รีวิวเกม RWBY Arrowfell

RWBY Arrowfell

รีวิวเกม RWBY Arrowfell – เมื่อทีมสาวสุดแกร่งมาปะทะโลก 2D Metroidvania

ในยุคที่เกมย้อนยุค 2 มิติกำลังกลับมาเฟื่องฟู เกมแนว Metroidvania ก็ยังเป็นหมวดที่ขวัญใจผู้เล่นสายสำรวจเสมอ โดยเฉพาะเมื่อค่ายเกมตัวท็อปอย่าง WayForward กระโดดลงมาจับมือกับ Arc System Works ผู้อยู่เบื้องหลังเกมต่อสู้ในตำนานอย่าง Guilty Gear และ Dragon Ball FighterZ ทำให้การมากลายเป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟน ๆ คาดหวังและจับตาดู

การเดินทางของ 4 สาว RWBY กับภารกิจใหม่ในโลกกว้าง

ให้ผู้เล่นรับบทเป็นทีมฮีโร่สาวทั้ง 4 Ruby Rose, Weiss Schnee, Blake Belladonna และ Yang Xiao Long ที่ต้องออกเดินทางสำรวจดินแดนใหม่ พบเจอศัตรูและเพื่อนร่วมทีมอื่น ๆ ตลอดเส้นทาง ตัวเกมยังใส่เนื้อเรื่องเข้มข้นที่เล่าแบบอนิเมะคัตซีน พร้อมเสียงพากย์คุณภาพ ทำให้แฟนซีรีส์ต้นฉบับน่าจะรู้สึกเหมือนได้ดู RWBY อีกบทหนึ่งในรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ การได้เล่นเป็น 4 ตัวละครหลักและสลับสับเปลี่ยนได้ทันทีตลอดเกมถือเป็นเสน่ห์หลักของ Arrowfell แต่ละคนมีสกิลและอาวุธเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นเคียวของ Ruby, ดาบสร้างพื้นผิวของ Weiss, การแยกร่างของ Blake หรือหมัดอันหนักหน่วงของ Yang ส่งให้เกมเพลย์มีสีสันและลูกเล่นตลอดการผจญภัย

กราฟิก & บรรยากาศ คัตซีนโดดเด่น แต่เกมเพลย์ดูเชยไปนิด

แม้จะเลือกแนวทาง 2D สไตล์ Metroidvania แต่ Arrowfell ใช้โมเดล 3 มิติมุมมองด้านข้างแทนที่จะเป็นพิกเซลสไตล์คลาสสิก งานคัตซีนอนิเมะที่ใส่เข้ามาเป็นสีสันที่เหนือความคาดหมาย ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงพากย์ครบเครื่อง ทว่ากลับมาสะดุดกับงานกราฟิกในเกมที่แม้จะพยายามผสานความเป็นอนิเมะแต่กลับดูธรรมดา ตัวละครบางตัวออกแบบเหมือนตัวประกอบมากกว่าฮีโร่หลัก ให้ความรู้สึกเหมือนเกมอินดี้ฟรีมากกว่างานสร้างจากค่ายใหญ่ เพลงประกอบสอบผ่านในระดับมาตรฐาน มีการผสมเพลงร้องสร้างอารมณ์เพิ่ม แต่ไม่มีธีมหลักที่ตราตรึงใจ จุดนี้ถือว่ายังห่างจากเกมระดับท็อปในกลุ่มเดียวกัน

เกมเพลย์ Metroidvania ที่ยังไม่ถึงจุดสมบูรณ์

โครงสร้างเกมเน้นสำรวจฉากต่อฉากบนแผนที่ใหญ่ แต่ละฉากมีภารกิจเนื้อเรื่อง ปริศนา และศัตรูหลากหลายให้ตะลุย การสลับตัวละครช่วยให้แก้ปริศนาและเข้าถึงบางพื้นที่ได้แบบที่ตัวละครเดียวทำไม่ได้ อีกทั้งยังมีระบบอัปเกรดค่าพลังแต่ละคนให้แยกจากกัน เช่น เพิ่มพลังโจมตีหรือป้องกัน แต่ด้วยความที่ค่าพลังชีวิตและท่าพิเศษใช้รวมกันหมดทั้ง 4 ตัวละคร หากใครใช้ท่าไม้ตายบ่อยเกินไปก็มีผลกับเพื่อนร่วมทีมทันที ต้องคอยจัดการอย่างระวัง ขณะที่เนื้อหาของแต่ละฉากแม้จะหลากหลาย แต่กลับไม่มีระบบแผนที่ระหว่างเล่นเลย ทำให้ต้องอาศัยความจำตลอดการสำรวจ — ข้อนี้เป็นจุดบอดที่แฟนเกม Metroidvania อาจหงุดหงิด เพราะแผนที่คือหัวใจของเกมแนวนี้

ความรู้สึกโดยรวม สนุกแต่ยังไม่สุด

RWBY Arrowfell ทำออกมาได้น่ารักในแนว Metroidvania ยุคใหม่ มีจุดขายตรง 4 ตัวละครที่สลับเล่นได้ตลอดและระบบต่อสู้แอ็กชันที่พอเพลิดเพลิน มีบอสให้สู้ มีด่านหลากหลาย กราฟิกและคัตซีนที่ลงทุนพอสมควร แต่ด้วยความที่เกมขาดระบบแผนที่ แอ็กชันยังดูธรรมดา บางจุดไม่ลื่นไหลเท่าที่คาดหวัง และภาพรวมการออกแบบยังไม่สุดในแบบที่ค่ายใหญ่น่าจะทำได้ หากใครเป็นแฟนเกม หรือตามหา Metroidvania เบา ๆ ที่ไม่ซับซ้อน เกมนี้ยังคงตอบโจทย์ในแง่ความสนุกชั่วขณะ แต่อาจยังไม่ใช่ “จานหลัก” ที่ทำให้อิ่มใจนักเล่นเกมสายแอ็กชัน-สำรวจอย่างแท้จริง RWBY Arrowfell คือรสชาติใหม่ที่ผสมอนิเมะกับเกมย้อนยุคได้ลงตัวพอประมาณ แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็น่าเล่นไม่น้อย — โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นสาวกเกมนี้

 

Scroll to Top