ถือเป็นเกมวางแผนฟอร์มใหญ่เปิดหัวต้นปีที่ได้รับการคาดหวังจากเกมเมอร์และแฟนๆ ไว้สูงครับ ด้วยตัวมันเองเป็น IP มีชื่อที่หายไปนมนาน กลับมาคราวนี้ก็มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงในคอร์เกมเพลย์หลายๆ จุด แต่ที่เด่นชัดที่สุดคือเกมภาคนี้ให้ความรู้สึกที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม เข้าใจง่ายขึ้น แต่ยังคงต้องใช้ชั่วโมงบินเพื่อความแตกฉานแบบ easy to learn, hard to master ตัวเกมยังมาพร้อมความรู้สึกประจำซีรีส์อย่าง “อีกตาเดียวฟ้าสาง” การตั้งเป้าว่าจะเลิกในตาหน้านั้นไม่เคยมีอยู่จริง และคุณยังต้องเผชิญกับมันอย่างแช่มชื่นในปี 2025 นี้นั่นเพราะว่า Civilization VII ยังคงเป็นเกมอีกภาคของซีรีส์ที่ทำให้ผู้เล่นสนุกติดพันไปในหลายๆ ชั่วโมงได้อย่างไม่ยาก พร้อมระบบใหม่ๆ ที่จะมาท้าทายจิตวิญญาณแห่งการวางแผนคุณมากขึ้น แม้ว่าที่สุดแล้วมันอาจจะยังขาดบางอย่างหรือบางคอนเทนต์ที่จะพาเกมไปสู่เขตแดนของความเป็นยอด เกมวางแผนผลัดตา ก็ตามก่อนอื่นก็คงต้องพูดถึงจุดขายอย่างแนวคิดเลเยอร์ทางประวัติศาสตร์เสียก่อน โดยอย่างที่เห็นกับการโปรโมตของภาคนี้ครับว่าตัวผู้นำชาติจะถูกแยกออกจากตัวอารยธรรมอย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้ในการเล่นมากขึ้น นำบัฟของผู้นำมาผสานกับบัฟทางอารยธรรมก่อกำเนิดเป็นส่วนผสมแบบใหม่ ซึ่งก็โอเคเลย เพราะผู้เล่นจะรู้สึกอิสระในการกำหนดไดเรคชั่นเกมเพลย์รอบนั้นๆ มากขึ้น อาจไม่ถึงขั้นเปลี่ยนอารยธรรมกันแบบฟรีสไตล์ตอนเปลี่ยนยุค เพราะมีเงื่อนไขของแต่ละอารยธรรมมาครอบอยู่บ้าง
แต่การมีเงื่อนไขเข้ามาบ้างก็ทำให้รู้สึกว่าเกมมีความลึกและต้องซิกแซกเอาสักหน่อยไม่ใช่ตรงๆ อย่างเดียว อย่างไรก็ตามในส่วนนี้บางคนอาจจะรู้สึกว่าตัวผู้นำและอารยธรรมต่างๆ จะขาดความยูนิคไปพอสมควร คล้ายเราไม่ได้เล่นถึงแก่นของอารยธรรมนั้นๆ เพราะแป๊บๆ ก็ต้องเปลี่ยนอารยธรรมกันแล้ว อย่างสยามก็คือได้เล่นปุ๊บเกมก็ใกล้จบปั๊บ ยังไม่ทันได้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมที่สร้างมาหลายชั่วโมงเลยการที่เกมแบ่งเป็น 3 ยุคก็มีข้อดีและข้อเสียในตัวเองเหมือนกัน ขึ้นกับว่าจะชอบกันรึเปล่า อย่างสิ่งที่ผมชอบคือการแบ่ง 3 ยุคชัดเจนและมีสรุปรวมคะแนนในแต่ละครั้งก่อนการเปลี่ยนยุค มันทำให้การเล่นแต่ละยุคไม่สูญเปล่าเพราะเหมือนต้องแข่งขันอยู่ตลอดแม้แต่ยุคแรกเอง ชิลล์นานไม่ได้ต้องรีบสำเร็จภารกิจเพื่อทำคะแนนไปแลกแต้มเบเนฟิตตอนท้าย ส่วนตัวแล้วชอบ “ยุคสำรวจ” เป็นพิเศษเพราะมันได้ฟีลแข่งขันกันหาทรัพยากรและตั้งรกรากจริงๆ ใครออกสำรวจโลกช้าก็จะเสียเปรียบไปเลย ส่วนยุคสุดท้ายนี่แข่งกันไปเอนด์เกมแล้ว นอกจากนี้หลายครั้งที่เริ่มยุคใหม่สิ่งปลูกสร้างยุคเก่าบางอย่างก็จะหมดประโยชน์ไปด้วยทำให้ผู้เล่นต้องตั้งหลักกันใหม่ ความรุ่งเรืองในยุคก่อนหน้าไม่ได้การันตีว่ายุคถัดมาจะกลายเป็นมหาอำนาจในทันที