ้นเชิง อีกทั้งระหว่างเล่นยังพบปัญหากราฟิกบั๊กต่าง ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนเล่นเกมที่ยังสร้างไม่เสร็จ
เสียงและบรรยากาศ : เงียบเหงาเกินไป
ด้านเสียงประกอบ เกมแทบไม่มีเพลงใด ๆ ใส่เข้ามาเลย เน้นแต่ความเงียบแบบเมืองร้าง ทำให้บรรยากาศออกมาน่าเบื่อ ไม่ได้ช่วยเสริมความตึงเครียดหรืออารมณ์ร่วม มีเพียงเสียงครางของซอมบี้ที่พอช่วยให้รู้ว่าศัตรูอยู่ตรงไหนแค่นั้นเอง ขาดเสียงพากย์ ขาดดนตรี ขาดทุกอย่างที่ควรมี
เกมเพลย์ : ซ้ำซาก ไร้ความท้าทาย
แม้จะพยายามลอกโครงสร้างเกมเพลย์แบบบุคคลที่สามเหมือนกับ The Last of Us แต่ระบบการเล่นของ The Last Hope กลับไม่มีอะไรให้น่าจดจำ ผู้เล่นรับบทเป็น Brian ต้องพา Eva ออกไปยังจุดหมายโดยมีภารกิจบอกตลอดทาง อาวุธที่มีให้ใช้ก็มีไม่กี่ชนิด กระสุนมีจำกัด แต่ระบบยิงปืนและการควบคุมกลับแย่มากจนทำให้เราต้องหนีซอมบี้มากกว่าจะสู้ ซอมบี้ก็ไม่ได้ฉลาด เดินตามเราช้า ๆ อย่างเดียว นอกจากนี้ตัวละคร Eva ที่ควรเป็นคู่หู กลับไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเชิง เวลาเจอศัตรูจะนั่งเฉย ๆ รอให้เราช่วย
ความยาวเกมและคุณภาพโดยรวม : จบไว เก็บบั๊กเพียบ
The Last Hope มีความยาวเกมที่สั้นมาก ๆ เล่นไม่ถึงชั่วโมงก็จบแล้ว มิหนำซ้ำยังเต็มไปด้วยบั๊ก เช่น สิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น หรือบางจุดที่ทำให้เกมเดินต่อไม่ได้ต้องเริ่มใหม่ ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าตัวเกมเหมือนยังสร้างไม่เสร็จ ข้อดีเดียวที่พอมีคือราคาขายถูกมาก
สรุป : ควรลองหรือไม่
ถ้าคุณแค่อยากลองอะไรแปลกใหม่ ราคาประหยัด The Last Hope – Dead Zone Survival ก็อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับการซื้อมาเล่นขำ ๆ แต่ถ้าคุณเห็นคุณค่าในเวลาและประสบการณ์การเล่นเกมดี ๆ ขอบอกเลยว่าเกมนี้ “เสียเวลาชีวิต” มากกว่าความคุ้มค่าอย่างสิ้นเชิง




