รีวิวหนัง A Minecraft Movie – ผจญภัยในโลกเหลี่ยมแบบเพลิน ๆ แม้จะยังไม่สุด แต่ก็สนุกได้ทุกวัย
ในวันที่ภาพจำของ “หนังจากเกม” ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป หลังจากหลายเรื่องก่อนหน้านี้สามารถลบล้างคำสาปได้อย่างสิ้นเชิง ก็ถึงคราวของ Minecraft เกมยอดฮิตระดับตำนานที่มีทั้งความบ้าคลั่ง ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นอิสระเกินกรอบ ถูกแปลงร่างเป็นภาพยนตร์คนแสดงเต็มรูปแบบในชื่อ A Minecraft Movie ที่แม้จะอยู่ในเซฟโซน แต่ก็เป็นความบันเทิงที่ย่อยง่ายและเหมาะกับทุกคนในบ้าน
เรื่องเริ่มต้นเมื่อคนแปลกหน้า 4 คนถูกดูดเข้าไปในโลกโอเวอร์เวิลด์ ผ่านประตูมิติปริศนา พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีเอาตัวรอดในโลกบล็อก ๆ ที่ไม่เหมือนโลกจริงเลยแม้แต่นิดเดียว พร้อมภารกิจตามหาเส้นทางกลับบ้าน โดยมี สตีฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ชีวิตในโลกนี้เป็นไกด์นำทาง พล็อตง่าย ๆ แต่ชวนติดตามพอสมควร การได้ จาเร็ด เฮสส์ ผู้กำกับจากสายหนังอินดี้อย่าง Napoleon Dynamite มาคุมงาน ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ เพราะเขาเป็นคนที่มีลายเซ็นชัดในด้านอารมณ์ขันแปลก ๆ และบทเสียดสีเบา ๆ การถูกดึงตัวมาทำหนังฟอร์มยักษ์แบบนี้ย่อมมีความคาดหวังสูง และแม้จะยังไม่ถึงจุดพีค แต่เขาก็จัดวางโทนหนังให้เป็น “หนังครอบครัวแบบขำเบา ๆ” ที่ไปได้สวยทีเดียว
แม้ใครที่ไม่เคยเล่นเกม Minecraft ก็สามารถสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้ เพราะบทหนังปูพื้นแบบเข้าใจง่าย มีการอธิบายระบบโลกบล็อกแบบเป็นกันเอง แม้บางมุกหรือกลไกของเกมจะทำให้คนไม่คุ้นเคยงงเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วก็ยังพอจับทางได้ และดูเพลิน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นงานสร้างโลกโอเวอร์เวิลด์ ที่แม้จะเหลี่ยม ๆ ตามสไตล์เกม แต่กลับถูกออกแบบได้อย่างสวยงามและมีชีวิตชีวา CG กับนักแสดงคนจริงเข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ สีสันฉูดฉาดกำลังดี เหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่ที่อยากหนีความจริงไปอยู่ในโลกแฟนตาซีสักพัก
ส่วนที่เป็น “เครื่องจักรความบันเทิง” ตัวจริงของหนังเรื่องนี้ คือ เจสัน โมโมอา และ แจ็ค แบล็ค สองซุปตาร์ที่ขโมยซีนได้แทบทุกครั้งที่ปรากฏตัว เคมีของพวกเขาทำให้เรื่องไม่จืดเลย และถือว่าแบกหนังไว้ได้อย่างสง่างาม ขณะที่นักแสดงสมทบคนอื่น ๆ อย่าง เอ็มมา ไมเออร์ส และ แดเนียล บรูคส์ อาจยังไม่มีโมเมนต์โดดเด่นเท่าไหร่ แต่ก็ช่วยเสริมให้หนังสมบูรณ์ในระดับที่พอใจ แม้บทจะยังมีรูโหว่และอยู่ในโหมดปลอดภัย ไม่กล้าเล่นใหญ่หรือพาเรื่องให้ทะลุขอบโลกเกมมากนัก แต่โดยรวม A Minecraft Movie ก็เป็นหนังแฟนตาซีเบาสมองที่ดูได้ทุกวัย ย่อยง่าย สนุกพอประมาณ และอาจจุดประกายให้เด็ก ๆ อยากเปิดเกม Minecraft เล่นดูสักครั้งหลังหนังจบก็เป็นได้