หากบริหารจัดการได้ไม่ดีก็มีแววล่มจมได้เหมือนกันการทำสงครามในภาคนี้เน้นการจัดการยิบย่อยมากขึ้นจากการเข้ามาของยูนิตประเภทผู้นำทัพ คือรบกันตามปกติก็ยังทำได้ครับ เลือกพื้นที่ได้เปรียบเข้าโจมตีปีกอะไรก็ว่าไป แต่การมียูนิตผู้นำทัพสุดแพงนี้อยู่ใกล้ๆ นั้นย่อมดีกว่าเสมอ เพราะยูนิตนี้เก็บเลเวลและอัพสกิลมาบัฟยูนิตอื่นๆ ได้ และตัวเขายังมีความสามารถพิเศษเช่นการสั่งยิงไปในจุดเดียวพร้อมกันซึ่งจะบวกโบนัสต่างๆ ให้อีก คือมีกับไม่มีพี่แกในสมรภูมิเห็นผลมากๆ แต่อาจจะต้องจัดการดีๆ เพราะพี่แกนอกจากแพงแล้วยังตัวบางแถมโจมตีด้วยตัวเองไม่ได้ครับ อีกทั้งยูนิตที่จะได้รับโบนัสก็ต้องอยู่ติดกับแกในรัศมี 1 ช่อง Grid เท่านั้น ก็อาจจะต้องนั่งไล่คลิกกันหลายทีหน่อยเวลาสงคราม แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าการรบภาคนี้ละเอียดขึ้นพอสมควรเลยผิดกับการฑูตลิบลับ
ที่ออปชั่นกลายเป็นไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ว่าจะกับอาณาจักรฝ่ายอื่นหรือ City-State ล้วนมีออปชั่นจำกัดมากๆ แม้จะอัปสกิลหรือวิจัยปลดล็อคออปชั่นอื่นๆ จนหมดแล้วเราก็ยังพบว่าไม่สามารถเล่นสายการฑูตให้ซับซ้อนได้เท่าที่ควร เพราะออปชั่นการฑูตส่วนใหญ่จะเป็นการค้า, แซงชั่นบางเรื่อง, ขโมยเทคโนโลยีหรือวินาศกรรม แต่ดันไม่มีการฑูตสไตล์ยุแยงหรือทำให้มันลึกกว่านั้น ติดสินบนก็ยังไม่ได้ จะยกเมืองให้ก็ต้องเข้าเมนูสงบศึกสงครามเท่านั้นตอนสงบสุขทำไม่ได้ คือมันพื้นๆ ไปมาก ไม่ลึกไม่มีลูกเล่นเจ๋งๆ เลย แถมหลายๆ ครั้ง AI ก็ฉีกสัญญาพันธมิตรได้ง่ายๆ โดยที่ไม่มี Penalty ใดๆ มาลงโทษ ทั้งๆ ที่กว่าจะเป็นได้คือประคบประหงมเลือดตาแทบกระเด็น ซึ่งกับเกมที่เน้น การสร้างอารยธรรม ผมคิดว่าระบบการฑูตควรทำได้ดีกว่านี้ Civilization VII เป็นเกมที่พยายามจะฉีกจากความเดิมๆ ของตัวเองด้วยระบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจแต่มันก็คล้ายจะเป็นดาบสองคมที่มีทั้งจุดที่น่าชื่นชมและน่าเสียดายไปพร้อมๆ กัน แม้แต่ระบบที่ใจหนึ่งเราชื่นชอบในความเปลี่ยนแปลงแต่ที่สุดก็ยังอดเสียดายที่มันกลายเป็นแบบนั้นไปไม่ได้ สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้เล่นเป็นคนๆ ไปว่าจะชอบหรือเปิดรับกับมันมากน้อยขนาดไหนกระนั้นถึงมันจะขาดอะไรๆ ไปอยู่บ้าง Civilization VII ยังคงเป็นเกมที่สามารถพูดได้ว่าเล่นสนุกอย่างเต็มปาก มันเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม แต่ก็มีรายละเอียดมากมายให้เรียนรู้ การแข่งขันของอารยธรรมในแต่ละยุคสมัยก็ยังจะรีดเร้นให้คุณต้องพยายามคิดในทุกๆ มูฟว่าจะเดินหมากเช่นไร แต่ถึงจะเดินผิดพลาดไปบ้างคุณก็จะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไร เพราะตาใหม่ยังมีเสมอ “ขอเพียงอีกตาเดียว” ก็จะถึงจุดพลิกเกม และจะสามารถปิดเกมไปนอนได้อย่างสบายใจ




