รีวิวเกมใหม่ Borderlands 3 เพื่อนเก่าในร่างใหม่ที่ยัง (เกรียน) ไม่เปลี่ยนเลย
เคยไหมครับที่คุณเดินชนกับเพื่อนเก่าสมัยมัธยม ไอ้หมอนั่นที่เคยเล่นมุกปัญญาอ่อน กวนโอ๊ยจนทั้งห้องปวดหัว แต่ก็อดหัวเราะกับมันไม่ได้? แล้วพอผ่านไปเป็นสิบปี กลับพบว่า มันยังเป็น “มัน” คนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย นอกจากแต่งตัวดีขึ้นตามกาลเวลา… ความรู้สึกแบบนั้นแหละครับที่เกิดขึ้นตอนผมได้สัมผัส Borderlands 3 เกมภาคต่อในตำนานแนว Looter Shooter ที่ยังคงเอกลักษณ์ไว้ครบถ้วนทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งความมัน ความบ้า และมุกสุดเกรียนที่ยิงรัว ๆ แบบไม่ให้หายใจหายคอ
เกมนี้ยังคงเป็น FPS ผสม RPG ที่เน้นการ “ล่าปืน” และเล่นพร้อมเพื่อนให้มันส์สุดขีด ผู้เล่นจะได้เลือกสวมบทเป็น 1 ใน 4 Vault Hunters หน้าใหม่ที่มีสกิลและสไตล์เฉพาะตัว Amara สายอัด, Zane สายพรางตัว, Moze คนขับหุ่นรบ และ FL4K นักล่าผู้มากับสัตว์เลี้ยงสุดโหด ทุกตัวละครล้วนถูกออกแบบมาให้เล่นร่วมกันได้มันส์แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเล่นเดี่ยวหรือปาร์ตี้ครบทีม
ภาคนี้เล่าเรื่องผ่านภารกิจการล่าขุมทรัพย์ Vault ทั่วกาแล็กซี่เพื่อหยุดยั้งฝาแฝดโรคจิตผู้เป็นทั้งอินฟลูเอนเซอร์และผู้นำลัทธิ แน่นอนว่าตลอดการเดินทางคุณจะได้พบกับคาแรกเตอร์สุดหลุดโลก ปากจัด มุกล้อ Pop Culture และสคริปต์ที่ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับอะไรทั้งนั้น ซึ่งคือเสน่ห์แบบเฉพาะตัวของ Borderlands ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในภาคนี้คือ “ปืน” ที่ได้รับการยกระดับแบบบ้าคลั่ง ไม่ใช่แค่หลากหลายแบบ แต่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะยี่ห้อ เช่น ปืน Maliwan ยิงลูกพลังธาตุ, Jakobs ยิงแรงจัดไม่มีเวทย์, Torgue มีแต่กระสุนระเบิด พร้อมลูกเล่นประหลาดสารพัด เช่น ปืนวิ่งเองได้ ปืนยิงกระสุนติดตาม ปืนกระสุนอนันต์ ปืนเด้งไปเด้งมา บางกระบอกก็สลับโหมดได้ด้วย นี่แหละคือ “แดนสวรรค์ของคนคลั่งอาวุธ”
ในด้านเกมเพลย์ Borderlands 3 ยังคงโดดเด่นในรูปแบบการเล่นร่วมกับเพื่อน ด้วยระบบ Co-op ที่เน้นความมันมากกว่าการวางแผน ตัวเกมอาจจะไม่ได้เล่าเรื่องได้เข้มข้นเท่าพวก Gears 5 หรือ Metro Exodus แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว มันคือเกมที่คุณจะหัวเราะเสียงดังระหว่างยิงปืนกับเพื่อน ขณะที่เอฟเฟกต์แสงสี เสียงระเบิด และตัวเลขดาเมจกระจายเต็มจอ ความบันเทิงแบบ “ไร้แก่นสารแต่มันส์ชิบหาย” คือหัวใจของเกมนี้
ยังไม่พอ Borderlands 3 ยังมีโหมดเสริมอย่าง Circle of Slaughter สำหรับซัดศัตรูเป็นระลอกแบบฟาร์มเพลิน ๆ และ Proving Grounds ที่เหมือนดันเจี้ยนท้าทายบอส แลกกับของรางวัลแจ่ม ๆ แถมยังมีโหมด Mayhem ระดับยากพิเศษอีก 3 ระดับให้คุณปั่นเล่นหลังจบเนื้อเรื่อง
รวมทั้งหมดแล้ว Borderlands 3 คือเกมที่อาจไม่ “แปลกใหม่” แต่ก็รู้ว่าตัวเองถนัดอะไร และใส่ทุกอย่างที่แฟน ๆ ชอบเข้ามาแบบจัดเต็ม ใครที่เคยรักมันมาก่อนก็จะยังรักมันอยู่ ส่วนใครที่ยังไม่เคยเล่น… ก็ลองเถอะครับ แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเพื่อนเก่าเกรียน ๆ แบบนี้มันถึงกลับมาได้อีกครั้งอย่างสมศักดิ์ศรี
สรุป บ้า มันส์ ยิงแหลก ของโคตรเยอะ เกรียนเกินต้าน และเราก็ยังรักมันเหมือนเดิม




