รีวิวเกม Metaphor ReFantazio

Metaphor ReFantazio

ในโลกที่สังคมถูกแบ่งแยกแบบชัดเจน โลกที่ชาติกำเนิดของผู้คนเป็นตัวกำหนดจุดยืนในสังคม โลกที่การเหยียดหยามและกดขี่เผ่าพันธุ์ซึ่งต่ำต้อยกว่ากลายเป็นเรื่องปกติโดยไม่มีใครตั้งคำถาม และเป็นโลกที่ผู้มีอำนาจทำทุกวิธีเพื่อยึดกุมรักษาขนบดั้งเดิมเอาไว้

ผมไม่ได้กำลังบรรยายถึงโลกของเราแต่นี่คือ Setting หลักของผลงานเกม Metaphor: ReFantazio ผลงานชิ้นใหม่ของทีมงาน Studio Zero อดีตทีมงานชั้นเซียนผู้พัฒนาซีรีส์ชื่อดังอย่าง Persona  ซึ่งบอกได้เลยว่าครั้งนี้พวกเขาทะเยอทะยาน มีเรื่องที่อยากจะเล่า มีข้อความที่อยากส่งถึงคนอื่น และนั่นก็ทำให้แก่นหลักของผลงานเกม Metaphor น่าสนใจและแตกต่างจากซีรีส์ Persona อย่างชัดเจนในหลายจุด แน่นอนว่ามันมีบางส่วนที่หยิบยืมระบบเก่าที่คุ้นมือทีมงานกลับมาใช้ มีเสน่ห์และรสชาติหลักที่เราคุ้นชิน แต่ Meta phor เป็นมากกว่าแค่ Persona 5 ในโลกแฟนตาซี และทำไมเราถึงคิดแบบนั้น มาดูคำตอบไปพร้อมกันครับ

เนื้อเรื่อง

Metaphor ดำเนินเรื่องราวอยู่ในโลกแฟนตาซี ที่สัตว์ประหลาด การใช้เวทมนตร์ รวมไปถึงเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มีอยู่จริง เนื้อหาของเกมเกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร Euchronia (ยูโครเนีย) ที่เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ใช้ชีวิตอยู่รวมกัน  และแม้ภายนอกผู้คนในราชอาณาจักรจะอยู่รวมกันโดยสันติ แต่เนื้อในของสังคมกลับฟอนเฟะด้วยปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะการเหยียดหยามเผ่าพันธุ์ที่ถูกจัดให้เป็นเผ่าระดับล่าง  เรื่องราวในเกมเริ่มต้นขึ้นเมื่อราชาองค์ปัจจุบันของยูโครเนียถูกลอบสังหาร นำไปสู่การ “แข่งขัน” เพื่อคัดเลือกราชาองค์ใหม่ที่จะขึ้นครองแผ่นดิน  ถ้า Persona พาผู้เล่นเข้าสู่ชีวิตในโลกสมัยใหม่ยุคปัจจุบัน ที่ผสมผสานองค์ประกอบเหนือธรรมชาติและการวิพากษ์วิจารณ์สังคม Metaphor: ReFantazio พาผู้เล่นเข้าสู่โลกแฟนตาซีเต็มรูปแบบ ที่มีทั้งเวทมนตร์ มอนสเตอร์ และเกมการเมืองที่ซับซ้อนแทน และในขณะที่ Persona 5 ย้ำถึงการก่อกบฏต่อต้านความอยุติธรรมในสังคมผ่านกลุ่มวัยรุ่นหัวกบถ  กลับเน้นไปที่ธีมแฟนตาซีแบบดั้งเดิมและพาเราไปสำรวจความอยุติธรรมและความขัดแย้งแบบเดียวกับที่เราพบเจอใน “โลกจริง” ของเราแทน  ในด้านที่โดดเด่นและเป็นผู้ใหญ่กว่าเดิมก็อาจจะกล่าวได้ว่า Metaphor พาเราไปดูความขัดแย้งที่มีวงกว้างยิ่งขึ้น และตัวละครในเกมก็มีเป้าหมายมีค่านิยมที่ตัวเองยึดถือในจิตใจ หรือเรียกได้ว่ามีความยุติธรรมในแบบฉบับของตัวเอง ทำให้ตัวละครใน ReFantazio มีความลุ่มลึกและน่าสนใจ แม้จะเป็นฝั่งที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นศัตรูของเราก็ตาม  และแม้ว่าความเข้มข้นในเนื้อเรื่องของ Metaphorอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ก็ยังคงความเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่ทำให้ผู้เล่นเชื่อมโยงกับตัวละครเพื่อน ๆ แบบแนบแน่นเหมือนเดิม เหล่าแฟน ๆ ของ Persona ที่ชื่นชอบเรื่องราวที่ลึกซึ้งก็ไม่ต้องกลัวกันไป เราจะยังอยู่กับธีมการสำรวจตัวเอง การพยายามก้าวข้ามความกลัวในใจ และเรื่องราวของมิตรภาพไม่ได้หนีหายหรือทิ้งกันไปไหน

