นี่คือคอนเทนท์หนังปริศนาอาชญากรรมจากเยอรมันที่มาเงียบ ๆ เป็นหนังนอกสายตาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะกลายเป็น หนังระทึกขวัญ ดรามาที่แสนซับซ้อนทางเนื้อหาและอารมณ์ เป็นลูกเล่นที่มาเล่นกับใจคนดูได้อย่างเกินความคาดหมายใน The Calendar Killer วันสั่งตาย หนังที่ดูหน้าหนังเหมือนจะไม่น่าสนใจ ดูเป็นเพียงหนังไล่ฆ่าจากฆาตกรลึกลับทั่วไป แต่ทว่าเนื้อในของหนังเรื่องนี้มันมีอะไรยิ่งกว่านั้นในค่ำคืนที่แสนธรรมดา จูลส์ ชายหนุ่มผู้ทำหน้าอาสาสมัครดูแลสายด่วนพากลับบ้านได้รับโทรศัพท์จากหญิงสาวคนหนึ่งที่มีน้ำเสียงค่อนข้างหวาดวิตกระหว่างเธอกำลังเดินทางกลับบ้าน ปลายสายนั้นคือ คลาร่า หญิงที่เคยเชื่อว่าทุก ๆ อย่างกำลังไปได้สวย ทั้งชีวิตรักและชีวิตครอบครัวที่ลงตัวไปหมด แต่ค่ำคืนหลังดินเนอร์กับสามีแสนดีได้แปรเปลี่ยนไปฝันร้ายที่หลอกหลอนเธอไปตลอดกาล และบัดนี้เธอได้โทรหาสายด่วนเพราะเธอเชื่อว่าเป็นกำหนดวันที่เธอจะต้องตาย เพราะถ้าไม่ตายก็จะต้องเป็นสามีของเธอที่ต้องตาย ด้วยน้ำมือของนักฆ่าปฏิทินนี่คือผลงานใหม่ของผู้กำกับหนุ่มเยอรมันไฟแรง “อดอลโฟ โคลเมอเรอร์” เป็นนักสร้างที่โดดเด่นกับงานหนังและซีรีส์ของเยอรมันอยู่หลายเรื่อง นี่น่าจะเป็นผลงานหนังออกแนวดาร์ก ๆ ซับซ้อนที่เขาได้ละเลงใส่อรรถรสได้อย่างจัดเต็ม ออกมาเป็นหนังที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่คาดเดาอะไรไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ เต็มไปด้วยมิติมากมายที่พยายามหลอกล่อคนดูว่าอะไรเป็นเรื่องจริงกับอะไรเป็นเรื่องมโน
The Calendar Killer ดัดแปลงสร้างมาจากเรื่องสั้นของนักเขียนชื่อดังชาวเยอรมัน อย่าง เซบาสเตียน ฟิทเซค โดยมี ซูแซนน์ ชไนเดอร์ จาก Winterherz มาปั้นเรื่องเขียนบทให้ ด้วยความสตอรี่ของเรื่องนี้ค่อนข้างแข็งแรงดีอยู่แล้ว กลายเป็นว่าโจทย์ที่หนักหน่วงตกไปอยู่กับทิศทางการเล่าเรื่องของหนังว่าไปทิศทางใด และหนังก็เลือกใช้วิธีที่ชาญฉลาด ที่อาจจะซับซ้อนสร้างชั้นมิติหลากหลายไปหน่อย แต่ค่อย ๆ นำพาคนดูไปตามโครงสร้างทีละเรื่อย ๆ กระทั่งมาบรรจบเป็นเหมือนแม่น้ำสายเดียวที่แสนคดเคี้ยวคือเอาจริง ๆ ด้วยพื้นฐานโครงสร้างของ The Calendar Killer ค่อนข้างปูทางมาให้ผู้ชมได้เตรียมตัวเตรียมใจกับการถูกหักมุมเป็นเนือง ๆ อยู่แล้ว นั่นจึงเป็นความท้าทายของคนดูแล้วว่า จะตั้งรับกับพล็อตที่พลิกผันได้มากน้อยแค่ไหน และจะยอมรับในความสมเหตุสมผลกับเนื้อหาในท้ายที่สุดได้สักเท่าไหร่ ต้องยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้มาพร้อมกับการขมวดปมที่เฉียบขาด ในแบบที่คนดูถ้าไม่รักก็เกลียดไปเลยจริง ๆในแง่งานสร้างก็คือว่าค่อนข้างทำได้ดี ถึงแม้ว่าโทนของหนังจะค่อนข้างมืดทะมึนไปสักหน่อยก็ตาม แต่ก็สร้างบรรยากาศความวังเวงมืดหม่นเหมาะเจาะกับเนื้อหาของหนังได้อย่างที่ควรจะเป็น เป็นหนังที่จัดไฟจัดแสงได้อย่างมีมิติ
เป็นการสะท้อนอินเนอร์ของตัวละครได้อย่างสาสม แม้ว่าจังหวะการตัดต่อของหนังจะพยายามบีบคั้นมากแล้วก็ตาม แต่ทว่าน่าเสียดายที่ความระทึกขวัญที่หนังมอบให้อาจจะยังทำได้ไม่ถึงขั้นเพียงพอ ขณะที่พาร์ทการแสดงที่ได้ 2 นักแสดงนำหลัก ๆ อย่าง หลุยส์ เฮเยอร์ กับ ซาเบียน แทมแบ” ต้องบอกเลยว่าพวกเขามอบการแสดงที่ประคับประคองหนังเรื่องนี้ช่วยกันได้อย่างทรงพลัง ประหนึ่งด้วยบทที่ส่งเสริมพวกเขาได้เป็นอย่างดี กับความเป็นมืออาชีพของเขาก็สามารถผลักดันพลังของตัวละครออกมาได้อย่างลุ่มลึกค่อนข้างน่าประทับใจเช่นเดียวกัน โดยสรุปแล้ว The Calendar Killer วันสั่งตาย กลายเป็นหนังที่ค่อนข้างมอบผลลัพธ์ที่ค่อนข้างชวนประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แม้ว่าจะองค์ประกอบต่าง ๆ อาจจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบอะไร แต่กลายเป็นหนังที่เต็มไปด้วยชั้นเชิงและมิติที่น่าสนใจ กับพล็อตหักมุมที่พยายามรับมือไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถคาดเดาใด ๆ ได้เลยกระทั่งนาทีสุดท้ายของหนัง นี่จึงกลายเป็นหนังนอกสายตาที่มาพร้อมกับความลงตัวที่ค่อนข้างเหลือเชื่อไม่น้อย




