รีวิวหนัง Lilo & Stitch ลีโลแอนด์สติทช์

ดิสนีย์ยังมีอีกหนึ่งคอนเทนท์รีเมคเป็นไลฟ์แอคชันในปีนี้ ที่หวังจะมาช่วงล้างตาและล้างอาถรรพ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพราะนี่คือการหยิบเอาหนึ่งในการ์ตูนคลาสสิกแห่งยุค Y2K มาปัดฝุ่นสร้างใหม่ ออกมาเป็น Lilo & Stitch ลีโลแอนด์สติทช์ ฉบับคนแสดงที่มีชีวิตชีวา มาพร้อมกับสูตรความสำเร็จตามแบบฉบับดิสนีย์แท้ ๆ ที่น่าจะมาทำให้ผู้ชมตกหลุมความน่ารักระลอกใหม่เรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสนุก ป่วน ซ่า และซาบซึ้งใจ ในมิตรภาพระหว่าง ลีโล เด็กสาวชาวฮาวายผู้โดดเดี่ยว กับ สติทช์ สัตว์ต่างดาวที่หลบหนีมายังดาวโลก ที่เธอบังเอิญไปพบและคิดว่ามันคือสุนัขตัวน้อยน่ารัก ก่อนจะอุปการะมันมาเลี้ยงโดยที่ไม่ได้ล่วงรู้เลยว่ามันเป็นสัตว์ตัดต่อทางพันธุกรรมที่มีพลังทำลายล้างสูงและทั้งกาแลคซีกำลังหมายหัวเจ้าสติทช์อยู่ดีน เฟลชเชอร์ แคมป์ ก้าวขึ้นมารับหน้าที่กำกับดูแลงานสร้างหนังเรื่องนี้ ที่น่าจะเป็นหนังระดับบ็อกซ์บัสเตอร์ฟอร์มใหญ่เรื่องแรกของเขาเลยก็ว่าได้ หลังจากที่เฉิดฉายมาจาก Marcel the Shell with Shoes On หนังแอนิเมชันขวัญใจนักวิจารณ์และได้ชิงรางวัลออสการ์เมื่อไม่กี่ปีก่อน นั่นจึงทำให้เขาได้รับโอกาสที่ยิ่งใหญ่มารับหน้าที่ละเลงสร้างหนังไลฟ์แอคชันเรื่องนี้ที่เต็มไปด้วยจังหวะที่ตกลงและเคารพต้นฉบับได้อย่างมั่นคงถ้าหากว่าใครเป็นแฟนหนังต้นฉบับ Lilo & Stitch ในยุค Y2K หรืออาจจะจำได้ลาง ๆ 

คงจะต้องบอกว่าในฉบับไลฟ์แอคชันเรื่องนี้ค่อนข้างลงล็อกลำเลียงเนื้อเรื่องที่ค่อนข้างตรงกับต้นฉบับเลยก็ว่าได้ มีแค่มีการดัดแปลงไปเพียงเล็กน้อย เพียงคงความสนุกและความสมเหตุสมผลเมื่อหนังกลายมาเป็นเวอร์ชันคนแสดง แต่โดยในภาพรวมก็ถือว่ายังเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสีสันและรสชาติความสนุกในแบบหนังดิสนีย์ได้อย่างเข้มข้น ในแง่งานสร้างก็นับว่าเป็นเดินหมากไปตามมาตรฐานของหนังดิสนีย์ตามจะทุกสเต็ป แต่ยังเป็นย่างก้าวที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพได้ด้วยดี และเวิร์กได้ดีกับโทนของเรื่อง แม้ว่ามันจะเป็นหนังไลฟ์แอคชันที่ผสมผสานกับแอนิเมชันไปตลอดทั้งเรื่อง แต่ทุก ๆ ส่วนในงานสร้างไม่มีร่องรอยที่สะดุดระหว่างทางเลย กลายเป็นหนังครอบครัวน่ารัก ๆ ที่ลื่นไหลไปได้ด้วยดี กับความโกลาหลในสถานการณ์ที่ตัวละครสร้างขึ้นมาอย่างน่าเอ็นดู งาน แอนิเมชัน ในเรื่องนี้ก็ถือว่าดีตามมาตรฐานงานสร้างของดิสนีย์จริง ๆ เป็นพาร์ทที่กลมกล่อมไปกับตัวหนังได้ดีทั้งหมด การผูกเข้ามาผสมผสานกับเนื้อหาในพาร์ทคนแสดงนั้นค่อนข้างไหลลื่นได้ด้วยดีมาก ๆ อีกทั้งหนังยังสามารถดึงกลิ่นอายความเป็นชาวเกาะได้อย่างลงตัว ออกมาในแง่มุมภาพและมุมกล้องที่เต็มไปด้วยมิติที่ลงตัวดี 

ส่วนพาร์ททางการแสดงเรียกได้ว่า เจ้าสติทช์ สามารถตกคนดูได้เป็นทิวแถว แม้กระทั่งผู้เขียนที่รู้สึกเฉย ๆ กับเจ้าตัวนี้มาโดยตลอด แต่กลับถูกเจ้าเอเลี่ยนตัวนี้ตกได้อย่างจัง ๆ จากในผลงานเรื่องนี้ ต้องปรบมือให้กับการแสดงออกแบบที่เต็มไปด้วยรายละเอียดและท่วงท่าที่ทรงเสน่ห์ บวกกับ “คริส แซนเดอร์ส” ที่มาให้เสียงพากย์ตัวละครนี้เชิงเทคนิคเสียงที่ทำออกมาได้อย่างมืออาชีพ และค่อนข้างเหมาะเจาะดี ทางด้านทีมนักแสดงสมทบก็นับว่าเป็นการสมทบที่เติมเต็มหนังเรื่องนี้ออกมาได้พูนใจยิ่งขึ้น แล้วยิ่งได้มาเห็นการรวมตัวของเหล่านักแสดงเชื้อสายชาวเกาะแบบล้น ๆ จอแบบนี้ก็ยิ่งใจฟู ไม่ว่าจะเป็น ซิดนีย์ อลิซาเบธ, ไคโป ดูโดอิท, เอมี ฮิลล์ หรือรุ่นใหญ่ ไทอา คาร์เรเร่ ที่ไม่ได้เห็นบนจอใหญ่มาสักพัก พ่วงด้วยนักแสดงที่ทั้งร่วมแสดงและร่วมให้เสียงพากย์ อย่าง “แซ็ค กาลิเฟียนาคิส” กับ “บิลลี แม็คนุสเซน” เป็นตัวขโมยซีนที่น่าพอใจของหนังเรื่องนี้ดังนั้นโดยสรุปแล้ว Lilo & Stitch ลีโลแอนด์สติทช์ ฉบับปี 2025 ที่เป็นการปัดฝุ่นสร้างใหม่เป็นเวอร์ชันคนแสดงครั้งนี้ กลายเป็นหนังรีเมคความคลาสสิกที่เข้าไปอยู่ความประทับใจของเราได้อีกเรื่องแล้ว ถือว่าเป็นนัดล้างตาที่ดีงามของดิสนีย์ที่รังสรรค์ผลงานที่เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์และอรรถรสความสนุกแบบง่าย ๆ ตามสูตร แต่ยังทรงประสิทธิภาพด้วยดี มาพร้อมคีย์แมสเสจที่น้อยแต่มากยิ่งแท้ ที่สำคัญความเปล่งประกายของ ลีโล กับ สติทช์ เรื่องนี้ โดดเด่นจนสามารถตกคนดูได้ถ้วนหน้าจริง ๆ

Scroll to Top