โดยรวมแล้ว “เนื้อเรื่อง” จัดเป็นไม้เด็ดที่สุดของ Metaphorตัวเกมนั้นดำเนินเรื่องราวฉับไวขึ้นกว่าผลงานเดิมของค่ายอย่างเห็นได้ชัด เรียกได้ว่าเปิดเกมมาเราก็จะติดหนึบอยู่กับหน้าจอและอยากรู้ว่าเรื่องราวจะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ ชะตากรรมต่างตัวละครต่าง ๆ จะเป็นยังไง เรื่องราวของเหล่าตัวเอกในเกม จะมีทั้งเสียงหัวเราะ คราบน้ำตา และฉากกระแทกอารมณ์มากมาย ตัวละครทุกตัวถูกเขียนขึ้นมาอย่างดี เรื่องราวในบทต่าง ๆ เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่องจนไปสู่บทสรุปที่ตรึงใจ แน่นอนว่าตลอดการเดินทางกว่า 100 ชั่วโมงของเกม ก็มีบ้างที่เนื้อหาสลับปรับเกียร์ผ่อนคันเร่งลงมาหรือมีจุดที่ผู้เล่นอาจจะรู้สึกว่ามีความยืดยาวมากจนเกินไป แต่ทั้งหมดทั้งปวงก็ช่วยสนับสนุนในการสร้างโลกของเกมให้น่าสนใจ เป็นโลกที่เรารู้สึกว่ามีอยู่จริงและดำเนินไปด้วยกฎกติกาของตัวมันเอง

ระบบการต่อสู้

หัวใจของ Metaphor: ReFantazio ยังคงเป็นระบบการต่อสู้แบบเทิร์นเบส แต่มีการใส่รสชาติใหม่เพิ่มชั้นของการต่อสู้แบบเรียลไทม์เข้ามาด้วย  การต่อสู้แบบเรียลไทม์นั้นพูดง่าย ๆ ก็เหมือนเป็นการหยิบเอาระบบโจมตีก่อนใน Persona มาขยายให้มีความสนุกมีลูกเล่นมากขึ้นกว่าเดิม  โดยระหว่างที่ตัวละครของเราเดินใน Field ภายในดันเจี้ยน เราจะสามารถโจมตีตัวละครศัตรูได้แบบอิสระ  หากศัตรูตัวดังกล่าวอ่อนแอกว่าเรามาก ๆ มันก็จะถูกกำจัดทิ้งไปโดยทันที แต่หากมันแข็งแกร่งเท่า ๆ กับเราหรือแกร่งกว่าเราการโจมตีใน Field เพื่อทำลายเกจการป้องกันของพวกมันจนหมดจะทำให้เราได้โจมตีเปิดฉากก่อน ก่อนเข้าสู่การต่อสู้แบบเทิร์นเบส  และเช่นเดียวกันหากเราดันถูกศัตรูโจมตีใน Field เราจะถูกตัดเข้าสู่การต่อสู้ในแบบเทิร์นเบสแบบเสียเปรียบอย่างหนักแทน ในความยากระดับ Normal ขึ้นไปนั่นอาจจะหมายถึงการโดนตบดับทั้ง Party เลยก็อาจจะเป็นไปได้ นอกจากนั้นตัวศัตรูใน Field ยังมีอนิเมชั่นการโจมตีที่แตกต่างกันไป และแม้แต่ Archetype หรือ Class ของตัวละครหลักของเราก็มี Skill ที่ส่งผลช่วยเหลือในการต่อสู้กับศัตรูบน Field เช่นฟื้น MP หรือ HP เมื่อจัดการกับศัตรูได้ในการต่อสู้แบบเรียลไทม์

 

Scroll to Top