รีวิวเกม Elden Ring Nightreign วันนี้ผ่านไปเกือบ 3 ปีหลังจากเกมต้นตำรับวางจำหน่ายพร้อมออก DLC มาตอกย้ำความยากมหากาฬอีกหนึ่งตัว ชื่อของ Elden Ring ก็ยังคงไม่หนีไปไหนเปิดตัวภาคที่ถือว่าเป็น Spin-off อย่าง Nightreign ให้เกมเมอร์ได้ฮือฮากันอีกระลอก เพราะการกลับมาคราวนี้ไม่ได้มาเป็นเกมแบบเดิม แต่จะเน้นประสบการณ์แบบมัลติเพลเยอร์เป็นหลักซึ่งหลังจากเราได้ลองไปราวๆ 15 ชั่วโมง ก็คงต้องบอกว่า Nightreign มีแนวทางที่น่าสนใจ แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นเกมที่เฉพาะกลุ่มสุดๆ ราวกับขีดเส้นมาก่อนเลยว่าหากคุณไม่เคยพิชิต Elden Ring ภาคหลักมาก่อน การผจญภัยใน Nightreign แม้จะร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน ก็จะสาหัสสากรรจ์เอามากๆ เพราะเกมจะไม่เสียเวลามาสอนหรือมาโอ๋เหมือนกับเกมหลักของมันนั่นแหละ ผู้เล่นจะต้องเข้าไปลุยและตายเพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ ภายในตัวเกมเอาเอง พร้อมเพิ่มดีกรีความโหดหินด้วยการจำกัดเวลาเข้ามาอีกต่างหากดังนั้นแล้วสำหรับผมและทีมเขียนอีก 2 คนซึ่งเป็นมือใหม่กับ Elden Ring แถมไม่ใช่คนที่เล่นเกมเก่งกาจอะไร การต้องเล่นเกมสุดหินที่เรียกร้องให้เราต้องชนะเพิ่อปลดล็อคคอนเทนต์เพิ่มเติม ก็ต้องบอกว่านี่เป็นงานที่รีวิวยากที่สุดในรอบหลายปี ไม่ว่าจะในแง่ของการเล่นและการเขียนมันออกมา ก็เอาเป็นว่าเหล่านี้เป็นความคิดเห็นของเกมเมอร์ที่อาจจะพอเข้าใจแต่ไม่ได้คุ้นชินระบบของ Elden Ring มากนัก ผู้อ่านสามารถจะอ่านเป็นมุมมองทางเลือกแล้วไปชั่งน้ำหนักกับเจ้าอื่นที่มีความเซียนในการเล่นมากกว่าก็ได้ครับ แต่เราขอยืนยันว่าพยายามเต็มที่กับมันแล้ว และทั้งหมดนี่คือความคิดเห็นของ
เกมโดดร่มที่หากไม่เล่น 3 คน ก็ต้องโซโล่เอาทางผู้พัฒนานั้นบอกมาตั้งแต่ต้นว่า Elden Ring Nightreign ถูกออกแบบมาโดยอิงการเล่น 3 คนเป็นหลัก แต่ก็ทำระบบมาเผื่อเล่นเดี่ยวด้วย ดังนั้น ถ้าไม่เล่น 3 ก็ต้องเล่น 1 เป็นสิ่งที่แอบไม่ยืดหยุ่นไปสักหน่อย เพราะหากไม่ครบปาร์ตี้ก็ต้องลุยเดี่ยว ซึ่งถ้าถามผม มันคืออารมณ์คนละเรื่องกันเลยทั้งความสนุกและความยาก ทั้งนี้ทางผู้พัฒนาเพิ่งจะออกมายอมรับว่าลืมคำนึงถึงการเล่น 2 คนเข้าไปด้วย ก็อาจจะเป็นเรื่องดีที่พวกเขารู้ตัวเร็ว และคาดหวังได้ว่าในอนาคตอาจมีการอัปเดตเพิ่มเติมเข้ามา แต่ในเมื่อเวลานี้มันยังไม่มี ก็ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างช่วยไม่ได้ เพราะก็อย่างที่บอกไป มีหรือไม่มีเพื่อนในเกมนี้มันเป็นความต่างที่มหาศาล ไม่ใช่แค่เฉพาะสู้บอสยากขึ้น แต่ยังส่งผลถึงองค์ประกอบเกมเพลย์ทั้งหมดอีกต่างหากระบบคลาสที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้ Elden Ring Nightreign มาพร้อมระบบคลาสที่จะให้ผู้เล่นได้เลือกก่อนกระโดดเข้าสนามรบทุกๆ ครั้งครับ แต่ละคลาสก็แน่นอนว่าใช้อาวุธ มีอบิลิตี้หรือสกิลเฉพาะที่แตกต่างกันไป ถึงแม้ว่ามันอาจจะพออ่านแล้วเข้าใจถึงจุดเด่นจุดด้อยได้ง่ายๆ แต่แท้จริงแล้วมันยังมีปัจจัยอย่างอื่นที่ทำให้ผู้เล่นต้องลองทุ่มเวลากับมันอีกพักใหญ่ๆ กว่าจะแตกฉานในแต่ละคลาส โอเคแหละว่าในเรื่องอาวุธแม้จะเริ่มต่างชนิดกัน แต่ทุกคลาสสามารถใช้อาวุธได้ทุกชนิดอยู่แล้ว อาจจะมีพาสซีฟเสริมอาวุธบางชิ้นในบางคลาสบ้าง แต่ผู้เล่นก็ต้องเรียนรู้จังหวะการใช้ท่าต่างๆ หรืออาวุธระดับพิเศษอยู่ดี หรือแม้กระทั่งเมคานิคของบางคลาสที่ก็ต้องอาศัยความคุ้นเคยในแผนที่เพื่อจะใช้ประโยชน์ อย่างเช่น จอมเวทที่ต้องหาจุดดรอปขวดเติมมานาในแผนที่ ซึ่งมันไม่ใช่แค่จะเดินดุ่มๆ เข้าไปเก็บ แต่ผู้เล่นยังต้องทำเงื่อนไขบางอย่างเพิ่มเข้าไปเพื่อปลดล็อค กลายเป็นเรื่อยสำคัญที่ต้องพยายามเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ในรันหลังๆ
ความไม่ปราณีและเวลาอันจำกัดจำเขี่ยของโลก Limveldขอต้อนรับสู่ Limveld โลกที่เอ็กซ์ตรีมกว่า Limgrave เพราะมีเรื่องของเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าคุณไม่เร็วหรือไม่ไวพอ คุณอาจจะไม่ได้อะไรเลย อธิบายเพิ่มเติมสักหน่อย โลกของ Elden Ring Nightreign ถูกเรียกว่า Limveld ซึ่งมีลักษณะและไบโอมหลายๆ จุดคล้ายๆ กับ Limgrave ในเกมภาคหลัก แต่เป็นในเวอร์ชั่นย่อส่วนและถูกจัดเรียงใหม่เพื่อให้ผู้เล่นได้ประสบการณ์ความเฟรชอย่างถ้วนทั่ว แต่เห็นเล็กๆ แบบนี้ก็ยังมีจุดที่ซ่อน หรือรายละเอียดยิบย่อยมากมายรอให้ผู้เล่นได้สำรวจเจอ อีกทั้งในการเล่นแต่ละรอบก็จะมีการสุ่มชนิดของศัตรู รวมถึงพื้นที่ที่มันจะปรากฎตัว ดังนั้นแล้วจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่การเข้าเล่นแต่ละครั้งจะเจอศัตรูไม่เหมือนกัน เพราะมันอาจเปลี่ยนทั้งชนิด ทั้งสถานที่ ลดความจำเจได้อย่างดีสำหรับเกมที่บังคับให้ผู้เล่นต้องทำอะไรซ้ำๆ ในทุกๆ การโดดเข้าสู่ Limveld ผู้เล่นจะมีเวลา 3 วันด้วยกันในการไปให้ถึงบอสใหญ่ ในแต่ละวันจะมีเวลาให้ผู้เล่นประมาณราวๆ 15-20 นาทีในการไล่ฟาร์มมอนสเตอร์ หาไอเท็ม หาอาวุธ ตบบอสรอง และหนีวงบีบ ก่อนจะปิดจบด้วยการเจอมอนสเตอร์และบอสประจำวันในวงสุดท้าย พอเข้า Day 2 ก็ทำวนไป แต่อาจจะต้องเข้มข้นยิ่งขึ้น เพราะเลเวลจะเริ่มขึ้นได้ยาก และศัตรูที่สู้ไปแล้วก็จะไม่เกิดมาเพิ่ม ต้องเสี่ยงลุยกับศัตรูที่โหดขึ้น ในขณะที่การตาย 1 ครั้งมันอาจหมายถึงความผิดพลาดที่ส่งผลต่อทั้งรัน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ตายที่ต้องวิ่งกลับไปเก็บโซลที่ตก รวมไปถึงเลเวลที่ลด 1 ระดับทันที หรือเพื่อนๆ ที่อาจต้องมาช่วยชุบจนเผลอเปิดช่องให้ศัตรูตบจนต้องนอนตาม ทั้งนี้หลังโค่นบอสประจำวันที่ 2 ลงได้ ใน Day 3 ผู้เล่นจะได้เจอบอสใหญ่แทบจะในทันที ซึ่งทำให้ทั้งหมดทั้งมวลผู้เล่นมีเวลาราวๆ 30 นาทีในการเตรียมพร้อมและเอาตัวรอดก่อนเจอบอสใหญ่




