ปล่อยทีเซอร์ตำนานใหม่ ผู้สร้างข้าเล่าเรื่องราวฝั่งเขา ส่วนข้าจะเล่าเรื่องราวฝั่งข้าให้ฟัง “Frankenstein”

ปล่อยทีเซอร์ตำนานใหม่

รีวิวทีเซอร์: Frankenstein ฉบับ Guillermo del Toro – ผู้สร้างข้าเล่าเรื่องราวฝั่งเขา ส่วนข้าจะเล่าเรื่องราวฝั่งข้าให้ฟังเสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากความโกรธ แต่เป็นความเจ็บปวดจากการถูกปฏิเสธ คือแก่นสำคัญที่ Guillermo del Toro ผู้กำกับที่หลงใหลในความงามของอสุรกายเสมอมา ได้นำเสนอในทีเซอร์ภาพยนตร์ “Frankenstein” ฉบับล่าสุดของเขา จาก Mary Shelley ที่เตรียมเข้าฉายทาง Netflix และโรงภาพยนตร์ (บางแห่ง)นี่ไม่ใช่การรีเมคเรื่องราวสยองขวัญแบบเดิมๆ แต่เป็นโศกนาฏกรรมแห่งความเข้าใจผิดและความเหงา ซึ่งทีเซอร์ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า: “ผู้สร้างข้าเล่าเรื่องราวฝั่งเขา ส่วนข้าจะเล่าเรื่องราวฝั่งข้าให้ฟัง”

การตีความที่ยึดมั่นในโศกนาฏกรรมของนิยาย (ผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The Shape of Water และ Pinocchio) ได้สร้างผลงานที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและรูปลักษณ์ที่สวยงามตามสไตล์ของเขา โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีกำหนดความยาวถึง 150 นาที สะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเจาะลึกแก่นของนิยายต้นฉบับอย่างจริงจังมากกว่าการเน้นฉากหวาดเสียวแบบภาพยนตร์สยองขวัญเก่าๆ สิ่งที่ทีเซอร์นี้ยืนยันคือ การเล่าเรื่องจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้ชมได้สำรวจความทะเยอทะยานที่บ้าคลั่งของ Victor Frankenstein (Oscar Isaac) และการเดินทางอันแสนเจ็บปวดของ Creature (Jacob Elordi)ดูมีชีวิตชีวาด้วยความคลั่งไคล้และความหลงตัวเองของนักวิทยาศาสตร์ผู้พยายามเป็นพระเจ้า เขาไม่ใช่แค่ “นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง” แต่เป็นชายที่มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะพิชิตความตาย ซึ่งความทะเยอทะยานนั้นได้กลายเป็นความหวั่นกลัวทันทีที่ Creature ลืมตาดูโลก

ปล่อยทีเซอร์ตำนานใหม่

แฟรงเกนสไตน์ 2025 ผู้ทรงภูมิและเปราะบางJacob Elordi ผู้รับบท Creature ได้พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่ “อสุรกายส่งเสียงคำราม” การออกแบบ Creature ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพวาดของ Bernie Wrightson ดูเคร่งขรึมและมีความเป็นมนุษย์ที่ถูกประกอบขึ้นมาอย่างน่าขนลุก ท่าทางของ Elordi ถูกฝึกฝนมาจากรูปแบบการเต้นรำญี่ปุ่น ‘บู้โท (Butoh)‘ ที่สื่อถึงการเคลื่อนไหวที่น่ากลัวและสง่างามในเวลาเดียวกันเสียงของ Creature ในทีเซอร์เต็มไปด้วยความฉลาดและเจ็บปวด โดยเฉพาะประโยคที่ว่า “หากท่านไม่มอบความรักให้ข้า เช่นนั้นข้าก็จะมอบความโกรธให้” (If you will not allow me love, then I will indulge rage) ประโยคนี้คือหัวใจของเรื่องราว ที่เปลี่ยน Creature จากสัตว์ประหลาดให้กลายเป็นเหยื่อที่แสวงหาความรักและการยอมรับ ซึ่งเมื่อถูกปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง ความโกรธก็กลายเป็นทางออกเดียว

องค์ประกอบภาพและบรรยากาศตามที่คาดหวังจาก Del Toro ภาพยนตร์เรื่องนี้ดูตระการตาและเต็มไปด้วยสุนทรียภาพแบบโกธิคยุควิกตอเรีย โดยเฉพาะฉากในอาร์กติกที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและพายุหิมะ ซึ่งเป็นฉากสำคัญตามบทประพันธ์ ภาพที่ตัดสลับระหว่างความสวยงามของทิวทัศน์กับความมืดมิดของห้องทดลองและห้องผ่าตัด แสดงให้เห็นถึงการจัดองค์ประกอบภาพที่ยอดเยี่ยมของ Dan Laustsen (ตากล้องคู่ใจของ Del Toro) ที่ใช้สีเข้มและแสงไฟที่ตัดกันได้อย่างลงตัว

สรุปทีเซอร์ “Frankenstein” ของ Guillermo del Toro ไม่ได้สัญญาถึงความสยองขวัญ แต่สัญญาถึง “โศกนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่” ที่จะตั้งคำถามต่อผู้ชมว่า ใครคืออสุรกายที่แท้จริง ระหว่างผู้ที่กล้าเล่นเป็นพระเจ้าอย่าง Victor หรือสิ่งมีชีวิตผู้ถูกปฏิเสธโดยผู้สร้างของตนเองอย่าง Creature ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นผลงานที่ Del Toro เฝ้าฝันถึงมานานกว่าทศวรรษ และดูเหมือนว่ามันจะเป็นงานที่แสดงความเคารพต่อปรัชญาอันลึกซึ้งของ Mary Shelley มากที่สุดเท่าที่เคยมีการดัดแปลงมาบนจอภาพยนตร์

Scroll to Top