รีวิวเกม Infinity Strash: DRAGON QUEST The Adventure of Dai

Infinity Strash: DRAGON QUEST The Adventure of Dai

รีวิวเกม Infinity Strash: DRAGON QUEST The Adventure of Dai – เมื่อความคิดถึงกลายเป็นเกม (500 คำ)

ในยุคที่ค่ายเกมนิยมรีไซเคิลตำนานเก่า ขุดเกมเก่ามาปัดฝุ่น หรือจับการ์ตูนคลาสสิกกลับมาสร้างใหม่ “Infinity Strash: DRAGON QUEST The Adventure of Dai” คือหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ เกมนี้หยิบเอาการ์ตูนสุดฮิตยุค 90S อย่าง “ไดตะลุยแดนเวทมนตร์” ที่เคยสร้างความประทับใจให้กับแฟน ๆ ทั่วโลก กลับมาถ่ายทอดบนเครื่องคอนโซลและพีซีในเวอร์ชันใหม่ หลังจากที่อนิเมะรีเมคเวอร์ชันล่าสุดเพิ่งออกฉายไม่นาน ถือเป็นครั้งแรกที่ Dai และผองเพื่อนได้โลดแล่นในโลกวิดีโอเกมคอนโซลอย่างจริงจัง

สำหรับคนที่ไม่ทันยุคการ์ตูน

เป็นเรื่องราวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์เกม RPG ชื่อดังอย่าง DRAGON QUEST แต่สร้างเนื้อหาใหม่ทั้งหมด โดยเน้นการผจญภัยของ “ได” เด็กหนุ่มครึ่ง มนุษย์ครึ่งมังกร พร้อมด้วยผองเพื่อนอย่าง Popp และ Maam พวกเขาต้องออกเดินทางต่อสู้กับจอมมารและศัตรูสุดโหด โดยคงความแฟนตาซีผสมความดราม่าอันเข้มข้นตามสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งในยุคนั้นเรื่องนี้โด่งดังจนถูกสร้างเป็นแอนิเมชันและได้รับความนิยมสูงมาก

Infinity Strash 

เดินเรื่องตามต้นฉบับแบบเป๊ะ ๆ ไม่มีการเติมแต่งหรือดัดแปลงมากนัก ใครที่อ่านการ์ตูนหรือดูอนิเมะมาแล้วอาจไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์มากนัก ทั้งคัตซีนและฉากเด่นในตำนานถูกนำเสนอผ่านภาพนิ่งหรืออนิเมชันที่เก็บรายละเอียดดีพอสมควร แต่ก็ขาดความหวือหวาไปบ้าง บางส่วนดูเหมือนลงทุนไม่มากนัก แต่ก็ตอบโจทย์แฟนการ์ตูนที่อยากซึมซับบรรยากาศเก่า ๆ

ในเรื่องกราฟิก 

แม้จะเป็นผลงานของ Square Enix แต่ภาพในเกมยังดูตกยุคเมื่อเทียบกับเกมระดับ AAA ปัจจุบัน กราฟิกเซลเฉดช่วยให้บรรยากาศใกล้เคียงกับต้นฉบับ แต่อาจขาดความละเอียดและลูกเล่นแบบเกมยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม เสียงพากย์และเพลงประกอบยังคงมาตรฐานซีรีส์ DRAGON QUEST ที่แฟน ๆ คุ้นเคย เสียงญี่ปุ่นต้นฉบับก็ใส่มาให้เลือกกันแบบครบครัน

สำหรับเกมเพลย์ 

มาในรูปแบบ Action RPG เข้าใจง่าย ผู้เล่นบังคับตัวละครไดโจมตีศัตรูได้อย่างอิสระ กดใช้ท่าไม้ตายหรือเวทมนตร์ได้ทันที ไม่ซับซ้อน แต่ก็แลกมากับความเรียบง่ายและซ้ำซากจนน่าเสียดาย เพราะรูปแบบนี้ถูกใช้มาตั้งแต่เกมมือถือฟรีหรือเกม RPG ยุคเก่า ทำให้ขาดความตื่นเต้นสำหรับเกมเมอร์ยุคใหม่ ถึงแม้จะมีระบบอัปเกรดสกิล เปลี่ยนตัวละครได้ตามเนื้อเรื่อง และปลดล็อกท่าไม้ตายหรือชุดเกราะใหม่ ๆ เข้ามาเสริมสีสัน

จุดที่ยังช่วยให้เกมไม่น่าเบื่อจนเกินไป 

คือการเพิ่มโหมดพิเศษ “Temple of Recollection” ที่เป็นดันเจี้ยนลับให้ฝ่าฟันเพื่อเก็บของและเก็บเลเวล แม้จะไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักแต่ก็ช่วยเพิ่มความท้าทายพอประมาณ ในส่วนความยาก ศัตรูบางตัวก็โหดเอาเรื่อง หากไม่ชอบแบบฮาร์ดคอร์ เกมก็มีโหมดง่ายไว้ให้เลือกด้วย

โดยสรุปเป็นเกมที่เอาใจแฟนการ์ตูนต้นฉบับมากกว่าเกมเมอร์สายฮาร์ดคอร์ กราฟิกและเกมเพลย์อาจไม่หวือหวา แต่เติมเต็มความคิดถึงในวัยเด็กได้ดี ถ้าใครอยากย้อนวันวานกับไดและผองเพื่อน เกมนี้ตอบโจทย์แน่นอน แม้จะไม่ได้สดใหม่หรืออลังการ แต่ก็เปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบที่แฟนยุค 90S จะเข้าใจเป็นอย่างดี

Scroll to Top